วันศุกร์ 31 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

นายพสุ โลหารชุน รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ภายใต้ยุทธศาสตร์กระทรวง การปรับโครงสร้างการผลิตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ นวัตกรรม และอุตสาหกรรมฐานราก เพื่อการผลิตที่ยั่งยืน เพื่อพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยจัดทำโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน

มีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า 600 แห่ง มีผลตอบแทนที่สามารถวัดมูลค่าเป็นตัวเงินได้กว่า 2,600 ล้านบาท โดยในปี 2555 นี้ มีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการมากถึง 158 แห่งจาก 75 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเป้าหมายหลักของโครงการ คือการทำให้ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร แปรรูป มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันกับประเทศในแถบอาเซียนได้ รวมถึงพัฒนาการเพิ่มมูลค่าของผลผลิตให้มีความหลากหลาย สร้างความพอใจให้แก่ลูกค้าในต่างประเทศ ทำให้เกิดการพัฒนาด้านราคา สามารถเพิ่มรายได้และยอดขายให้กับองค์กรและตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลในการกำหนดค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาทให้กับลูกจ้าง

คือ เมื่อผู้ประกอบการอยู่ได้ในธุรกิจของตนเองอย่างมั่นคงแล้ว การปรับค่าจ้างขั้นต่ำตามนโยบายก็สามารถทำได้ ทั้งนี้ จากการประเมินผลการพัฒนา ใน 6 แผนงานหลัก ประกอบด้วย  1. การบริหารจัดการโลจิสติกส์ 2. การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 3.การปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน 4. การลดต้นทุนพลังงาน  5. การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์/ระบบมาตรฐานสากล และ 6. กลยุทธ์ขับเคลื่อนการตลาด สถานประกอบการสามารถสร้างเสริมศักยภาพ ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวให้เข้มแข็งทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ พร้อมสู้กับประเทศอื่น ๆ รวมทั้งผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรไทย มีความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจเสรีอาเซียน ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558

สำหรับในปี 2555 มีสถานประกอบการที่มีผลสัมฤทธิ์ดีเด่นจากการเข้าร่วมโครงการฯ หลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดเพชรบูรณ์และพิษณุโลก อาทิบริษัท จุลอินเตอร์ซิลค์ จำกัด จ.เพชรบูรณ์ ประกอบกิจการทำไหม เส้นไหม รังไหม เศษไหม นำมาผลิตเป็นเส้นไหมดิบ จำหน่ายแก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ บริษัท สารัช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ประกอบกิจการมะขามคลุก บรรจุภัณฑ์ แบบซอง หรือมะขามกระปุกเล็ก มะขามแก้ว กิจการกล้วยตากนิตยา ทำระบบมาตรฐานการตากกล้วยในโดมโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และเป็นระบบปิด มีการคัดเลือกพันธุ์กล้วยที่มีคุณภาพ เหมาะแก่การทำกล้วยตาก บวกกับการปรุงรสชาติที่หวานพอดีและสะอาดถูกสุขอนามัย

จากการดำเนินโครงการปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางานอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่สนับสนุนโดยกระทรวงอุตสาหกรรมทำให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนและการสูญเสียของสถานประกอบการลงได้ปีละ 680,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 48 ที่สำคัญเป็นการเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของสถานประกอบการในการประกอบอาชีพที่สามารถเข้ามาเอื้อต่อเกษตรกรในฐานะผู้ผลิตวัตถุดิบป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี.


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 11,055 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น