วันเสาร์ 20 ธันวาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

งาน 71 ปีกรมปศุสัตว์ ภายใต้ชื่อ“มหกรรมปศุสัตว์แห่งชาติ 56 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่1-5 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี นั้นได้มีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยภายใต้แนวคิดอาณาจักร“ฟาร์มสุข” มาจัดแสดง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เด็ก นักเรียน  นักศึกษาและเกษตรกรทั่วไป ได้ใกล้ชิด และสัมผัสกับนานาปศุสัตว์

สำหรับ วัตถุประสงค์ของการเนรมิตโซนอาณาจักรฟาร์มสุขขึ้นนั้นนายทฤษดีชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่าเนื่องจากสังคมเมืองในปัจจุบันมีชีวิตประจำวันที่เร่งรีบมากขึ้น ห่างไกลจากธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจึงทำเป็นฟาร์มปศุสัตว์ขึ้นมาเพื่อให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้รับความรู้และความบันเทิงจากการแสดงพันธุ์สัตว์ที่กรมปศุสัตว์พัฒนาขึ้นมาว่ามีความก้าวหน้าอย่างไร โดยสัตว์ที่มาจัดแสดงในงานอาทิ ไก่ประดู่หางดำ ไก่โรดไทย (ไก่ไข่)  ไก่ชี นกกระทา เป็ด ห่านหัวสิงโต หงส์  พระโค (โคขาวลำพูน) ที่ใช้ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โคนม กระบือแคระ กระบือยักษ์-แม่ลูกแสนรู้ สุกรปากช่อง5 แพะไร้ขน แกะ ม้าแคระ โคทาจิมะสายพันธุ์ดีจากญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังแสดงการทอผ้าขนแกะ และชิมไอศกรีมนมแพะอีกด้วย 
               
นอกจากการนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงาน นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านปศุสัตว์ภายใต้แนวคิด การปศุสัตว์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือปศุสัตว์สีเขียวเพื่อยกระดับการผลิตปศุสัตว์ของไทย พร้อมรักษาสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย

ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ได้ส่งเสริมการผลิตปศุสัตว์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือปศุสัตว์สีเขียว ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลยุคเศรษฐกิจสีเขียวมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งลดของเสียจากฟาร์มปศุสัตว์ให้เป็นศูนย์ และผลิตสินค้าปศุสัตว์ที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยป้อนให้กับผู้บริโภค เพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ของไทยในการเข้าสู่เวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 รวมทั้งผลักดันสินค้าปศุสัตว์ไทยเข้าสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

การส่งเสริมการผลิตปศุสัตว์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้น ทางกรมปศุสัตว์มีแผนดำเนินการทั้งระดับฟาร์มเกษตรกรรายย่อย และระดับฟาร์มอุตสาหกรรม  ในส่วนของฟาร์มเกษตรกรรายย่อยได้ส่งเสริมให้ผลิตแก๊สชีวภาพระดับครัวเรือน โดยให้นำมูลสัตว์ อาทิ มูลโค กระบือ หรือสุกรมาผลิตแก๊สชีวภาพแบบถุงหมักพีวีซี ขนาด 7 ลูกบาศก์เมตร มีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ ประมาณ 4,700 บาท ซึ่งจะผลิตแก๊สชีวภาพได้ไม่น้อยกว่า 8 ลูกบาศก์เมตร/สัปดาห์ สามารถใช้เป็นพลังงานทดแทน เช่น เป็นแก๊สหุงต้มได้ ประมาณ 1-2 ชั่วโมงต่อวันหรือประมาณ 1 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนได้ 200-250 บาทต่อเดือน และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรมากขึ้น มีระยะเวลาคืนทุนภายใน 2 ปี

ฟาร์มระดับอุตสาหกรรม เช่น ฟาร์มเลี้ยงสุกร ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก และฟาร์มโคนมขนาดใหญ่ ก็ส่งเสริมให้ผลิตแก๊สชีวภาพเช่นเดียวกัน เน้นลดของเสียในฟาร์มเป็นศูนย์ พร้อมส่งเสริมให้นำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ โดยสร้างบ่อแก๊สชีวภาพขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่า คัพเวอร์ลากูน ขนาดตั้งแต่ 4,000 ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป สามารถผลิตแก๊สชีวภาพได้วันละกว่า 2,500 ลูกบาศก์เมตร สามารถนำไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าใช้ภายในฟาร์ม ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ค่อนข้างมาก พลังงานไฟฟ้าที่เหลือสามารถจำหน่ายให้กับการไฟฟ้านครหลวงได้อีกด้วย
          
นอกจากนั้น ยังสามารถนำแก๊สชีวภาพไปผ่านเครื่องทำความสะอาดและอัดลงถังใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องจักรกลการเกษตรขนาดเล็กได้อีกต่างหาก ส่วนปุ๋ยชีวภาพจากบ่อหมักก็จำหน่ายให้กับเกษตรกรผู้ปลูกพืชผักและผลไม้ได้อีกด้วย เป็นแนวทางลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ที่สำคัญยังเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับเงื่อนไขทางการค้าในอนาคต ที่ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม  ซึ่งเป็นประเด็นที่ประเทศผู้นำเข้าทั่วโลกให้ความสนใจแพร่หลายมากขึ้น
            
“กรมปศุสัตว์ได้มีแผนสนับสนุนการผลิตแก๊สชีวภาพระดับครัวเรือน เพื่อเป็นต้นแบบระดับอำเภอๆ  ละ 1 หมู่บ้าน โดยเป็นหมู่บ้านหลักถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านอาหารสัตว์ ภายใต้แนวคิด หญ้าสวนครัว เลี้ยงวัวหลังบ้าน พลังงานทดแทน แก่นเกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบ มีการปรับรูปแบบให้เหมาะสมและมีต้นทุนไม่สูง เกษตรกรสามารถทำได้” อธิบดี  กรมปศุสัตว์กล่าว


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

แสดงความคิดเห็น