วันพฤหัสบดี 18 ธันวาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (13 ก.ค. ) ที่สน.มีนบุรี พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.สายตรวจฯ บก.สปพ. ร.ต.อ.สืบศักดิ์ ผันสืบ รองสว.งานสายตรวจ2 บก.สปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่นำตัวนายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม หรือ เอ็กซ์ อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ผู้ต้องหาในคดีทำร้ายร่างกายนางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม และแพทย์หญิงณิธวดี ภู่เจริญยศ อายุ 38 ปี มารดาและภรรยา เดินทางเข้ามอบตัวต่อ พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี โดยมีทนายความร่วมเดินทางมาด้วย

ก่อนหน้านี้ทางนางปวีณา หงสกุล รมว.พัฒนาทรัพยากรและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เดินทางมาพร้อมด้วยนางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม และแพทย์หญิงณิธวดี ภู่เจริญยศ อายุ 38 ปี มารดาและภรรยาของนายจักรกฤษณ์โดยได้แยกกันอยู่คนละห้อง นายจักรกฤษณ์เข้าห้องประชุม ส่วนทางฝั่งนางปวีณาอยู่ห้องผู้กำกับการสน. ตรงข้ามกันโดยไม่ได้พบหน้ากัน

ทั้งนี้ระหว่างที่นายจักรกฤษณ์เดินทางมาถึงและจะตรงมาที่ห้องของนางปวีณา ทางภรรยาได้ลุกยืนและบอกว่า ไม่ขอพบ ด้วยท่าทางสั่นกลัว เจ้าหน้าที่จึงเร่งพาตัวนายจักรกฤษณ์เข้าห้องประชุมทันที

นายจักรกฤษณ์ได้แถลงเปิดใจต่อสื่อมวลชนว่า ตลอดชีวิตการเป็นนักกีฬาทีมชาติกว่า 23 ปี ตนพูดแต่ความจริงมาโดยตลอด ส่วนเรื่องของครอบครัวตนนั้น ขอบอกว่าตนเป็นคนที่รักครอบครัวมาก และอยากมีครอบครัวที่อยู่กันอย่างมีความสุข ตนรักลูกมากเพราะว่าเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเล็ก ไม่เคยคิดที่แม้แต่จะตีลูกเลยสักครั้ง ส่วนเรื่องที่มีการพบสิ่งของต่างๆ ภายในบ้านของตนนั้น มีบางอย่างที่เป็นของตนจริง แต่บางอย่างก็ไม่ใช่ของตน ในชีวิตการแต่งงานย่อมมีการทะเลาะกันบ้าง แต่ยิ่งทะเลาะกันก็ยิ่งลูกดก ตนเคยคิดจะมีลูก 4 คน ซึ่งตรงกับที่ภรรยาคิด จึงแต่งงานกัน การทะเลาะกันก็เหมือนการสาดโคลนเข้าใส่กันทำให้เปรอะเปื้อนทั้ง2 ฝ่าย

นายจักรกฤษณ์ กล่าวอีกว่า ยอมรับว่าได้ยิงปืนในบ้านจริง แต่ไม่เคยคิดจะฆ่าหรือทำร้ายลูกเมียเลย หากตนคิดจะทำจริงก็คงทำไปนานแล้ว ระยะ 50 เมตรไม่รอด แต่ตนไม่ทำ ในวันนี้ตนได้ซื้อนาฬิกามาเป็นของขวัญมอบให้แก่ลูก แต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้มอบให้ลูกหรือไม่ ส่วนเรื่องอื่นๆ ตนไม่ขอเปิดเผยเพราะเป็นเรื่องในครอบครัว  และตนไม่คุยกับแม่มานานแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.สราวุธกล่าวว่า วันนี้ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายและสอบปากคำพยานหลายปาก พร้อมทั้งรวบรวมหลักฐานขอหมายจับต่อศาลจังหวัดมีนบุรี โดยศาลได้อนุมัติหมายจับเลขที่ 635/2556 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และกระทำความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งหลังจากนี้จะแจ้งข้อกล่าวหากับนายจักรกฤษณ์ พร้อมทั้งส่งตัวไปยังโรงพยาบาลตำรวจเพื่อตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้เสียหายมีความหวาดกลัวทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เกรงว่าผู้ต้องหาอาจจะกลับไปทำร้ายหรือข่มขู่พยานได้ โดยในวันที่ 15 ก.คนี้ ก็จะนำตัวนายจักรกฤษณ์ ส่งตัวฝากขังต่อศาลมีนบุรีต่อไป

