วันเสาร์ 1 พฤศจิกายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้ (20 พ.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.ดส. และ พ.ต.ท.คฑายุทธ โรจน์วงศ์สุริยะ สว.กก.ดส. พร้อมพวก ทำการจับกุมนายโจว ฮอง ฮุน อายุำ28 ปี ชาวไต้หวัน พร้อมของกลางศพเด็กทารก ลักษณะปลุกเสกทำเป็นกุมารทอง ปิดทองทั่วตัวจำนวน 6 ศพ บรรจุในกล่องกระดาษ โดยสามารถจับกุมได้ที่ โรงแรมแห่งหนึ่งย่านเยาวรราช แล้วภายหลังได้รับการประกันตัว แต่ห้ามเดินทางออกนอกประเทศตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด

พ.ต.ท.คฑายุทธ โรจน์วงศ์สุริยะ สว.กก.ดส. เปิดเผยว่า ทางผู้ต้องหาได้สารภาพว่า ได้ซื้อกุมารทองมาจากนายเฉิน ชาวไต้หวัน ซึ่งจ่ายเงินที่ประเทศไต้หวัน ก่อนที่ตนจะเดินทางมารับของที่ กรุงเทพ และเมื่อเจ้าหน้าที่เชิญตัวนายเฉิน เหวิน อี้ อายุ32 ปี ที่ผู้ต้องหากกล่าวอ้างมาตรวจสอบ พร้อมกับนำตัวไปค้นห้องที่เกสเฮ้าท์ แห่งหนึ่งย่านถนนข้าวสาร ก็ไม่พบสิ่งผิดกฏหมายแต่อย่างใด จึงต้องปล่อยตัวไปก่อน
 

ส่วนของกลางทั้งหมดเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบว่าตามตัวกุมารทองนั้นมีการลงอักขระเป็นภาษาเขมร ทั่วลำตัว ซึ่งคาดว่าน่าจะทำมาจากประเทศเพื่อนบ้านก่อนนำมาจำหน่ายในกรุงเทพให้กับบรรดาพ่อค้า นักธุรกิจ ที่เชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ แต่เมื่อสอบผู้ต้องหารายนี้พบว่าผู้ต้องหาไม่ทราบว่า นายเฉิน  ซึ่งเป็นผู้ต้องหาอ้างว่ามีการซื้อกุมารทองกันนั้นนำซากศพทารกมาจากที่ใด แต่ทางเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากตรวจสอบย้อนหลังไปยังพื้นที่ใกล้เคียงกับที่ทำการจับกุมและพื้นที่ทั่วไปใน กทม.ไม่พบว่ามีการแจ้งลักศพทารกแต่อย่างใด


ด้าน พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.ดส. เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังรอผลตรวจจากนิติเวชรพ.ตร ว่าศพเด็กทั้งหมอว่าเป็นเด็กไทยหรือว่าเด็กที่มาจากเขมรและสาเหตุการเสียชีวิต  เพื่อที่จะสืบสวนสอบสวนในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตามตนมั่นใจว่าศพเด็กทั้งหมดเป็นเด็กไทย  ส่วนหมอผีหรือว่าคนที่ทำพิธีกรรมปลุกเสกกุมารทอง คาดว่าน่าจะเป็นคนไทยแต่อาจจะหมอที่ร่ำเรียนวิชาไสย์เวชมาจากประเทศเขมร อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่รู้ตัวหมอผีที่ทำพิธีกรรมดังกล่าวแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุมและนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ที่สำนักเม้ง ขุนแผน ซอยรามคำแหง 190 นายพิชิต แสงวิทโยทัย หรืออาจารย์เม้ง ขุนแผนใ ห้สัมภาษณ์กรณีกุมารทองว่า จากกระแสข่าวจับกุมชาวไต้หวันที่นำซากศพเด็กจากการทำแท้งมาทำกุมารทองที่เกิดขึ้นนั้น ตนไม่สนับสนุนเพราะถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เนื่องจากว่าแท้จริงแล้วกุมารทองไม่จำเป็นต้องทำจากศพเด็กเท่านั้น ยังสามารถใช้ดิน 7 ป่าช้าหรือกระดูกของคนที่ถูกเผาในเมรุก็ได้
 

