วันพฤหัสบดี 30 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

โรงเรียนบ้านสว้า ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จ.น่าน ที่มีนักเรียน 239 คน เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-มัธยม3 ยังมีศูนย์การเรียนรู้ ซึ่งเป็นห้องเรียนสาขาสำหรับนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1-6 อีก 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้บ้านป่ากำ และศูนย์การเรียนรู้บ้านขุนน้ำจอน โดยมีนักเรียนจำนวนศูนย์ฯละ 50 คน

นายปกรณ์ ศศิวัจน์ไพสิฐ ผู้อำนวยการโรงเรียน บอกว่า โรงเรียนบ้านสว้าไม่เพียงเน้นการส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนมีความสามารถด้านวิชาการที่ทัดเทียมกับสถาบันศึกษาอื่นๆเท่านั้น หากแต่ยังมุ่งเน้นด้านการงานพื้นฐานอาชีพจากงานด้านเกษตรอันหลากหลาย ที่เป็นทั้งแหล่งอาหารของนักเรียน เป็นการส่งเสริมวิชาชีพที่เด็กๆจะสามารถนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน และเป็นประสบการณ์ที่อาจกลายเป็นอาชีพในอนาคต โดยเฉพาะวิชาเลี้ยงไก่ไข่ จากโรงเรือนไก่เล็กๆ ในโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท เมื่อปลายปี 2550 หรือกว่า 5 ปีที่ผ่านมา โดยให้การสนับสนุนไก่ไข่จำนวน 150 ตัว  อาหารและวัคซีนในรุ่นแรก จนเมื่อครบรุ่นการเลี้ยง  โรงเรียนมีรายได้เข้ากองทุนหมุนเวียนในจำนวนเงิน 75,287 บาท ปัจจุบันเลี้ยงไก่เป็นรุ่นที่ 5 และคาดว่าเมื่อปลดไก่ในอีก 6 เดือนข้างหน้า โรงเรียนจะมีกองทุนหมุนเวียนอยู่ที่ประมาณ 60,000 บาท จากแม่ไก่ 97 ตัว ที่เลี้ยงอยู่ในปัจจุบัน

เมื่อเข้าไปเยี่ยมชมโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ ที่กลายเป็นห้องเรียนอาชีพของนักเรียนในโครงการกว่า 30 คนไปแล้ว พบว่าที่นี่มีการจัดการทั้งโรงเรือน การเลี้ยงไก่ และการจัดการด้านบุคลากรได้เป็นอย่างดี เพราะมีการจัดสรรให้นักเรียนได้หมุนเวียนเข้ามาเลี้ยงไก่ทุกวัน ไม่เว้นวันเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์

ปรีชัย ขันหลวง อายุ 15 ปีที่เพิ่งใช้คำว่า “นาย” มาไม่นาน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประธานกลุ่มยุวเกษตรกรกิจกรรมเลี้ยงไก่ไข่ บอกถึงการเข้ามารับหน้าที่เลี้ยงไก่ไข่ตั้งแต่ 3 ปีก่อนว่ารู้สึกสนใจโครงการเลี้ยงไก่เป็นพิเศษ เพราะทำให้มีความรู้และเข้าใจหลักการณ์ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่ถูกต้อง ที่วันนี้ได้กลายเป็นความรู้ติดตัวเขาที่สามารถนำไปถ่ายทอดต่อให้กับครอบครัว ที่ทำอาชีพเลี้ยงไก่พื้นเมือง รวมถึงเพื่อนบ้านในชุมชน

“ในแต่ละวันสมาชิกทั้ง 30 คนจะแบ่งเวรกันเข้ามาดูแลไก่ไข่ ทุกคนต่างมีส่วนร่วมในกิจกรรม โดยแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน โครงการนี้นอกจากทำให้พวกเรารู้หลักการจัดการการเลี้ยงไก่ไข่อย่างถูกต้องแล้ว ยังรู้การทำบัญชี การจดบันทึกข้อมูลต่างๆ และสอนให้เรารู้หลักการเศรษฐกิจพอเพียง ที่สำคัญยังมีเกษตรกรที่เข้ามาดูวิธีเลี้ยงไก่ของพวกเราอยู่บ่อยๆ ทำให้พวกเราภูมิใจมาก”

ผลสัมฤทธิ์ของกิจกรรมเลี้ยงไก่ไข่ของที่นี่ คือ การสามารถผลิตไข่ไก่ นำไปประกอบอาหาร เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้รับประทานไข่ไก่ได้อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ ขณะเดียวกันยังมีผลผลิตเพียงพอต่อนักเรียนเองและเป็นแหล่งผลิตอาหารให้กับชุมชน นอกจากนี้ยังต่อยอดสู่การผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปและการถนอมอาหาร จากไข่ไก่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ไข่ไก่ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังไม่ทิ้งมูลไก่ที่บางคนมองว่าอาจมีปัญหาเรื่องกลิ่นได้ โดยเด็กๆนำมูลไก่มาหมักเป็นปุ๋ยอินทรีย์ใช้กับแปลงเกษตรของพวกเขาด้วย

“กิจกรรมเลี้ยงไก่ไข่นี้ ไม่เพียงเป็นแหล่งอาหารให้เด็กๆและชุมชนเท่านั้น ยังได้บูรณาการสู่การเรียนการสอนกับวิชาอื่นๆ เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การงานพื้นฐานอาชีพ และโรงเรียนของเราได้บรรจุให้เป็นสาระหนึ่งในหลักสูตรการเรียนการสอนของนักเรียนในระดับชั้น ม.1-ม.3 และเป็นอีกชมรมที่เปิดให้นักเรียนตั้งแต่ป.1-ม.3 มีโอกาสได้เลือกเข้ามาร่วมกิจกรรมได้ตามความสนใจ เพื่อที่ว่าอาชีพเล็กๆ นี้จะกลายเป็นแนวทางอาชีพอันยิ่งใหญ่ของเด็กๆ ในอนาคต หรืออย่างน้อยๆ ก็เป็นการปูพื้นฐานอาชีพ ที่สอนให้พวกเขารู้จักความรับผิดชอบ รวมถึงการทำงานเป็นทีม” ผอ.ปกรณ์ กล่าว

การคาดหวังจะให้บ้านเมืองเราพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนแล้ว ควรเริ่มจากการหยิบยื่นโอกาสให้เด็กๆที่ด้อยโอกาสอย่างเช่นเด็กในถิ่นทุรกันดารเหล่านี้ เสมือนไปช่วยลบช่องว่างในสังคม สังคมเราจะค่อยๆพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  มั่นคงและยั่งยืน.


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 22,336 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น