วันศุกร์ 24 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นหน่วยงานหนึ่งที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการตามโครงการพระราชดำริ โดยจัดฝึกอบรมงานศิลปาชีพให้แก่บุตรหลานเกษตรกรที่เป็นชาวไร่ ชาวนา ตลอดจนผู้ยากจน ผู้พิการทุพพลภาพ ได้รับโอกาสฝึกอบรมวิชาชีพด้านงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของไทย ซึ่งเป็นมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมของชาติที่ทรงคุณค่ายิ่ง ดังพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2532 ความว่า…

“...ข้าพเจ้านั้นภูมิใจเสมอว่า คนไทยมีสายเลือดของช่างฝีมืออยู่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนาหรืออาชีพใดอยู่สารทิศใด คนไทยมีความละเอียดอ่อน และฉับไวต่อการรับศิลปะทุกชนิด ขอเพียงแต่ให้เขามีโอกาสได้เรียนรู้และฝึกฝนเขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็นได้...”

จากพระราชดำรัสดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นที่มาของศูนย์ศิลปาชีพบางไทรแห่งนี้ที่มุ่งฝึกอาชีพเกี่ยวกับงานศิลปหัตถกรรมต่าง ๆ ที่เปิดสอนให้แก่ยุวเกษตรกรและบุตรหลานเกษตรกร ได้แก่ การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยพืช การแกะสลัก การจักสาน การทำตุ๊กตา  การวาดภาพสีน้ำมัน การทำดอกไม้ประดิษฐ์ การทำเครื่องเรือน การทอผ้า ผลิตภัณฑ์จากผ้าและการย้อมสี เครื่องเคลือบดินเผา ผลิตภัณฑ์ที่เสร็จแล้วจะส่งไปจำหน่ายที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ และร้านจิตรลดาทุกสาขาทั่วประเทศ  โดยศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ตั้งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ตำบลช้างใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 861 ไร่

นางวรรณภา บุญสุข ปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ส.ป.ก.เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ทำหน้าที่คัดเลือกบุตรหลานเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่มีฐานะยากจน ขาดโอกาสทางการศึกษา ได้รับโอกาสเข้ามาเรียนรู้เพิ่มเติม สร้างอาชีพเพื่อเป็นรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว ซึ่งเปิดอบรมเป็นประจำทุกปี ปีละ 2 รุ่น รุ่นแรกจะเริ่มเดือนตุลาคม-มีนาคมในปีถัดไป ส่วนรุ่นที่ 2 จะเริ่มเดือนเมษายน-กันยายน ระยะเวลาฝึกอบรมรุ่นละ 6 เดือน เป็นประจำทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) โดยฝึกวิชาชีพ ใน 30 แผนก ทั้งนี้แผนกช่างวาดภาพสีน้ำมัน จะเป็นวิชาชีพที่มีผู้สนใจเลือกเรียนมากแผนกหนึ่ง เพราะหลังจากเรียนจบแล้วสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพส่วนตัวได้ รองลงมาคือ แผนกช่างยนต์ ที่หลายคนจะนำความรู้ไปต่อยอดเพื่อซ่อมเครื่องยนต์การเกษตรของตนเองหรือรับจ้างเป็นช่างซ่อมแซมเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง

นายสมาน คลังจตุรัส อาจารย์หัวหน้าแผนกช่างวาดภาพสีน้ำมัน กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาได้สอนลูกศิษย์มาแล้วหลายพันคน ส่วนมากจะเป็นลูกชาวไร่ ชาวสวน และชาวเขาเผ่าต่าง ๆ บางคนตั้งใจมาเรียนด้านนี้โดยตรง บางคนในชีวิตไม่เคยคิดที่จะเขียนรูป และไม่คิดจะเป็นช่างเขียนรูปที่มีฝีมือได้ แต่ศิลปะนั้นอยู่ในสายเลือดของทุกคนอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าใครจะเป็นผู้เจียระไนเพชรเม็ดนั้นออกมาให้ประจักษ์ ผมบอกลูกศิษย์ทุกคนเสมอว่ามาอยู่ศิลปาชีพให้น้อยที่สุด กอบโกยความรู้ไปให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้นำไปสร้างชีวิตใหม่ สร้างโอกาสให้ตนเอง เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามีลูกศิษย์หลายคนไปเปิดแกลเลอรี่เป็นของตัวเองตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต และพัทยา

...นับว่าเป็นเกียรติที่สุดในชีวิตที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์และสร้างคนให้มีอาชีพ โดยใช้ศิลปะเป็นสื่อกลางในการนำทาง...สร้างอาชีพ…นายสมานกล่าว.


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 23,940 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น