นายพิชิตกล่าวอีกว่า เรื่องกุมารทองเป็นเรื่องความเชื่อ และถูกปลูกฝังกันมา มีบางคนไปใช้หลักวิชาที่ผิดเอาซากศพที่เกิดจากการทำแท้งซึ่งเป็นของที่มีเสนียดจัญไรเป็นของต่ำมาทำเป็นกุมารทองหลอกขายชาวต่างชาติ ทำให้กุมารทองกลายเป็นเรื่องการค้าการพาณิชย์ ทั้งที่จริงแล้วการเอาซากศพที่เกิดจากการทำแท้งมาทำเป็นกุมารทอง ทำให้วิญญาณที่เกิดจากการทำแท้งไม่ได้รับการปลดปล่อย ทำให้วิญญาณอาฆาตและทำให้ชีวิตคนที่นำไปบูชาตกต่ำและจะเป็นกรรมต่อเนื่องกันระหว่างเจ้าของ คนปลุกเสกและดวงวิญญาณเอง


“แท้จริงแล้วการทำกุมารทอง คือความตั้งใจที่จะให้วิญญาณได้รับการปลดปล่อยจากกรรมและความแค้น เมื่อวิญญาณได้รับการปลดปล่อยก็จะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน จึงต้องทำหุ่นแล้วเอาวิญญาณมาสถิตไว้เพื่อจะได้มีที่อยู่ เจ้าของที่บูชาก็จะต้องหมั่นทำบุญ จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้ชีวิตดีขึ้น” นายพิชิตกล่าว


เจ้าสำนัก เม้ง ขุนแผน เปิดเผยอีกว่า แท้จริงแล้วแนวคิดการบูชากุมารทองคือการทำบุญให้กับวิญญาณที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรและยังต้องชดใช้กรรมเพราะยังไม่ถึงเวลาที่ต้องไปเกิด หากเจ้าของบูชาและทำบุญให้กุมารทองตลอด ก็จะเกิดบุญที่ช่วยหนุนนำให้เจ้าของได้รับโชคลาภและความเจริญก้าวหน้าในชีวิต  ซึ่งคุณของกุมารทองมีเอนกประสงค์มากมาย อย่างไรก็ตามคนที่นำไปบูชาไม่มีทางทราบว่ากุมารทองที่เลี้ยงไว้มีที่มาจากอะไร ดังนั้นจึงควรหมั่นทำบุญให้กุมารทองเพื่อทำให้ดวงวิญญาณได้บุญกุศลเหมือนเป็นการใส่บาตร
 

ที่ สน.พลับพลาไชย 2  พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ สายันประเสริฐ ผกก.สน. พลับพลาไชย 2  ได้กล่าวถึง คดีขนกุมารทองขายต่างประเทศว่า   ในวันจันทร์ ที่ 21 นี้จะนำซากทารกทั้ง 6 ซาก  ส่งสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจเพื่อ พิสูจน์ทราบตามคำสั่งอัยการ ว่า เป็นสภาพบุคคลเริ่มตั้งแต่คลอดแล้วอยู่รอดจนเป็นทารถสามารถหายใจด้วยปอดได้แล้วและเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด เพศใดเพราะมีอยู่ 2 ซากที่น่าจะมีเป็นสภาพบุคคลแล้ว
จากนั้นจะเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามารับทราบทราบข้อกล่าวลักลอบ ฝัง  ซ่อนเร้น เคลื่อนย้าย หรือ ทำลายศพ เพื่อปิดบังการเกิดการตาย หรือเหตุแห่งการตาย มีโทษจำคุก  1 ปี ปรับ สองหมื่นบาท แต่หากเสียชีวิตจากการทำแท้งจะมีอายุในครรภ์กี่เดือนไม่มีสถานภาพเป็นบุคคลพนักงานสอบสวนจะนำมาพิจารณาในการส่งดำเนินคดีอีกครั้ง ทั้งนี้ต้องรอผลจากการชันสูตรพลิกศพจากผู้เชี่ยวชาญของสถาบันนิติเวชเป็นหลัก

