วันเสาร์ 26 กรกฎาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

กรณีน.ส.วิชุดา พยัคเพศ อายุ 35 ปี หรือชื่อในวงการคือ “แหม่ม วิชุดา พิมดัม” ดารานักแสดงสาวชื่อดัง เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง พงส.(สบ 3 ) สน.พหลโยธิน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกนางปาณิสรา ศรีวิชา อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 10 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น แม่บ้านขโมยทรัพย์สินภายในบ้านเมื่อประมาณช่วงสิ้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งนำภาพวงจรปิดที่บ้านมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ โดยนักแสดงชื่อดังเดินทางเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 14 ส.ค.ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
 

ล่าสุดวันนี้ (15 ส.ค.) พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง พงส.(สบ3) สน.พหลโยธินเปิดเผยว่า หลังจากที่ทางสื่อนำเสนอข่าวดังกล่าว นางปาณิสราได้ติดต่อมาทางตน ให้การเบื้องต้นว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นความเข้าใจผิด ตนไม่ได้ลักทรัพย์สินของแหม่ม วิชุดาไป เพราะโทรทัศน์ที่ตนยกออกจากบ้านซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพได้นั้น เป็นโทรทัศน์ของตนเอง รวมถึงเครื่องเล่นดีวีดีด้วย ซึ่งตนมีหลักฐานการซื้อขายโทรทัศน์และเครื่องเล่นดีวีดีดังกล่าว ส่วนกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ 2 อันนั้น ตนไม่ได้ลักไปตามที่เป็นข่าว ส่วนเรื่องเงิน 20,000 บาทนั้น ทางนางปาณิสราอ้างว่าเป็นเงินที่โอนล่วงหน้า และหลังจากเป็นข่าว ทางนางปาณิสราก็อ้างว่าเดี๋ยวจะโทรศัพท์ไปคุยกับแหม่ม-วิชชุดาเอง
 

พ.ต.ท.สุชัยกล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกตัวนางปาณิสราเข้ามาให้ปากคำแล้วเมื่อวานนี้ ซึ่งนางปาณิสราก็ยืนยันว่าจะเข้ามาให้ปากคำแน่นอน แต่ขอเวลา 2-3 วันเพราะยังตกใจกับการที่สื่อนำเสนอข่าวอยู่ ขณะนี้ยังทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งนี้ในส่วนของเจ้าหน้าที่หากนางปาณิสราเดินทางมาให้ปากคำ ต้องแจ้งข้อหาลักทรัพย์ไว้ก่อนจนกว่าจะสามารถพิสูจน์หลักฐานของทรัพย์สินได้ทั้งหมด และจะทำเรื่องส่งอัยการมีความเห็นว่าจะฟ้องไม่ฟ้องต่อไป
 

ด้านแหม่ม-วิชชุดาเปิดเผยว่าหลังจากไปสำรวจทรัพย์สินภายในบ้านอีกครั้งพบว่า เงินใต้หมอนที่พ่อนอนรักษาตัวอยู่หายไปอีก 2,000 บาท ส่วนเรื่องโทรทัศน์และเครื่องเล่นดีวีดีที่อีกฝ่ายอ้างว่าซื้อมานั้น ตนก็อยากให้เอาหลักฐานมายืนยัน เพราะอีกฝ่ายจะพูดอะไรก็ได้ แต่โทรทัศน์และเครื่องเล่นดีวีดีนั้นตนยืนยันว่าเป็นของตนแน่นอน โดยโอนเงินให้ทางอีกฝ่ายไปซื้อมาให้ตน ในราคา 8,000 บาท และหลังจากเกิดเรื่องอีกฝ่ายก็ไม่ได้ติดต่อมาอีกเลย ทั้งนี้หากตนไม่แน่ใจในข้อเท็จจริงเรื่องลักทรัพย์ คงไม่เดินทางมาแจ้งความหรอก และอยากถามอีกฝ่ายว่าหากโทรทัศน์เป็นของอีกฝ่ายจริง ทำไมจะต้องหลบหนีไปด้วย.


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 25,527 ครั้ง