วันอาทิตย์ 26 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ปัจจุบันประชาชนนิยมรับประทานไก่พื้นเมืองกันมากขึ้น จนการเพาะเลี้ยงเริ่มไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เนื่องจากปริมาณการเลี้ยงไก่ในเชิงธุรกิจของเกษตรกรมีค่อนข้างน้อย ฉะนั้นหากมีการศึกษาถึงแนวทางการเลี้ยงที่เหมาะสมและเลี้ยงมาก ๆ ก็สามารถที่จะทำรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี

ไก่พื้นเมืองมีลักษณะเด่น คือ เลี้ยงง่าย มีความต้านทานโรคสูง เนื้อเป็นที่นิยมรับประทาน เพราะมีรสชาติดี หากผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองมีการศึกษาวิธีการเลี้ยงให้เข้าใจ พร้อมทั้งมีการดูแลป้องกันรักษาการเกิดโรคต่าง ๆ ก็จะทำให้ผลผลิตไก่พื้นเมืองดีขึ้น สามารถจำหน่ายได้ราคาดี เป็นการเพิ่มพูนรายได้ให้กับผู้ที่เลี้ยงอีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ไก่พื้นเมืองยังจะช่วยให้ธรรมชาติมีความสมดุลในระบบการทำการเกษตรแบบผสมผสานอีกด้วย  คือจะช่วยจิกกินแมลงที่ทำลายต้นพืช ทำให้ผู้เลี้ยงมีอาหารที่ดีมีคุณภาพไว้รับประทาน เนื้อไก่พื้นเมืองและไข่ไก่พื้นเมืองมีคุณค่าทางโภชนาการโดยเฉพาะในเด็กทำให้เจริญเติบโตเร็ว ช่วยบำรุงสมองให้มีสติปัญญาดีเฉลียวฉลาด และไม่เป็นแหล่งสะสมสารเคมีจากการบริโภคไก่ที่เจริญเติบโตจากอาหารเม็ดที่ผ่านขบวนการผลิตทางวิทยาศาสตร์

ทำให้ผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองมีรายได้เพิ่มขึ้น  เพราะไม่ต้องเสียเงินไปซื้อเนื้อไก่พื้นเมืองและไข่ไก่พื้นเมืองมารับประทาน สามารถเอาเงินนั้นเก็บไว้ซื้อสิ่งอื่น ๆ ที่จำเป็นและหากผู้ที่เลี้ยง เลี้ยงไว้จนเหลือรับประทานก็สามารถนำไปขายเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวด้วยอีกทางหนึ่ง ที่สำคัญในตอนนี้ตลาดมีความต้องการไก่พันธ์ุพื้นเมืองที่เลี้ยงด้วยวิธีตามธรรมชาติเพิ่มมากขึ้นเป็นทับทวี และมูลไก่นับเป็นปุ๋ยคอกที่มีธาตุอาหารของพืชสูง เป็นผลพลอยได้อย่างหนึ่งของการเลี้ยงไก่พื้นเมือง และใช้เป็นอาหารเลี้ยงปลาก็ได้ เนื่องจากมูลไก่พื้นเมืองมีธาตุอาหารมากมายทั้งไนโตรเจน โปรตีน แคลเซียม และฟอสฟอรัส

ณ วันนี้เริ่มมีการคิดถึงไก่พื้นเมืองเพื่อนำมาเลี้ยงเป็นอาชีพเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากไก่พื้นเมืองขายได้ราคาดีทั้งตัวผู้และตัวเมียซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มพูนยิ่งขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย
ในปีหนึ่ง ๆ แม่ไก่พื้นเมืองจะไข่และฟักไข่ 3-4 รุ่นต่อปี แม่ไก่ตัวหนึ่งจะฟักลูกออกมาประมาณ 8-12 ตัว ทั้งปีแม่ไก่พื้นเมือง 1 ตัว จะให้ลูกประมาณ 30-40 ตัว ทำให้ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองมีไก่ให้เลี้ยงและให้กินตลอดปี และมีลูกไก่ให้เลี้ยงเป็นไก่โตเพื่อบริโภคและจำหน่ายอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องไปหาซื้อลูกไก่ให้เป็นการเพิ่มต้นทุนในการเลี้ยงเหมือนไก่ชนิดอื่น ๆ

ที่สำคัญผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองควรให้ความสนใจในการเลือกสถานที่เลี้ยงไก่นิดหนึ่ง คือควรพิจารณาสถานที่ที่เป็นเนินและระบายน้ำได้ดี หากบริเวณใกล้เคียงกันเป็นที่นาก็จะดีมาก เนื่องจากเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวข้าว ข้าวที่ตกหล่นจะเป็นอาหารของไก่พื้นเมืองที่เลี้ยงอยู่ ต้องมีน้ำจืดที่สะอาดให้กินตลอดเวลา เพราะหากไก่ขาดน้ำแล้ว การเจริญเติบโตอาจลดลงได้

บริเวณที่เลี้ยงควรมีต้นไม้เพื่อบังแสงแดดในตอนกลางวันหรือตอนบ่าย จะช่วยให้สถานที่เลี้ยงไก่มีความร่มเย็นทำให้ไก่ไม่เครียดเกินไป การเจริญเติบโตก็จะเป็นไปตามปกติ อาหารโปรตีนเสริมให้ไก่กินก็ใช้ปลวก ที่เกษตรกรสามารถทำบ่อเพาะปลวกได้เอง ด้วยการขุดดินหน้ากว้าง 0.50 เมตร ยาว  0.70  เมตร ลึก 0.30 เมตร ตัดไม้เนื้ออ่อนเป็นท่อน นำมาวางก้นหลุม วางเป็นลูกระนาด นำมูลสัตว์แห้งมาโรยลงบนกองไม้ให้ทั่วแล้วพรมน้ำให้พอชื้น นำฟาง ใบไม้ หญ้าแห้ง หรือกระดาษกล่องวางทับ แล้วคลุมด้วยกระสอบป่าน ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 วัน ปลวกจะมาอาศัยอยู่ จากนั้นก็นำไปเคาะให้ไก่กินแนวทางการเลี้ยงไก่พื้นเมืองดังที่กล่าวมานี้เกษตรกรสามารถทำได้เองในพื้นที่ของตนเอง ที่สำคัญคือมีเนื้อไก่และไข่ไก่กินตลอดทั้งปีแถมมีคุณค่าทางโภชการที่มาก กว่าไก่ชนิดอื่น ๆ ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไปในขณะนี้.


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 29,047 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น