วันพฤหัสบดี 24 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จากการสำรวจในแปลงปลูกมะม่วงของศูนย์ปรับปรุงพันธุ์ไม้ผลเมืองไทนัน เกาะไต้หวัน จะมีการพัฒนาสายพันธุ์มะม่วงให้สีผิวมีสีแดงมากขึ้นและสม่ำเสมอ มีพันธุ์มะม่วงลูกผสมใหม่หลายสายพันธุ์ มะม่วงลูกผสมพันธุ์ใหม่บางสายพันธุ์ของศูนย์ฯ แห่งนี้ได้ทำการปรับปรุงพันธุ์ให้ผลอ่อนมีสีแดงออกม่วงตั้งแต่ยังเป็นผลอ่อน ผู้เขียนได้ยอดมะม่วงพันธุ์ลูกผสมจากแปลงทดลองของศูนย์ฯ แห่งนี้มาหลายสายพันธุ์และเมื่อกลับมาถึงเมืองไทยได้นำยอดพันธุ์มะม่วงเหล่านั้นมาเสียบฝากไว้กับต้นมะม่วง R2 E2 เวลาผ่านไป 3 ปี มะม่วงลูกผสมของไต้หวัน 2 สายพันธุ์เจริญเติบโตและพร้อมที่จะให้ผลผลิต โดยทางชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร ได้ตั้งชื่อ มะม่วงลูกผสมว่า T1 และ T2 (T ย่อมาจาก Taiwan) ฤดูกาลที่ผ่านมามะม่วง T1 และ T2 ได้มี     การออกดอกและติดผล สิ่งที่สังเกตได้อย่างชัดเจนว่าในระยะที่ผลมะม่วง T1 และ T2  มีการติดผลเท่ากับนิ้วก้อย ผิวที่ผลจะเริ่ม   เปลี่ยนจากสีเขียวมาเป็นสีม่วงแดง โดยเฉพาะผล T1 เมื่อผลมีขนาดใหญ่ขึ้นสีของผิวจะออกสีม่วงเข้มขึ้น และเมื่อผลแก่จะมีสีม่วงทั้ง ผล มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 1.5–2 กิโลกรัม จัดเป็นมะม่วงกินสุกที่รสชาติอร่อย เนื้อมีสีเหลืองละเอียดเนียน ไม่มีเสี้ยน คาดว่าจะเป็นมะม่วงอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีชาวสวนมะม่วงไทยขยายพื้นที่ปลูกกันมากขึ้นในอนาคต

ในแปลงปลูกชมพู่ของเกษตรกรไต้หวันรายหนึ่งมีการจัดการสวนที่ดีมาก หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าต้นชมพู่ของสวนแห่งนี้มีอายุต้นได้ 28 ปี เส้นผ่าศูนย์กลางของต้นเฉลี่ย 10-12 นิ้ว มีการควบคุมทรงพุ่มให้ความสูงของต้นเฉลี่ย 3-4 เมตรเท่านั้น ทางด้านสายพันธุ์ที่ปลูกเจ้าของสวนบอกว่านำพันธุ์มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ไม่ได้ระบุประเทศแต่คาดว่าน่าจะนำพันธุ์มาจากประเทศมาเลเซียหรืออินโดนีเซีย เนื่องจากพันธุ์ชมพู่ที่ผลิตขายส่งในไต้หวันในปัจจุบันนี้จะมีขนาดผลใหญ่, ลักษณะผลเป็นทรงระฆังและผลมีสีชมพูอมแดง เท่าที่ได้ชิมนับได้ว่าอร่อยมาก

นอกจากพันธุ์ชมพู่ที่ได้กล่าวมาแล้ว ที่สวนชมพู่แห่งนี้ยังมีชมพู่อีกสายพันธุ์หนึ่งที่เจ้าของสวนอ้างว่าได้สายพันธุ์มาจากประเทศโปรตุเกส และเป็นพันธุ์ที่เจ้าของหวงมากและยังไม่มีผลผลิต เนื่องจากเป็นพันธุ์ชมพู่ที่มีลักษณะเด่นหลายประการ นอกจากผลจะมีขนาดใหญ่แล้ว ผลจะมีสีแดงสดคล้ายกับชมพู่ทับทิมจันท์ แตกต่างกับพันธุ์ทับทิมจันท์ตรงที่ทรงผลของชมพู่พันธุ์โปรตุเกส ลักษณะผลทรงระฆังและขนาดผลใหญ่มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 200 กรัมต่อผล รสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย อร่อยมาก เจ้าของสวนจะเรียกชมพู่พันธุ์นี้ว่า “ชมพู่สตรอเบอรี่” แต่จะเปรียบเทียบกับบ้านเราคล้ายกับมีรสชาติของชมพู่มะเหมี่ยวปนเล็กน้อย เจ้าของสวนคาดว่าชมพู่พันธุ์โปรตุเกสนี้จะได้รับความสนใจในตลาดไต้หวันมากในอนาคต เนื่องจากเป็นชมพู่ที่มีเนื้อละเอียด เวลากัดจะไม่รู้สึกปวดฟัน ปัจจุบันได้มีเกษตรกรไทยนำพันธุ์ชมพู่จากไต้หวันมาปลูกจนให้ผลผลิตแล้ว โดยเฉพาะชมพู่ยักษ์ไต้หวันที่มีลักษณะประจำพันธุ์ดังนี้ “ผลมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักผลประมาณ 200 กรัม หรือ 5 ผลต่อกิโลกรัม ผิวผลมีสีขาวอมชมพูหรือสีชมพูอมแดง ลักษณะของผลเป็นรูประฆังคว่ำใหญ่  มีความกว้างของผลเฉลี่ย 7 เซนติเมตรและความยาวของผลเฉลี่ย 9-10 เซนติเมตร เนื้อหนามากและเป็นชมพู่ไร้เมล็ด รสชาติหวานกรอบมีความหวานประมาณ  13-14 บริกซ์ ถ้าผลผลิตแก่และเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูแล้งจะมีความหวานสูงกว่านี้ จัดเป็นชมพู่สายพันธุ์หนึ่งที่ออกดอกและติดผลดกมาก”

