วันเสาร์ 29 พฤศจิกายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จากงาน การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ (Thailand Research Expo 2011) ภายใต้แนวคิดหลัก “วิจัยเพื่อการเรียนรู้สู่การนำไปใช้ประโยชน์” โดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศโดยในปีนี้ภายในงานได้จัดกิจกรรมในรูปแบบนิทรรศการ การประชุมและกิจกรรมต่าง ๆ ที่นำมาเสนอภายในงานกว่า 500 ผลงาน  นอกจากนี้  วช. ยังได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน และสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน จัด สัมมนาวิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีนครั้งที่ 1 (The First Thai-Chinese Strategic Research Seminar) เพื่อพัฒนาด้านความร่วมมือด้านการวิจัยยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศไทย-จีนขึ้น

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี  บรรยายในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์ไทย-จีน ด้านธุรกิจ”  กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจจีน มีความสำคัญเป็นอันดับ 2 ของโลก ยิ่งในช่วงที่หลาย ๆ ประเทศต่างประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ยิ่งส่งผลให้มีบทบาทสำคัญต่อโลกมากขึ้น ในส่วนของบ้านเรานั้นด้านความสัมพันธ์ถือว่าเป็นไปอย่างแน่นแฟ้นยาวนานในทุก ๆ ด้านทั้งในสังคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของไทย-จีนนั้น มีความเป็นพลวัตรอย่างต่อเนื่อง และจากการที่จีนได้เข้าร่วมสมาชิก WTO ตั้งแต่ปี 2544 รวมทั้งเราได้ยกเลิกการจัดเก็บภาษีนำเข้าระหว่างกันและกันภายใต้กรอบการค้าเสรีอาเซียน-จีน ซึ่งมีผลมาตั้งแต่ปี 2546 ส่งผลให้การค้าระหว่างไทย-จีนมีการขยายตัวเติบโตเรื่อยมา โดยในปีที่ผ่านมามีจำนวนมากถึง 57,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตามปัจจุบันจีนถือว่าเป็นผู้ซื้อสินค้าส่งออกรายใหญ่สุดของไทย มีมูลค่า 27,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 12 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด

ล่าสุดไทย-จีนยังได้ลงนามร่วมกันใน แผนปฏิบัติการร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย-จีนฉบับที่ 2  ปี 2555-2559 และการขยายความร่วมมือภายใต้ทวิภาคีทางเศรษฐกิจและการค้าทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก ซึ่งทั้งสองความตกลงนั้น เป็นการส่งเสริมทางด้านโดยเฉพาะการลงทุนการค้า การท่องเที่ยว โดยมุ่งหมายให้อีก 5 ปีข้างหน้าต้องมีมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นระหว่างกันและกัน ส่งเสริมให้มีการลงทุนร่วมกัน

ดร.สารสิน วีระผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ บรรยายพิเศษเรื่อง มุมมองความร่วมมือไทย-จีน ด้านการค้าโลก กล่าวว่า ปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทยใหญ่เป็นอันดับสอง โดยปี 2554 มีมูลค่าการค้าร่วมกัน 1.7 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 12.6 เปอร์เซ็นต์ สินค้าที่ไทยส่งออกไปจีนในปี 2554 อันดับหนึ่งเป็น ยางพารา จำนวน 1.4 แสนล้านบาท อันดับสองเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 1.3 แสนล้านบาท อันดับสามเป็นเคมีภัณฑ์  8 หมื่นล้านบาท  ซึ่งสินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าปฐมภูมิและกึ่งสำเร็จรูป ที่จีนในฐานะเป็นโรงงานของโลกนำไปประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูป เพื่อตลาดโลก

...จีน-ไทย, จีน-ไทย-อาเซียน จะพึ่งพาอาศัยกันได้ จะต้องเป็นสิ่งที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน โดยเชื่อมโยงและประสานโอกาสการค้าการลงทุนในภูมิภาคเอเชียในทุกรูปแบบ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ  โดยต้องพิจารณาถึงการจัดระบบธุรกรรมทางการเงินที่จะเอื้อประโยชน์ให้การไหลเวียนของเงินในกลุ่มประเทศอาเซียนคล่องตัว ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการไปบ้าง ยกตัวอย่างการใช้เงินสกุลจีน หรือเงินสกุลในภูมิภาค.
 


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 27,510 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น