วันพฤหัสบดี 30 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบการขยายกรอบงบลงทุนเพิ่มเติมโครงการบ้านสวัสดิการเพื่อข้าราชการโครงการบ้านธนารักษ์ จากวงเงินลงทุนเดิมที่ 1,014 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1,132 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 118 ล้านบาท โดยใช้เงินจากสภาพคล่องและเงินที่เรียกคืนจากธนาคารผู้ค้ำประกันสัญญาจ้างก่อสร้างของผู้รับจ้างรายเดิม รวมทั้งรายได้จากค่าก่อสร้างตามประมาณการรายรับ เพื่อดำเนินโครงการ

สำหรับโครงการบ้านธนารักษ์ มี 4 โครงการ รวมทั้งสิ้น 964 หน่วย ซึ่งเป็นการดำเนินการภายใต้การดูแลของ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) ซึ่งประกอบด้วย บ้านธนารักษ์ภูเก็ต ทึ่เป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 8 ชั้น 2 หลัง 156 หน่วย, บ้านธนารักษ์สุพรรณบุรี ที่เป็นบ้านพักอาศัยบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ 44 หน่วย, บ้านธนารักษ์เชียงใหม่ ที่เป็นบ้านพักอาศัยบ้านเดี่ยว 140 หน่วย และบ้านธนารักษ์นนทบุรี ที่เป็นอาคารพักอาศัยสูง 8 ชั้น 8 หลัง 624 หน่วย

โดยผลการดำเนินการที่ผ่านมานั้น ได้ก่อสร้างไปแล้ว 3 โครงการ คือ ที่เชียงใหม่ ภูเก็ต และสุพรรณบุรี เมื่อปี 51 เหลือที่นนทบุรี ที่ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามสัญญา เพราะขาดสภาพคล่อง ธพส.จึงได้บอกเลิกสัญญาจ้าง จึงต้องดำเนินการใหม่ และต้องขอวงเงินลงทุนเพิ่ม

อย่างไรก็ตามสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)  มีความเห็นว่าการขยายกรอบวงเงินลงทุนเพิ่มเติมดังกล่าว เนื่องจากการดำเนินโครงการบ้านธนารักษ์นนทบุรีประสบปัญหาความล่าช้าในขั้นตอนการก่อสร้าง จากกำหนดแล้วเสร็จเดิมเป็นเวลากว่า 2 ปี ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนโครงการเพิ่มขึ้น และข้าราชการผู้จองสิทธิโครงการไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยได้จำนวนมาก

นายธีรัตน์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมครม.ได้รับทราบรายงานผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 56 ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ พบว่า มีโครงการที่อยู่อาศัยเกิดใหม่ทั้งหมด 204 ยูนิต แบ่งเป็น โครงการบ้านจัดสรร 110 ยูนิต และอาคารชุดอีก 94 ยูนิต โดยโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรมีแนวโน้มการเติบโตชะลอตัวลง.


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 2,420 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น