พ.ต.อ.รุ่งโรจน์  เผยต่อว่า จากการที่สื่อมวลชนได้ลงข่าวความเฮี้ยนของซากทารกไปแล้วนั้นก็มีบรรดาชาวบ้านที่มีความเชื่อทางไสยศาสตร์เดินทางเข้ามาขอดูซากศพทารกดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก ทางสน.จึงต้องขอประชาสัมพันธ์ว่าไม่อนุญาตให้ใครเข้ามากราบไหว้แต่อย่างใดเนื่องจากห้องที่เก็บนั้นเป็นห้องที่พนักงานสอบสวนใช้ในการทำงานจึงไม่สะดวกที่จะให้ประชาชนเข้ามากราบไหว้ได้
อย่างไรก็ตาม ได้มีการสอบถาม พ.ต.ท.หญิง จิตติมา ธงไชย พงส.(สบ3)สน.พลับพลาไชย2  เกี่ยวกับความลี้ลับของ กุมารทองที่ว่า ได้ยินเสียงเด็กร้องในห้องเก็บของกลางนั้น  ระบุว่า  เป็นความจริงที่ได้ยินเสียงคล้ายเด็กร้องบริเวณที่เก็บของกลาง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่ส่วนตัวตนไม่ขอลบหลู่ดีกว่า โดยพรุ่งนี้ในช่วงเช้าตนจะขอตักบาตรเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับซากทารกเหล่านั้นให้ไปเกิดใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผกก.ได้ทำการเปิดชั้นวางของด้านหลังโต๊ะทำงานของพนักงานสอบสวน พบศพทารกทั้ง 6 ซาก ได้ถูกเก็บไว้ที่ห้องพนักงานสอบสวนโดยบรรจุไว้ในกระเป๋าเดินทางสีดำที่ชั้นเก็บของ นอกจากนี้ยังพบขวดน้ำแดง 2 ขวด นมเปรี้ยว จำนวนกว่า 6 ขวดและท็อฟฟี่วางอยู่โดยรอบชั้นวางดังกล่าว ซึ่งเป็นของที่พ.ต.ท.หญิง จิตติมา ได้นำสิ่งของเหล่านี้มากราบไหว้เพราะสงสารซากศพเหล่านี้ที่ต้องมาถูกทำพิธีกรรมดังกล่าว


นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ร.ต.อ.พงษ์นริทร์ อนันตชาติ พงส.(สบ1)สน.พลับพลาไชย 2  ซึ่งเปิดเผยประสบการขนหัวลุกว่า เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างเข้าเวรทำงาน ต่อจากพ.ต.ท.หญิง จิตติมา ขณะนั้นตนกำลังนั่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ห้องพนักงานสอบสวนจู่ๆก็ได้ยินเสียงคล้ายเด็กร้อง เสียง “อ่อแอ่” ขึ้นมาซึ่งขณะนั้นตนก็คิดว่าอาจจะอุปทานไปเองเพราะภายในสน.ได้มีการเปิดโทรทัศน์ไว้อาจเป็นเสียงของละครก็เป็นไปได้ แต่พอมาทราบข่าวตอนหลังว่ามีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นก็ไม่ขอลบหลู่ดีกว่า
สื่อข่าวรายงานบรรยากาศหน้าโรงพักภายหลังจากมีข่าวลือเกี่ยวกับความเฮี้ยน ของกุมารทอง ทำให้ มีบรรดาแม่ค้าที่ขายของอยู่ใกล้ๆโรงพักต่างแห่มาของดูซากทารกน้อยกับ 6-7 ราย แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปดูแต่อย่างใด จึงทำได้แต่เพียงยืนมุงผ่านกระจกเข้าไปในห้องพนักงานสอบสวนเท่า  โดยบรรดาคอหวยทั้งหลายพอทราบว่า เลข613  เลขห้องที่จับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมของกลาง จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับไป


ด้าน นส.ณัฐธิดา กาแดง อายุ49 ปี แม่ค้าขายหัวหมูภายในตลาดเยาวราชใหม่ เผยว่า วันนี้ตนตั้งใจเดินทางมากับเพื่อนเพื่อจะมาขอชมและกราบไหว้ขอเลขเด็ดจากซากทารกทั้ง 6 ซาก ซึ่งตนมีความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์อยู่แล้วจึงได้เดินทางมาดูด้วยตนเอง แต่มาถึงที่สน.ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปกราบไหว้ ตนรู้สึกเสียดายมากแต่ก็เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าไม่สะดวกจริงๆ


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 37,814 ครั้ง