วันพุธ 3 กันยายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

นโยบาย “รถคันแรก” เป็นนโยบายประชานิยมที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ถือว่าได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี และยังทำให้ทุกโชว์รูมคึกคักด้วยผู้คนที่เข้ามาแวะดูรถยนต์ที่เข้าโครงการกันอย่างไม่ขาดสาย ยิ่งมีการขยายหลักเกณฑ์รถคันแรกโดยไม่กำหนดเวลาการรับรถ ก็ยิ่งตรงหรืออาจทะลุเกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ถึง 500,000 คันก็เป็นไปได้ เพราะจนถึงขณะนี้มีผู้ที่เข้ามาขอใช้สิทธิคืนเงินรถยนต์คันแรกแล้วถึง 208,000 ราย คิดเป็นมูลค่า 16,000 ล้านบาท

วันนี้ “ทีมเศรษฐกิจเดลินิวส์” จึงนำเสนอขั้นตอนการใช้สิทธิขอคืนเงินในโครงการรถยนต์คันแรกต้องจัดเตรียมเอกสารให้พร้อม เริ่มจากขั้นตอนดำเนินการ แบ่งเป็น 2 กรณี

กรณีแรก….ผู้ซื้อหรือจองรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 54 และจดทะเบียน ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 55 ให้ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่ปรากฏในใบคำขอใช้สิทธิ ทั้งหมดภายในวันที่ 31 ธ.ค. 55 โดยต้องเตรียมเอกสารยื่นพร้อมกับคำขอคืนเงิน ประกอบด้วย แบบคำขอคืนเงินและเงื่อนไขสำหรับรถยนต์คันแรก, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ในกรณีเช่าซื้อ), สำเนาคู่มือการจดทะเบียน, หนังสือยินยอมสละสิทธิการโอนภายใน 5 ปี และหลักฐานการซื้อขายรถยนต์

ทั้งนี้ผู้ซื้อที่ได้รับรถยนต์มาครอบครองและได้จองเลขทะเบียนรถยนต์ (ป้ายขาว) แต่ยังไม่ได้คู่มือการจดทะเบียนหรือจดทะเบียนไม่ทันเวลา ภายในวันที่ 31 ธ.ค.55 ผู้ที่ซื้อรถยนต์สามารถนำเอกสาร ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ขอใช้สิทธิ และใบจอง ซึ่งเป็นชื่อผู้ซื้อที่ระบุไว้ในใบจองรถยนต์ จะต้องเป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ซื้อรถยนต์ที่ยื่นขอใช้สิทธิ ยื่นที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาทั่วประเทศ เพื่อรักษาสิทธิดังกล่าว โดยแจ้งกำกับว่ารถยนต์รับแล้ว แต่ไม่สามารถจดทะเบียนได้ทันเวลา

กรณีที่สอง… ซื้อหรือจองรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.–31 ธ.ค. 55 และรับมอบรถยนต์หรือจดทะเบียนไม่ทันภายในวันที่ 31 ธ.ค.55 นั้น จะต้องทำทั้ง 2 ขั้นตอน แบ่งเป็นขั้นตอนที่ 1 ยื่นคำขอใช้สิทธิ และเอกสารหลักฐาน ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 55 ประกอบด้วยสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ถ้ามี), สำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ขอใช้สิทธิ และใบจองรถยนต์ จะต้องเป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ซื้อรถยนต์ที่ยื่นขอใช้สิทธิ ยื่นที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ โดยกรณีนี้เป็นการแจ้งว่าผู้ซื้อจะขอเข้ารับใช้สิทธิโครงการรถคันแรก

