วันเสาร์ 20 ธันวาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

นอกจากกรมวิชาการเกษตรจะพัฒนาและขยายผลการผลิตสินค้าพืชผักและผลไม้ให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานตามระบบเกษตรดีที่เหมาะสมหรือจีเอพี(GAP)มากขึ้นแล้ว ทุกปีกรมวิชาการเกษตรยังได้คัดเลือก “เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการใช้วิชาการเกษตรดีที่เหมาะสม” เพื่อเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีสนามหลวงด้วย ซึ่งผลการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการใช้วิชาการเกษตรดีที่เหมาะสม ปี 2556 นี้ ได้แก่ นายอาทิตย์ มติธรรม จากตำบลคลองปราบ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นต้นแบบที่สามารถใช้เป็นตัวอย่างในการพัฒนาเพื่อยกระดับการผลิตสินค้าพืชได้

นายอาทิตย์ มติธรรม เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการใช้วิชาการเกษตรดีที่เหมาะสม ปี 2556 บอกว่า เดิมมีอาชีพรับราชการครู ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานและช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ทำการเกษตร คือ เพาะกล้าไม้ขายและทำสวนทุเรียนควบคู่ไปด้วย ปี 2533 ได้ลาออกจากราชการและหันมายึดอาชีพเกษตรกรรรมเต็มตัวโดยทำสวนทุเรียนเป็นหลัก ซึ่งปี 2538 ประสบปัญหาทุเรียนราคาตกต่ำ และมีโอกาสร่วมเดินทางไปกับเกษตรอำเภอบ้านนาสารที่นำกลุ่มเกษตรกรไปศึกษาดูงานตลาดผลไม้ที่จังหวัดจันทบุรี ทำให้ได้ชิม “สละ” เป็นครั้งแรก ซึ่งติดใจในรสชาติและเห็นว่า สละให้ผลดก จึงตัดสินใจซื้อพันธุ์สละจากจันทบุรีกลับมาปลูก จำนวน 36 ต้น

เบื้องต้นได้ปลูกสละแซมในสวนทุเรียน แล้วค่อยปรับเปลี่ยนและขยายพื้นที่ปลูกสละเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกรวม 150 ไร่ มีสละ ประมาณ 8,000 กอ โดยมีเนื้อที่ให้ผลผลิต จำนวน 135 ไร่ ได้ผลผลิตปีละกว่า 300 ตัน ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จากกรมวิชาการเกษตรแล้วโดยได้ต่ออายุใบรับรองมา 4 ครั้ง ที่นำสวนสละเข้าสู่ระบบมาตรฐาน GAP เพราะมองเห็นว่า ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และมีความปลอดภัย ทั้งยังทำให้มีโอกาสทางการตลาดกว้างขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคมีความตื่นตัวและสนใจในเรื่องความปลอดภัยทางอาหารเพิ่มมากขึ้น

การปลูกสละปลูกไม่ยาก ต้องใช้ต้นที่แยกจากส่วนลำต้นมาเพาะและอนุบาลในกระถางก่อน ไม่ควรใช้ต้นพันธุ์ที่เพาะจากเมล็ดเพราะอาจทำให้กลายพันธุ์ได้ สำหรับพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกสละได้ 66 ต้น ใช้ระยะปลูก 4x6 เมตร ที่สำคัญต้องปลูกทั้ง 2 เพศในแปลงเดียวกัน อัตราส่วนต้นตัวผู้ 1 ต้นต่อตัวเมีย 20 ต้น หลังปลูก 6 เดือนสละจะแตกกอให้ตัดแต่งออกเหลือไว้หลุมละไม่เกิน 3 ต้น เมื่อต้นสละอายุได้ ประมาณ 2 ปีครึ่งหรือ 30 เดือน จะเริ่มออกดอกต้องใช้แรงงานคนช่วยผสมเกสรโดยนำดอกตัวผู้มาเคาะใส่ดอกตัวเมียที่บานแล้ว อีกประมาณ 9 เดือน ก็เก็บเกี่ยวผลผลิตจำหน่ายได้

สวนนี้มีการปลูกต้นสะตอเหลียงไว้ในแปลงสละด้วย ซึ่งต้นสะตอเหลียงเป็นพืชตระกูลถั่ว นอกจากให้ร่มเงาแก่ต้นสละแล้ว ใบสะตอเหลียงยังใช้เป็นปุ๋ยพืชสด และรากก็สามารถตรึงไนโตรเจนได้ ช่วยประหยัดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีได้เกือบ 50 % อย่างไรก็ตาม การปลูกสละต้องใส่ปุ๋ยสม่ำเสมอ ใช้เทคนิคใส่ปุ๋ยครั้งละน้อยแต่ใส่บ่อยๆ  โดยใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15  ประมาณ 300 กรัม/กอ/เดือน สลับกับปุ๋ยคอกและมูลไก่อัดเม็ด นอกจากนั้น ยังนำเครื่องวัดความชื้นในดินและความชื้นในอากาศมาใช้ภายในสวนด้วย ทำให้สามารถให้น้ำได้เพียงพอตามความต้องการของต้นพืช ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสละได้อย่างดี

...หากสนใจ “สละอาทิตย์” หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกร GAP ดีเด่นแห่งชาติ สามารถติดต่อได้ที่ คุณครูอาทิตย์ หมู่ 1 ตำบลคลองปราบ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี  โทร. 08-1968-3602 และเฟสบุ๊คสละอาทิตย์.


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

แสดงความคิดเห็น