ส่วนพ.ต.อ.ทิวา กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายจักรกฤษณ์ หลบหนีอยู่ในบ้านพัก ภายในซอยพัฒนาการ 63 ซึ่งเป็นบ้านของแม่บุญธรรม    แต่ทราบว่านายจักรกฤษณ์มีอาวุธปืนอยู่กับตัว จึงได้ประสานใช้การเจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัวแทน จนกระทั่งนายจักรกฤษณ์ยอมออกมามอบตัว ตนจึงได้พามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ ที่สน.มีนบุรี

ต่อมานางปวีณา หงสกุล พร้อมด้วย นางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม และแพทย์หญิงณิธวดี ภู่เจริญยศ อายุ 38 ปี มารดาและภรรยา ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยนางบุญคิด กล่าวทั้งน้ำตาว่า นายจักรกฤษณ์ใช้ถ้อยคำหยาบคายกล่าวว่าตน ที่ผ่านมาเคยมีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง เคยตบตีลูกหลานหลายครั้ง และยังพกปืนติดตัวขณะอยู่ที่บ้านตลอดเวลา อีกทั้งยังเคยยิงปืนภายในบ้านด้วย ทำให้ตนและครอบครัวรู้สึกหวาดกลัวมาก จนพวกเราทนไม่ไหวต้องเข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณา ซึ่งช่วงแรกตนก็ได้พูดคุยกับเขาดีๆ แต่ว่าเขาไม่เคยสำนึก

ด้านแพทย์หญิงณิธวดีกล่าวว่า ถ้าหากนายจักรกฤษณ์ไม่เคยทำร้ายตนจริง พวกตนก็คงไม่ต้องหลบหนีออกจากบ้านถึงขนาดนี้ เรื่องระหว่างตนกับนายจักรกฤษณ์ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะกลับมาคืนดีกัน และกลับมาเป็นครอบครัวเหมือนเดิม ซึ่งตนกับจักรกฤษณ์ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ที่ผ่านมาเคยทะเลาะกันแทบจะทุกวัน และตนก็เคยพูดว่าจะพาลูกหนีไปด้วย ทางนายจักรกฤษณ์ก็ได้เอาปืนชี้หน้าตนและยังพูดจาข่มขู่ด้วยว่า หากเอาลูกไปก็เอาไปได้แต่วิญญาณ แต่เอาตัวไปไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาก่อนหน้านี้นายจักรกฤษณ์ ก็ได้เสพยาอยู่แล้ว แต่หลังกลับจากโอลิมปิกลอนดอนเกมส์ เมื่อปี 2012 ลงจากเครื่องบินกลับมาบ้านก็ออกจากบ้านไปเสพยาอย่างเดียว จนมีพฤติกรรมแย่ลงและเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา

นางปวีณากล่าวว่า สิ่งที่ครอบครัวของนายจักรกฤษณ์กลัวมากที่สุดคือเรื่องความปลอดภัย เพราะว่ากลัวว่าจะโดนทำร้ายหรือโดนฆ่า ซึ่งในวันที่ 15 ก.ค. นี้ ตนจะพาครอบครัวและผู้เสียหายไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยาน โดยวันนี้จะพาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ หลังจากเมื่อวานให้อยู่ที่กระทรวงพัฒนาทรัพยากรและความมั่นคงของมนุษย์ และเซฟเฮ้าสท์นี้จะมีเจ้าหน้าที่คุ้มกันให้ตลอด24 ชั่วโมง ซึ่งการที่ผู้เสียหายได้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ จะทำให้ครอบครัวอุ่นใจมากยิ่งขึ้นและลูกหลานก็อยู่อย่างปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงจังหวะแถลงข่าวนายจักรกฤษณ์นั้น นายปริญญา ศิวะสกุล ช่างภาพสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสทำโทรศัพท์มือถือซัมซุง รุ่นเอส 3 หาย จึงได้แจ้งความที่สน.มีนบุรี ซึ่งหลังจากลองโทรศัพท์เข้าเครื่องก็พบว่าโทรศัพท์ปิดไม่สามารถติดต่อได้


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน