วันศุกร์ 31 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

สถานีเกษตรหลวงปางดะ เป็นสถานีวิจัยหนึ่งในสี่ของมูลนิธิโครงการหลวงที่มุ่งเน้นดำเนินงานวิจัยและขยายพันธุ์ไม้ผลเขตหนาวและกึ่งหนาว พืชผักและพืชไร่ ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2522 เนื่องจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชประสงค์เพื่อช่วยให้ชาวเขามีพื้นที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้มีรายได้มั่นคง โดยนำพืชเศรษฐกิจซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดให้เกษตรกรปลูก พร้อมทั้งให้คำแนะนำด้านเทคโนโลยีการผลิต การใช้สารเคมีที่ถูกต้องและปลอดภัย ตลอดจนให้เกษตรกรใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักของการอนุรักษ์ดินและน้ำ

นายวิพัฒน์ ดวงโภชน์ หัวหน้าสถานีเกษตรหลวงปางดะ เล่าว่า สถานีเกษตรหลวงปางดะ ก่อตั้งขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์คือการขยายพันธุ์พืชผัก พืชไร่ ไม้ผลเป็นหลัก ซึ่งแตกต่างไปจากสถานีเกษตรหลวงอื่นที่ส่วนใหญ่จะก่อตั้งเพื่อแก้ปัญหาของชาวเขา โดยเฉพาะเรื่องลดพื้นที่การปลูกฝิ่นด้วยการปลูกพืชผักเมืองหนาวทดแทน ดังนั้น สถานีเกษตรหลวงปางดะ จึงมีการวิจัยและขยายพันธุ์พืชหลากหลายชนิด นอกจากไม้ผลเมืองหนาว ยังมีไม้ดอกเมืองร้อน ไม้ผลเมืองร้อนและกึ่งร้อน พืชผัก ถั่ว ชา กาแฟ ไม้โตเร็ว ไผ่ต่างถิ่นและแฝก สาเหตุที่มีการขยายพันธุ์พืชเมืองร้อนและกึ่งร้อนได้นั้นเพราะพื้นที่ตั้งของสถานีฯ อยู่ในพื้นที่ไม่สูงมากนัก โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 720 เมตร อุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายน 35.76 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 12.82 องศาเซลเซียส

สถานีเกษตรหลวงปางดะ มีพื้นที่ทั้งหมด 1,232 ไร่ โดยแบ่งพื้นที่ใช้ประโยชน์ในการทำแปลงศึกษาวิจัยรวม 804 ไร่ ส่วนพื้นที่ที่เหลือจะคงสภาพป่าไม้เพื่อให้เป็นป่าต้นน้ำลำธาร พื้นที่บริเวณสถานีฯ รวมถึงในบริเวณใกล้เคียงมีสภาพพื้นที่ที่มีความลาดชัน มีป่าที่อุดมสมบูรณ์ ดังนั้น การส่งเสริมให้เกษตรกรและชาวบ้านที่อยู่ในที่นี้ มีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและไม่บุกรุกป่าไม้ ทางสถานีฯ จึงได้ร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดินจัดรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อแบ่งแยกพื้นที่ทำกินกับพื้นที่ป่าไม้ให้ชัดเจน โดยจัดทำเป็น โมเดลต้นแบบ คือ พื้นที่สูงให้คงไว้เป็นป่าต้นน้ำ ถัดลงมาที่มีความลาดชันให้ปลูกไม้ผล ส่วนพื้นที่ราบให้ปลูกพืชไร่ พืชผัก ซึ่งในส่วนของแปลงไม้ผลที่อยู่ในพื้นที่ลาดชัน กรมพัฒนาที่ดิน ได้เข้ามาส่งเสริมการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ คือ ทำขั้นบันไดดิน และ ปลูกแฝก ขวางทางลาดเท เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน

ผลจากการศึกษาวิจัยของสถานีเกษตรหลวงปางดะ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น สามารถพัฒนาพันธุ์พืช ไม้ผลเมืองหนาวที่สามารถนำมาปลูกในพื้นที่เขตร้อนได้สำเร็จเป็นแห่งแรก โดยเฉพาะ กีวีฟรุต ที่มีการปรับปรุงพันธุ์จนได้พันธุ์ใหม่ที่ปลูกได้ในเขตร้อนหรือพื้นที่ที่ไม่สูงมากนัก ซึ่งสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่อุณหภูมิบนพื้นที่สูงอาจจะร้อนขึ้น ก็ยังคงมีพันธุ์พืชที่สามารถปลูกได้ทดแทน นอกจากนี้ ยังประสบความสำเร็จในการปลูกไม้ผลขนาดเล็ก ได้แก่ องุ่น ที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยปกติเกษตรกรทั่วไปจะปลูกองุ่นได้ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15 กิโลกรัม/ต้น แต่ที่สถานีฯ สามารถปลูกแล้วให้ผลผลิตสูงถึง 85 กิโลกรัม/ต้น ทั้งนี้ ทางสถานีฯ ได้ส่งเสริมขยายผลให้เกษตรกรนำไปปลูกทดแทนพืชอื่น เพราะเป็นพืชที่ใช้พื้นที่น้อยแต่ให้ผลตอบแทนสูง โดยมีชาวเขานำไปปลูกในพื้นที่ 2 งาน ประมาณ 40 ต้น สามารถขายสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท

...นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลสำเร็จของงานวิจัยและพัฒนาของสถานีเกษตรหลวงปางดะ หากสนใจสามารถไปเยี่ยมชม ศึกษาดูงานได้ ซึ่งสถานีฯ ตั้งอยู่ที่ 192 หมู่ 10 ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ โทร. 0-5337-8046.
 


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 21,185 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น