วันเสาร์ 1 พฤศจิกายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

นายจิตรกร สามประดิษฐ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงโครงการรักษาเสถียรภาพราคากุ้งขาวแวนนาไมโดยระบบตลาดเครือข่ายแบบกลุ่มว่า ตามมติคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมาได้อนุมัติวงเงินงบประมาณให้กรมประมงดำเนินโครงการรักษาเสถียรภาพราคากุ้งขาวแวนนาไมโดยระบบตลาดเครือข่ายแบบกลุ่ม โดยมีสหกรณ์ ชมรม สมาคม และเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมงเข้าร่วมโครงการ

สำหรับกรมส่งเสริมสหกรณ์ซึ่งเป็นผู้ดูแลสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้ง และเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ได้ร่วมมือกับผู้ผลิต พ่อค้าคนกลาง และผู้บริโภค เนื่องจากทั้ง 3 ส่วนนี้ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ พ่อค้าคนกลางถือเป็นส่วนสำคัญเพราะเป็นบุคคลที่ทำกิจกรรมกับตลาด นำผลผลิตจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภค ซึ่งการดำเนินงานของกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะคงราคากุ้งขาวแวนนาไมให้อยู่ในราคาคงที่คือ 100 บาทต่อกิโลกรัม โดยมีข้อกำหนดว่าจะต้องขายในราคาที่ไม่ต่ำกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรถึงจะได้ค่าชดเชย เช่น เกษตรกรขายกุ้งขาวได้ 80 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนต่างราคา 20 บาทต่อกิโลกรัม สหกรณ์ก็จะชดเชยให้ โดยเกษตรกรจะต้องนำเอกสารมาเบิกเงินกับสหกรณ์

“โครงการนี้ได้มีการดำเนินงานมา 3 ครั้ง ในปี 2555 โดยครั้งที่ 1 เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน-18 กรกฎาคม 2555 ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 19 กรกฎาคม-18 สิงหาคม 2555 และ ครั้งที่ 3 เริ่มเมื่อวันที่ 5 กันยายน-4 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา ปัจจุบันราคากุ้งเกินราคาที่ได้กำหนดไว้กับเกษตรกร และพ่อค้าคนกลางแล้ว โครงการรักษาเสถียรภาพราคากุ้งขาวแวนนาไมโดยระบบตลาดเครือข่ายแบบกลุ่มจึงไม่ต้องดำเนินการ แต่จะยังมีการเสนอให้คงไว้โครงการนี้ไว้ก่อน เพื่อให้ระบบโครงการยังอยู่ หากราคากุ้งตกต่ำอีกก็จะสามารถนำโครงการนี้มาช่วยเกษตรกรได้ทันที ทั้งนี้ก็เพื่อพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งให้เข้มแข็ง ยกระดับราคากุ้งให้ได้สอดคล้องกับต้นทุนการเลี้ยงกุ้งที่สูงขึ้น และสามารถดำเนินธุรกิจทางด้านการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้กลไกการตลาดเครือข่ายแบบกลุ่มเป็นตัวกำหนด เพื่อให้เกษตรกรสามารถที่จะแข่งขันกับตลาดในท้องถิ่น และตลาดโลกอย่างประเทศเพื่อนบ้านได้” รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

กุ้งขาวแวนนาไมมีลักษณะใกล้เคียงกับกุ้งแชบ๊วย กรีมีสีดำเหมือนกัน แต่กุ้งขาวแวนนาไมกรีมีฟันด้านบน 7-8 ซี่ ด้านล่างมีฟันเพียง 1 หรือ 2 ซี่ เปลือกหัวบริเวณหลังนัยน์ตาหยักเป็นฟันเลื่อย มี 3 ซี่ เปลือกลำตัวที่โคนหางเป็นสัน แพนหางค่อนข้างใหญ่ หัวสีคล้ำ กรีดำ ลำตัวสีขาว ปลายแพนหางสีน้ำตาลขอบแดงเรือ มีจุดดำกระจายอยู่บนหัวและลำตัว ขาเดินและขาว่ายน้ำสีขาว ขนาดใหญ่ที่สุดยาวประมาณ 23 เซนติเมตรอาศัยอยู่แถบชายฝั่งทะเลย่านมหาสมุทรแปซิฟิก แถบประเทศเม็กซิโก ปานามา และเปรู ประเทศไทยได้นำเข้ากุ้งชนิดนี้เพื่อเลี้ยงทดแทนกุ้งกุลาดำ สำหรับบริโภคภายในประเทศและเป็นสินค้าส่งออกการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากกุ้งกุลาดำในหลายพื้นที่ ยังมีปัญหาการโตช้า และผลผลิตไม่ได้ตามเป้าหมาย ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการเลี้ยงกุ้งขาวสายพันธุ์ที่ดี โตเร็ว ขนาดเท่า ๆ กัน ผลผลิตสูง ก็เริ่มต้นกันที่การปล่อยลูกกุ้งในความหนาแน่นที่เหมาะสมกับความพร้อมของแต่ละฟาร์มต้องมีเครื่องให้อากาศพอเพียงมีน้ำเปลี่ยนถ่ายพอเพียงและมีบ่อพักน้ำอัตราการปล่อยลูกกุ้งนั้น ความเค็มต่ำ 2-3 พีพีที ควรปล่อยไร่ละ 60,000-70,000 ตัว หากความเค็ม 3-5 พีพีที มีน้ำเปลี่ยนถ่ายพอเพียงและมีเครื่องให้อากาศดี ควรปล่อยไร่ละ 100,000 ตัว และความเค็มมากกว่า 5 พีพีที มีน้ำเปลี่ยนถ่ายพอเพียง และเครื่องให้อากาศดี ก็ควรปล่อยไร่ละ 120,000 ตัว

การให้อาหารลูกกุ้ง 100,000 ตัวควรให้ 2 กก.ต่อวัน ให้วันละ 3-5 มื้อ เพิ่มอาหารไปเรื่อย ๆ เมื่อกุ้งอายุ 30 วัน ในปริมาณกุ้ง 100,000 ตัว ควรจะกินอาหาร 8-12 กก.ต่อวัน จะทำให้กุ้งมีน้ำหนัก 2.5-3.0 กรัมขึ้นไป

จากนั้นปรับอาหารเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามขนาดของกุ้ง การปรับอาหารโดยใช้ยอ มีโอกาสผิดพลาดได้ เพราะกุ้งชนิดนี้ บางครั้งไม่ค่อยเข้าไปกินอาหารในยอ ให้สังเกตจากลำไส้ ถ้ามีสีดำหรือสีเข้มจัด ซึ่งไม่ใช่สีของอาหารแสดงว่าอาหารที่ให้ในบ่อไม่เหลือ ถ้าถึงเวลาให้อาหารมื้อถัดไป แต่ในลำไส้ยังมีสีที่เป็นอาหารเม็ด แสดงว่าให้อาหารมากเกินไป สำหรับการจัดการระหว่างการเลี้ยง พีเอชเหมาะสมตอนเช้าไม่ควรต่ำกว่า 7.5 ตอนบ่ายไม่เกิน 8.5 อัลคาไลน์ ค่าความกระด้างไม่ต่ำกว่า 1,000 มิลลิกรัมต่อลิตร และควรถ่ายน้ำเป็นระยะ ๆ เพื่อไม่ให้น้ำเข้มจัด พร้อมเครื่องให้อากาศต้องมีอย่างพอเพียง.


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 36,658 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น