ที่ผ่านมาในอดีตการปลูกมะนาวของเกษตรกรไทยนิยมปลูกโดยใช้กิ่งตอนหรือกิ่งปักชำโดยคิดว่าต้นเจริญเติบโตและให้ผลผลิตเร็ว โดยไม่ได้นึกถึงปัญหาในเรื่องของระบบรากที่ไม่แข็งแรงเพราะมีแต่รากฝอย เมื่อต้นมะนาวเริ่มให้ผลผลิตเต็มที่มักจะพบปัญหาว่าต้นมะนาว ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากที่ภาระเลี้ยงผลมาก ที่สำคัญในช่วงปลายปี พ.ศ. 2554 ประเทศไทยประสบปัญหามหาอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ภาคการ เกษตรได้รับความเสียหายอย่างยับเยิน เกษตรกรที่ปลูกมะนาวโดยใช้กิ่งตอนน้ำท่วมขังเพียงไม่กี่วัน พบว่าต้นมะนาวยืนต้นตายเกือบทั้งหมด ในขณะที่เกษตรกรที่ปลูกต้นมะนาวโดยใช้กิ่งเสียบยอด บนต้นตอส้มต่างประเทศรอดตายหลายรายเนื่องจากมีระบบรากที่แข็งแรง
ในแวดวงของนักวิชาการเกษตรและเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวในเชิงพาณิชย์ต่างก็ยอมรับกันว่า มะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษซึ่งมีลักษณะผลและคุณภาพเหมือนกับพันธุ์แป้นรำไพทุกประการ แต่ผลผลิตดกกว่า 4-5 เท่า ในอายุต้นที่เท่ากันและมีการติดผลเป็นพวง เป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการผลผลิตมากที่สุด เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่ออกดอก  และติดผลง่าย ขนาดของผลค่อนข้างโต เปลือกผลบางและมีปริมาณน้ำในผลมาก มีอายุตั้งแต่ออกดอกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ที่สำคัญมะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษสามารถบังคับให้ออกฤดูแล้งได้

การทำสวนมะนาวที่ปลูกด้วยกิ่งตอนนั้นอายุไม่ยืนยาว เฉลี่ยอายุประมาณ 3-5 ปีก็ตาย เกษตรกรจำเป็นต้องปลูกใหม่ เกษตรกรที่คิดจะลงทุนปลูกมะนาวแป้นอย่างยั่งยืน โดยที่ต้นมะนาวควรจะมีอายุยืนอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป  ควรจะใช้ต้นตอส้มต่างประเทศ เช่น ทรอยเยอร์, สวิงเกิล, โวลคา-เมอเรียน่า ฯลฯ เป็นต้นตอซึ่งมีข้อมูลยืนยันทางวิชาการว่าทนทานโรครากเน่าและโคนเน่าได้ดี เนื่องจากมีระบบรากที่แข็งแรงและมีรากแก้ว โดยเฉพาะต้นที่เสียบบนตอส้มโวลคา-เมอเรียน่า เจริญเติบโตเร็วมาก

ต้นอินทผลัมเป็นไม้ผลเมืองร้อนแถบทะเลทราย ที่มีความทนทานต่อสภาพภูมิอากาศที่แห้งแล้งได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าต้องการผลผลิตที่มีคุณภาพจะต้องมีการดูแลรักษาต้นพันธุ์ที่ดีด้วย เช่น การให้น้ำจะต้องมีอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอและเพียงพอ ปัจจุบันมีเกษตรกรไทยประสบความสำเร็จในการปลูกอินทผลัมชนิดกินผลสดและผลแห้ง คนที่จะปลูกอินทผลัมจะต้องมีความเข้าใจว่า ต้นอินทผลัมเป็นต้นไม้ที่มีดอกตัวเมียและตัวผู้แยกอยู่คนละต้น ในการปลูกเพื่อให้มีการติดผลที่ดีจะต้องปลูกทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมียไว้ในสวนเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการผสมเกสร เมื่ออินทผลัมอายุยังน้อยการช่วยผสมเกสรเป็นเรื่องที่กระทำได้ง่าย แต่หากเมื่อต้นมีอายุมากขึ้น ความสูงจะเป็นอุปสรรคต่อการตัดเก็บดอกตัวผู้จากต้นพ่อพันธุ์ และนำไปผสมกับดอกตัวเมียที่ต้นแม่ ซึ่งจั่นดอกอาจแตกและบานได้ไม่พร้อมกัน จึงขอแนะนำว่าผู้ปลูกควรจะมีจำนวนต้นตัวผู้และต้นตัวเมียที่สมดุลกัน เพื่อให้การผสมเกสรเป็นไปอย่างธรรมชาติและมั่นใจได้ว่าดอกตัวเมียจะได้รับการผสมอย่างทั่วถึง ให้ได้ผลผลิตที่ดกโดยประหยัดเวลา แรงงาน และงบประมาณในการช่วยผสมเกสรเนื่องในศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2556 ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้ท่านมีความสุข ประสบแต่สิ่งที่ดีงามและมีสุขภาพแข็งแรงตลอดไป.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 62,284 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น