วันพฤหัสบดี 17 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้ ( 23 ส.ค.) นายประเสริฐ  โกศัลวิตร  อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า  กรมหม่อนไหม  โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ หนองคายได้คิดค้นพัฒนาผ้าไหมจากหนอนไหมดาหลาและทอเป็นผืนผ้าได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก โดยผ้าไหมดาหลาที่ทอได้มีลักษณะพิเศษ คือ มีลวดลายสีสันที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยสีของเส้นไหมที่ได้จะขึ้นอยู่กับชนิดและพันธุ์ของใบดาหลาที่หนอนไหมกิน

นอกจากนี้สีของเส้นไหมที่สาวได้มีสีคงตัวไม่เปลี่ยนจากสีเดิมแม้จะลอกกาวชั้นนอกออกแล้ว และในการสาวไหมชนิดนี้ไม่ต้องต้มรังไหมขณะที่มีดักแด้อยู่ในรัง แต่จะทำการผ่าเอารังมาทำการสาว ดังนั้นจึงไม่ทำให้ดักแด้ตาย และสามารถกลายเป็นผีเสื้อกลางคืนที่มีความสวยงามติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และยังเป็นผีเสื้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกอีกด้วย โดยเมื่อแผ่ปีกกว้างเต็มที่จะมีความยาว ประมาณ 25 - 30 เซนติเมตร

การค้นพบครั้งนี้จะเป็นแนวทางในการผลิตเส้นใยธรรมชาติจากแมลงชนิดอื่นที่มีศักยภาพเพื่อนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายเพื่อเพิ่มมูลค่าในการผลิตผ้าไหมของไทยได้อีกด้วย  และในวโรกาสมหามงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี พ.ศ.2555 กรมหม่อนไหมได้เตรียมนำผ้าไหมดาหลาที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการทอขึ้นมาใหม่เป็นพิเศษ ซึ่งออกแบบการทอโดย อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา

ด้านนายสุชาติ จุลพูล ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ หนองคาย  กล่าวถึงความเป็นมาของการค้นพบไหมดาหลาในครั้งนี้ว่า เมื่อต้นปี พ.ศ.2552 ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ หนองคายได้ขอต้นกล้าดาหลา เพาะเมล็ดลูกผสมระหว่างดาหลาแดง และดาหลาขาวป่านราธิวาส จาก นายสุธาชีพ ศุภเกษร จังหวัดนครศรีธรรมราช นำมาปลูกในบริเวณศูนย์ฯ เพื่อเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์และเพื่อศึกษาคัดเลือกพันธุ์ดาหลาที่มีดอกสวยงาม

ในปี 2553 ต้นดาหลาได้ออกดอกสวยงามและมีหลากหลายพันธุ์ จนกระทั่งเมื่อเดือนเมษายน 2554 พบว่ามีหนอนชนิดหนึ่งกัดกินใบดาหลาจึงได้ใช้ยาปรายศัตรูพืชทำลายโดยไม่คิดว่าจะเป็นไหมป่าชนิดหนึ่ง  แต่หนอนตายไม่หมดและเหลือเข้าทำรัง จำนวน 7 รัง  จึงได้ดำเนินการศึกษาวงจรชีวิตของดักแก้  ผีเสื้อ และการวางไข่ โดยได้รับความช่วยเหลือจาก รศ.ชายชัย  ถาวรอนุกูลกิจ คระเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นในการจำแนกชนิดและทดลองนำรังไหมไปสาวเป็นเส้นด้วยเครื่องสาวไหม  พบว่าสามารถสาวเป็นเป็นได้ดีมีแนวโน้มที่จะใช้เป็นประโยชน์จึงได้ขยายการเลี้ยงมากขึ้นแล้วนำไปทอเป็นผืนผ้าไหมดาหลาผืนแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555

จากการวิเคราะห์คุณสมบัติในห้องปฏิบัติการ โดย คณะวิทยาศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ central leb ยังพบว่า  เส้นไหมดาหลาที่ได้ยังเป็นเส้นใยธรรมชาติที่เหนียวที่สุดในโลก  และมีกรดอะมิโนเป็นส่วนประกอบถึง 15 ชนิด อาทิ Alanine, Arginine, Lycine และ Serine เป็นต้น  ซึ่งจากคุณสมบัติเหล่านี้คาดว่าจะสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มได้ต่อไปในอนาคต.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 33,898 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น