วันศุกร์ 25 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

 

                  (17 ก.ย.) ที่บริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มวัยรุ่นลูกหลานได้เดินทางมารวมตัวกันกว่า 300 คน โดยมี ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม อดีตนายทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วยผู้สื่อข่าวจาก 3 สังกัด ประกอบด้วย สำนักข่าวทีนิวส์ บูลสกายทีวี และ เอเอสทีวี  ทำการประชุมชาวบ้าน โดยเฉพาะคนที่ใช้ชื่อ “ฟ้า” ได้นำ นายจรูญ ยศชู อายุ 50 ปี ชายวิกลจริตสติไม่สมประกอบ ซึ่งเป็นหนึ่งของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บศรีษะแตกจากเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มวัยรุ่นม็อบสวนยางเมื่อวานนี้ พร้อมด้วยญาติ ๆ มาร้องเรียนขอความเป็นธรรม

                โดยนายจรูญ และญาติ ๆ ร่วมกันเปิดเผยว่าในขณะที่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายนายจรูญ ได้เดินทางมาเที่ยวบ้านญาติคนหนึ่งที่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ จนกระทั้งมีเจ้าหน้าที่ตรงเข้ามาใช้กระบอกฟาดศีรษะจนแตกเลือดไหลอาบใบหน้า นายจรูญ ถูกนำส่ง รพ.ชะอวด แพทย์เย็บบาดแผลให้ 6 เข็ม  เจ้าหน้าที่ตำรวจเหี้ยมโหดมากนายจรูญ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุวุ่นวายแม้แต่น้อยแต่ยังถูกทำร้าย จึงขอเรียกร้องขอความเป็นธรรมจนถึงที่สุด

                ในขณะที่”ผู้กองปูเค็ม”พร้อมสื่อมวลชนทั้ง 3 สังกัดได้รวมกันออกตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เริ่มจากซากรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกเผา โดยให้ชาวบ้านตะโกนพร้อม ๆ กันว่าตำรวจเป็นคนเผารถตัวเอง จากนั้นเข้าตรวจสอบบ้านที่ร้านเสริมสวยซึ่งมีร่องรอยถูกกระสุนปืนเจาะหลายแห่ง และยังช่วยกันเก็บปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวนเกือบ 10 ปลอกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมระบุว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่ปราบจลาจลที่ไล่ยิงกลุ่มวัยรุ่น

“ผู้กองปูเค็มยังได้เรียกประชุมกลุ่มวัยรุ่น โดยกล่าวว่ากลุ่มวัยรุ่นคงไม่รู้เท่าทันพวกตำรวจที่มีเล่ย์เหลี่ยมในการสร้างสถานการณ์ต่าง ๆ ถึงกับเผารถตัวเองเพื่อโยนความผิดให้กับวัยรุ่นลูกหลานชาวสวนยาง ดังนั้นในคืนนี้ตนและพรรคพวกจะพักอยู่ที่นี่ เพื่อคอยควบคุมการเคลื่อนไหว และขอให้วัยรุ่นทั้งหมดช่วยกันตรวจสอบบุคคลที่เข้ามาแอบแฝงในม็อบ เพราะทราบว่ามีเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายปลอมตัวแอบแฝงเข้ามาปะปนในกลุ่มของพวกเราด้วย หากพบให้จับกุมตัวมาให้ตนสอบสวน อย่างไรก็ตามบุคคลแปลกหน้าจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มนักข่าวเอเอสทีวี ทีนิวส์ บูสกายทีวี หรือนักข่าวไทยรัฐบางคนที่มากับพวกเรา จึงขอให้น้อง ๆ ทุกคนช่วยแยกแยะและดูแลนักข่าวของพวกเราให้ดี ๆ ส่วนนักข่าวคนอื่น ๆ จะให้เข้ามาในพื้นที่ไม่ได้อย่างเด็ดขาด”

 ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม  ยังกล่าวอีกว่าในวันพรุ่งนี้ตอนสาย ๆ ขอให้กลุ่มวัยรุ่นและพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางมารวมตัวกันที่สี่แยกควนหนองหงษ์ โดยให้ทุกคนเอาขี้ยางมาคนละ 1 ก้อน หรือยางแผ่นคนละ 1 แผ่น เพื่อเดินเท้าไปยัง สภ.ชะอวด หรือ สภ.จุฬาภรณ์ เพื่อไปสอบถามตำรวจว่าเผารถตัวเองทำไม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภาพถ่ายและคลิปวีดีโอ.จำนวนมาก ในการดำเนินการในเรื่องต่างๆ ของผู้กองปูเค็ม และกลุ่มนักข่าวทั้ง 3 สังกัดถูกนำมาโฟสในเฟสบุ๊คและเว็บไซด์ จนสมาชิกโลกออนไลน์ได้แชร์ข้อความกันออกไปเผยแพร่อย่างกว้างขวาง และไม่การเผยแพร่พร้อมแสดงความคิดเห็นต่อ ๆ กันกันอย่างกว้างขวาง  ส่วนกลุ่มวัยรุ่นหลายคนที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถูกนำตัวเดินทางไปกรุงเทพ อ้างว่าไปออกรายการสดตามช่องทีวีใน 3 สังกัดดังกล่าว

ในขณะเดียวกันประชาชนในแต่ละอำเภอได้แห่ไปขึ้นทะเบียนชาวสวนยางเพื่อขอรับเงินช่วยเหบือปัจจัการผลิตจากรัฐบาลไร่ละ 2,520 บาทอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ที่องค์การบริหารส่วนตำบลฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้มีเกษตรกรชาวสวนยางในตำบลฉลอง ได้เดินทางไปขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางกันอย่างคึกคัก และจากการสอบถามเกษตรกรทุกคนต่างพอใจกับมาตรการการช่วยเหลือของรัฐบาล

               นายทินกร มุสิกวัตร นายอำเภอสิชล เปิดเผยว่า  เกษตรกรชาวสวนยางพอใจในมาตรการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำของรัฐบาล ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ หรือ กนย. และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเพิ่มเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา จากเดิม 1,260 บาทต่อไร่ เป็น 2,520 บาทต่อไร่ จากเดิม 10 ไร่ เป็นไม่เกิน 25 ไร่ ในระยะเวลา 7 เดือน คือระหว่างเดือน ก.ย. 56 - มี.ค.57 จากการสอบถามเกษตรกรชาวสวนยาง อ.สิชล ทุกรายพอใจในมาตรการช่วยเหลือดังกล่าว

                “อำเภอสิชลพร้อมด้วยเกษตรอำเภอสิชล จะออกให้บริการนอกสถานที่จะหมุนเวียนไปให้บริการรับแจ้งนอกสถานที่ ทุกที่ทำการของอบต.ทุกตำบล โดยจะมีหนังสือแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้เกษตรกรกรทราบล่วงหน้า สำหรับคนที่แจ้งกับผู้ใหญ่บ้านแล้วผู้ใหญ่จะแจ้งให้ทางเกษตรอำเภอไม่ต้องไปที่สำนักงานเกษตรอำเภอ  ถ้าหากเกษตรกรคนไหนไม่พร้อมหรือขาดเหลืออะไร จะมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำตลอดเพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็ว   ทางอำเภอสิชลจะเร่งให้เสร็จก่อนกำหนด คือวันที่ 30 ก.ย.56 ให้เสร็จก่อนกำหนดทั้งอำเภอเพื่อยื่นเอกสารไปยังรัฐบาล  เพื่อให้เกษตรกรได้รับเงินโดยเร็วที่สุด.

 

 

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 14,294 ครั้ง