วันพฤหัสบดี 17 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้ (28 ก.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ  แถลงผลตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอโครงกระดูก 2 โครง ที่พบในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตอายุรแพทย์ รพ.ตำรวจ ผู้ต้องหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว และร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร รวมทั้งยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีการหายตัวอย่างเป็นปริศนาของนายสามารถ นุ่มจุ้ย และ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ สองสามีภรรยา โดยพบว่าทั้ง 3 โครงไม่ตรงกับตัวอย่างดีเอนเอที่นำมาเปรียบเทียบ จึงไม่เกี่ยวข้องกับนายสามารถ และ น.ส.อรษา ซึ่งเตรียมส่งผลตรวจไปให้พนักงานสอบสวน ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ 

เมื่อถามว่า หากญาติไม่พอใจผลการตรวจและส่งต่อไปให้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์  โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมได้หรือไม่  พล.ต.ท.จงเจตน์ กล่าวว่า ทางนิติเวชวิทยาจะตรวจพยานหลักฐานที่ทางพนักงาสอบสวนส่งมาให้เท่านั้น และเราจะส่งผลการตรวจไปให้ยังพนักงานสอบสวน เราไม่มีหน้าที่ส่งวัตถุพยานไปให้ใครต่อ แต่ถ้าทางญาติยังข้องใจ และร้องขอพนักงานสอบสวนก็สามารถทำได้ แต่อยากจะขอเรียนว่าการตรวจดีเอนเอนั้นเป็นการตรวจด้วยเครื่อง ทุกอย่างจะออกมาเป็นกราฟเป็นหลักฐานหมด เพราะฉะนั้นการแปลผลจากเครื่องไม่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลเลย 

พ.ต.อ.พิชัย ปกป้อง ผกก.สภ.ท่าไม้รวก เปิดเผยว่า แม้ผลการตรวจโครงกระดูกและดีเอ็นเอ พบว่าไม่ใช่สองสามีภรรยาที่หายสาบสูญไปก็ไม่มีปัญหา เพราะโครงกระดูกที่พบภายในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ก็สามารถดำเนินคดีได้อยู่แล้ว โดยจะต้องพิสูจน์ความเกี่ยวพันและเชื่อมโยงว่าไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร ส่วนพยานสำคัญทั้งหมด อาทิ นายกะลา แรงงานชาวพม่า ที่เป็นผู้ชี้จุดฝังศพ พยานปากเอก และญาติของสองสามีภรรยา ตำรวจได้ส่งกำลังไปคุ้มครองดูแลเป็นอย่างดีแล้ว

“ตอนนี้คณะพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมคดีที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ทั้งหมด ซึ่่งกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค7 ได้ส่งผลการตรวจปืนมาเรียบร้อยแล้ว พบว่าอาวุธปืนทั้ง 42 กระบอกมีบางส่วนที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ จึงได้ขออนุญาตศาลออกหมายจับ และแจ้งข้อหามีอาวุธปืนมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เพิ่มเติมกับหมอสุพัฒน์ทันที” ผกก.สภ.ท่าไม้รวก กล่าวและว่า นอกจากนี้อาจจะต้องมีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มแน่นอน แต่ยังไม่เปิดเผยว่าเป็นใครบ้าง ขอปรึกษาคณะทีมทำงานก่อน สำหรับการขออำนาจศาลฝากขังหมอสุพัฒน์ ที่จะครบกำหนด 12 วัน หากคณะพนักงานสอบสวนยังทำงานไม่เสร็จคงต้องขออำนาจศาลฝากขังต่ออีก 12 วัน

วันเดียวกัน ที่ สภ.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี นางศุภามาศ เครือนาค หัวหน้าสำนักงานจัดหางานจังหวัดเพชรบุรี ได้มอบหมายให้ น.ส.อัญชลี จิตรดี นักวิชาการแรงงานชำนาญการ หัวหน้าฝ่ายต่างด้าว และนายทวิช ทองสินธุ์ พนักงานแรงงานปฏิบัติงาน เป็นตัวแทนมาเข้าพบ พ.ต.ท.สุธรรม ป้อมสีทอง พนักงานสอบสวน สภ.ท่าไม้รวก เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ และ น.ส.วิลสา จันทรบัญชร ในข้อหารับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงาน โดยมีเอกสารหนังสือลงนามโดยนายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.เพชรบุรี ที่ได้ให้ทำการตรวจสอบเรื่องการจ้างแรงงานต่างด้าวถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ของ พ.ต.ท.นพ.สุพัฒน์

จากการตรวจสอบแล้วพบว่า นายกะลา พยานปากสำคัญ ไม่มีหนังสืออนุญาตเข้าเมืองและหนังสืออนุญาตให้ทำงานได้ในประเทศ จึงถือเป็นความผิดตามมาตรา 54 แห่ง พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2552 ในส่วนข้อหาการหลบหนีเข้าเมืองของนายกะลานั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง ซึ่งขณะนี้นายกะลาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวอยู่แล้ว โดยพนักงานสอบสวนได้รับเอกสารพร้อมกับลงบันทึกประจำวันไว้ เพื่อที่จำพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาต่อ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ และ น.ส.วิลสา ต่อไป
 
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันเดียวนี้ นายสว่าง นุ่มจุ้ย พ่อของนายสามารถ นุ่มจุ้ย ได้นำจดหมายลึกลับที่ส่งมาจากกรุงเทพมหานคร โดยไม่ระบุชื่อผู้ส่งมาให้ผู้สื่อข่าวดู โดยในจดหมายมีเนื้อหาข้อความพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ที่ระบุว่า ได้สื่อสารกับวิญญาณของนายสามารถ และ น.ส.อรษา เมื่อคืนวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยทั้งสองบอกว่าถูกฆาตกรรมด้วยฝีมือของหมอ และพวกรวม 4 คน และอีกไม่นานเรื่องคงถูกเปิดเผย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 21,801 ครั้ง