ในส่วนขั้นตอนที่ 2 ต้องเตรียมเอกสารหลักฐานมายื่นเพิ่มเติม ภายในระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันรับมอบรถยนต์ ประกอบด้วย หนังสือยินยอมสละสิทธิการโอนรถยนต์ใหม่คันแรก, สำเนาหลักฐานการซื้อขายรถยนต์ หากซื้อด้วยเงินสด ต้องมีสำเนาใบเสร็จรับเงินหรือสำเนาสัญญาซื้อขาย, สำเนาเอกสารการรับมอบรถยนต์ ส่วนกรณีเช่าซื้อ จะต้องมีสำเนาใบเสร็จรับเงิน, สำเนาเอกสารการรับมอบรถยนต์, สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ และสำเนาคู่มือจดทะเบียน ยื่นที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาทั่วประเทศขอย้ำว่าสำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ขอใช้สิทธิเพียงผู้เดียวและต้องเป็นธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศเท่านั้น โดยบัญชีที่ใช้ได้ ได้แก่ บัญชีออมทรัพย์ บัญชีสะสมทรัพย์ บัญชีเผื่อเรียก บัญชีกระแสรายวัน เท่านั้น

หากผู้ขอใช้สิทธิ ไม่ดำเนินการตามขั้นตอนที่ 1 และไม่นำเอกสารเพิ่มเติมในขั้นตอนที่ 2 มายื่น ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ขอใช้สิทธิ ไม่ประสงค์จะขอรับเงินคืนตามโครงการรถยนต์ใหม่คันแรก และจะเรียกร้องสิทธิ และค่าเสียหายใด ๆ กับทางราชการไม่ได้ นอกจากนี้ แบบคำขอใช้สิทธิ ฉบับใหม่ สามารถดาวน์โหลดได้ทางเว็บไซต์ กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th ซึ่งปรับปรุงตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. 55 เป็นต้นไป และรถยนต์ที่ได้รับมอบจะต้องตรงกันกับที่ระบุในใบจองทุกประการ

เบื้องต้นนโยบายรถคันแรก จะเป็นการคืนเงินภาษีเท่ากับที่จ่ายจริงในการซื้อรถยนต์คันแรก แต่คืนได้ไม่เกิน 100,000 บาทและจ่ายคืนให้รอบเดียวทั้งก้อนหลังจากผู้ใช้สิทธิได้ครอบครองรถยนต์ไปแล้ว 1 ปี ห้ามโอนเปลี่ยนมือใน 5 ปี เป็นต้น

ล่าสุดกรมบัญชีกลางเองได้ออกมายืนยันความพร้อมให้กับผู้ใช้สิทธิใน 50 คนแรกแล้ว โดยเริ่มคืนเงินให้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. นี้เป็นต้นไป เพราะกรมสรรพสามิตได้จัดเตรียมงบประมาณรายจ่ายประจำปี 56 เพื่อคืนเงินให้กับผู้ใช้สิทธิรวม 7,500 ล้านบาท ซึ่งโอนเงินเข้าธนาคารกรุงไทย เพื่อให้ธนาคารโอนเงินไปยังบัญชีของผู้ที่ได้รับสิทธิอีกทอดหนึ่ง โดยจ่ายให้เดือนละ 2 ครั้ง ทุกวันที่ 5 และ 20 ของทุกเดือน ตามรายชื่อที่ได้รับจากกรมสรรพสามิต หากผู้ที่ได้รับสิทธิยังไม่ได้รับเงินคืนตามวันเวลาที่กำหนดไว้ สามารถแจ้งปัญหามาที่กรมบัญชีกลาง เพื่อประสานงานกับกรมสรรพสามิตและกรมขนส่งทางบกต่อไป

แต่ทั้งหลายทั้งปวงไม่ได้หมายความว่ากรมบัญชีกลางจะคืนเงินให้ผู้มีสิทธิทุกรายเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่ติดตามเงินคืนด้วยหากตรวจสอบพบว่าเป็นผู้ไม่เข้าข่ายเพราะได้โอนเปลี่ยนมือก่อน 5 ปี ตามที่กำหนดไว้ด้วย

มาจนถึงบรรทัดนี้…ผู้ขอใช้สิทธิในโครงการคืนเงินรถยนต์คันแรก คงต้องจัดเตรียมเอกสารให้พร้อมและดำเนินการให้ถูกตามขั้นตอน ไม่เช่นนั้นอาจเสียสิทธิโดยไม่รู้ก็ได้…

ทีมเศรษฐกิจ


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 215,251 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น