วันพฤหัสบดี 27 พฤศจิกายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เผยเป็นคะแนนขั้นต่ำที่เหมาะสมในแต่ละรายวิชา แจงวิธีดูผลสอบไม่ได้วัดแค่ 50 คะแนนจากเต็มร้อยคะแนน ระบุยังเชื่อมั่นเด็กไทยมีศักยภาพมากกว่าผลคะแนนสอบที่ออกมา เตรียมพัฒนาข้อสอบรับการนำไปใช้แทนการสอบไล่ ชั้นม.3,ม.6

วันที่ 28 มี.ค. ที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) อาคารพญาไทพลาซ่า ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด) สทศ. พร้อมด้วย รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผอ.สทศ. แถลงข่าวผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2554 และผลการทดสอบความถนัดทั่วไป หรือแกต และการทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือแพต ครั้งที่ 2/2555 (เดือนมีนาคม 2555) ว่า ผลสอบโอเน็ตของนักเรียนชั้น ม.6ปีการศึกษา 2554 ที่ได้มีการประกาศไปเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2555 มีผลคะแนนดังนี้

วิชาภาษาไทย มีผู้เข้าสอบทั้งหมด 368,228 คน คะแนนต่ำสุด 0.00 คะแนน คะแนนสูงสุด 90.00 คะแนน ค่าเฉลี่ย 41.88คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้ 40.01-50.00 คะแนน 116,814 คน คิดเป็นร้อยละ31.723 มีนักเรียนได้คะแนนสูงสุด 90 คะแนน 1 คน

สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ผู้เข้าสอบ 372,662 คน คะแนนต่ำสุด 0.00 คะแนน สูงสุด 83.75 คะแนน ค่าเฉลี่ย 33.39 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้30.01-40.00 คะแนน 174,121 คน คิดเป็นร้อยละ 46.724 มีนักเรียนได้คะแนนสูงสุด83.75 คะแนน 1 คน

ภาษาอังกฤษ ผู้เข้าสอบ 370,561 คน คะแนนต่ำสุด 0.00 คะแนน สูงสุด 98.00 คะแนน ค่าเฉลี่ย 21.80 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้10.01-20.00 คะแนน 214,559 คน คิดเป็นร้อยละ 57.901 มีนักเรียนได้คะแนนสูงสุด 98คะแนน 2 คน

คณิตศาสตร์ ผู้เข้าสอบ 372,094คนคะแนนต่ำสุด 0.00 คะแนน สูงสุด 100.00 คะแนน ค่าเฉลี่ย 22.73 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้10.01-20.00 คะแนน 178,211 คน คิดเป็นร้อยละ 47.894 มีนักเรียนได้คะแนนสูงสุด 100คะแนน 167 คน

วิทยาศาสตร์ ผู้เข้าสอบ 366,744 คน คะแนนต่ำสุด 0.00 คะแนน สูงสุด 90.00 คะแนน ค่าเฉลี่ย 27.90 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้20.01-30.00 คะแนน 207,430 คน คิดเป็นร้อยละ 56.560 มีนักเรียนได้คะแนนสูงสุด 90คะแนน 1 คน

สุขศึกษาและพลศึกษา ผู้เข้าสอบ 365,045คน คะแนนต่ำสุด 0.00 คะแนน สูงสุด 86.25 คะแนน ค่าเฉลี่ย 54.61 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้50.01-60.00 คะแนน 161,601 คน คิดเป็นร้อยละ 44.269 มีนักเรียนได้คะแนนสูงสุด86.25 คะแนน 1 คน

ศิลปะ ผู้เข้าสอบ 365,045 คน คะแนนต่ำสุด 0.00 คะแนน สูงสุด 71 คะแนน ค่าเฉลี่ย 28.54 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้20.01-30.00 คะแนน 162,801 คน คิดเป็นร้อยละ 44.598 มีนักเรียนได้คะแนนสูงสุด 71คะแนน 2 คน

และการงานอาชีพและเทคโนโลยี ผู้เข้าสอบ 365,045 คน คะแนนต่ำสุด 0.00 คะแนน สูงสุด 86.00 คะแนน ค่าเฉลี่ย 48.72 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้60.01-70.00 คะแนน 121,144 คน คิดเป็นร้อยละ 33.186 มีนักเรียนได้คะแนนสูงสุด 86 คะแนน 3 คน

รศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับปีนี้เป็นปีแรกที่ สทศ.ได้ดำเนินการวิเคราะห์ผลคะแนนโอเน็ต แล้วกำหนดเป็นคะแนนจุดตัด หรือคะแนนขั้นต่ำในการทดสอบระดับชาติในแต่ละรายวิชา โดยการวิเคราะห์พิจารณาจากตัวข้อสอบ การให้ครูผู้สอนมากำหนดจุดตัด และให้กรรมการออกข้อสอบกำหนดจุดตัด ได้ข้อสรุปว่า ภาษาไทย คะแนนจุดตัด หรือคะแนนขั้นต่ำ 40 คะแนน มีนักเรียนที่ผ่านคะแนนจุดตัด หรือขั้นต่ำ 213,388 คน หรือร้อยละ 57.95 สังคมศึกษาฯ คะแนนจุดตัด 30 คะแนน มีนักเรียนผ่าน 246,931 คน ร้อยละ 66.26 ภาษาอังกฤษ คะแนนจุดตัด 25 คะแนน มีนักเรียนผ่าน 83,438 คน ร้อยละ 22.52 คณิตศาสตร์ คะแนนจุดตัด 25 คะแนน มีนักเรียนผ่าน 116,109 คน ร้อยละ 31.20 วิทยาศาสตร์ คะแนนจุดตัด 25 คะแนน มีนักเรียนผ่าน 220,653 คน ร้อยละ60.17 สุขศึกษาและพลศึกษา คะแนนจุดตัด 45 คะแนน มีนักเรียนผ่าน 294,836 คน ร้อยละ 87.64 ศิลปะ คะแนนจุดตัด 30 คะแนน มีนักเรียนผ่าน 154,673 คน ร้อยละ 42.37 และการงานอาชีพฯ คะแนนจุดตัด 45 คะแนน มีนักเรียนผ่าน 242,952 คน ร้อยละ 66.55 ทั้งนี้ คะแนนจุดตัด หรือขั้นต่ำในการสอบระดับชาติ ไม่สามารถอิงตามกลุ่ม หรือคะแนนที่เห็น แต่ต้องอิงตามเกณฑ์ ซึ่งต้องพิจารณาจากหลายๆ ปัจจัย ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวเลข ดังนั้น คะแนนขั้นต่ำเต็ม 100 ไม่ใช่ 50 เสมอไป ส่วนความยากง่ายของข้อสอบ จากการวิเคราะห์ พบว่า ภาพรวมความยากของข้อสอบใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

รศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าวด้วยว่า กรณีที่มีข้อเสนอให้ใช้ข้อสอบโอเน็ตในการสอบผ่านช่วงชั้นนั้น ได้มีการหารือมานานแล้ว สทศ.เองมีความมั่นใจว่าจะพัฒนาข้อสอบให้มีมาตรฐานมากขึ้น โดยเฉพาะในปีการศึกษา 2555 จะมีการพัฒนาระบบธนาคารข้อสอบ และพัฒนามาตรฐานผู้ออกข้อสอบ ซึ่งในเดือน พ.ค.55 จะเชิญผู้ออกข้อสอบทั้งเก่าและใหม่มาประชุมสัมมนา และจะนำข้อมูลสารสนเทศ ปี 51-54 เป็นจุดนำในการปรับปรุงพัฒนาการออกข้อสอบ โดยวางเป้าหมายให้ข้อสอบโอเน็ต ควรมีความยากง่าย ปานกลาง อยู่ที่ร้อยละ 50-60 ความยากร้อยละ 20-25 และง่ายร้อยละ 20-25

“ยิ่งนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)จะนำข้อสอบไปใช้มากเท่าไร่ สทศ.ยิ่งต้องประกันคุณภาพข้อสอบมากเท่านั้น เพื่อให้เป็นต้นแบบเรื่องการทดสอบทางการศึกษา พร้อมกันนี้ สทศ.ยังได้มีความร่วมมือกับ สพฐ.เตรียมลงพื้นที่พัฒนาการประเมินผลในชั้นเรียน โดยจะให้เขตพื้นที่เป็นแกนหลักในการนำระบบการจัดทดสอบและรูปแบบข้อสอบของ สทศ.ไปใช้ในการวัดประเมินผล เพื่อให้นักเรียนตามต่างจังหวัดเกิดความคุ้นเคยด้วย” ผอ.สทศ. กล่าว

รศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับผลสอบแกต/แพต ครั้งที่ 2/2555 (เดือนมีนาคม 2555 )ซึ่งได้ประกาศเร็วกว่ากำหนด เดิมจะประกาศผลวันที่ 10 เมษายน 2555 เป็นประกาศในวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมาทางเวบไซต์ สทศ. http://www.niets.or.th และได้มีปัญหาเกิดขึ้น ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของ สทศ.ที่ลืมปิดระบบฐานข้อมูลที่ใช้ในการทดสอบการประกาศผล ทำให้มีนักเรียน 17,597 คน จาก 163,064 คน หรือร้อยละ 10 ที่ได้คะแนนไม่ตรงความเป็นจริง แบ่งเป็น 14,174 คน ร้อยละ 8.69 คะแนนมากกว่าความเป็นจริง และ3,423 คน ร้อยละ 2 มีคะแนนน้อยกว่าที่เป็นจริง อย่างไรก็ตาม สทศ.ได้จัดเจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งคะแนนที่แท้จริงให้แก่นักเรียนทั้งหมดแล้ว ในส่วนของนักเรียนที่ได้คะแนนน้อยลงกว่าเดิม สามารถติดต่อยื่นคำร้องเพื่อขอดูกระดาษคำตอบได้ที่สทศ. ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมถึง 1 เมษายน นี้ เวลา 8.30-16.00 น. และเปิดให้ดูกระดาษคำตอบ วันที่ 6 และ7 เมษายน 2555

“โดยปกติแล้ว สทศ.จะมีระบบการทดสอบก่อนประกาศผลจริง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากเจ้าหน้าที่ สทศ. ลืมปิดระบบควบคุม(เซิร์ฟเวอร์)ที่ใช้ในการทดสอบตอนแรก ทำให้เครื่องดึงข้อมูลจากเซิฟร์เวอร์ตัวดังกล่าวจึงเกิดปัญหา แต่เมื่อตรวจพบปัญหาดังกล่าว สทศ.ได้ปิดระบบและแก้ไขจนสามารถประกาศผลได้ตามปกติในเวลา 22.30 น. อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นบทเรียนที่ สทศ.จะต้องเฝ้าระวังตลอด และยืนยันว่าอะไรก็ตาม ถ้าผิด สทศ.ยอมรับและแก้ไขทันทีจะไม่มีการปกปิด” ผอ.สทศ. กล่าว

รศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าวว่า สำหรับผลการสอบแกตและแพต ครั้งที่ 2/2555 พบว่า มีผู้เข้าสอบแกตที่ได้คะแนนเต็ม 300 คะแนน จำนวน 1 คน จากจำนวนผู้เข้าสอบ 133,637 คน คะแนนต่ำสุด 0.00 คะแนน สูงสุด 300.00 คะแนน ค่าเฉลี่ย 142.06 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้ 120.01-150.00 คะแนน 21,682 คน คิดเป็นร้อยละ  16.22 ส่วนแกตตอนที่ 1 ความสามารถในการอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ และแก้โจทย์ปัญหา เข้าสอบ 133,638  คน  คะแนนต่ำสุด 0.00 คะแนนสูงสุด 150.00 คะแนน ค่าเฉลี่ย   89.07 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้ 120.01-150.00 คะแนน 42,175 คน คิดเป็นร้อยละ 31.56 แกต 2 ความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ  เข้าสอบ 133,639 คน คะแนนต่ำสุด 0.00 คะแนน สูงสุด 150.00 คะแนน ค่าเฉลี่ย 52.98 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้ 30.01-60.00 คะแนน 86,360 คน คิดเป็นร้อยละ 64.62 แพต 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ 79,892 คน คะแนนต่ำสุด 0.00 คะแนน สูงสุด 288.00 คะแนน ค่าเฉลี่ย 45.75 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้ 30.01-60.00 คะแนน 49,895 คน คิดเป็นร้อยละ 62.45 แพต 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ เข้าสอบ 78,939 คน คะแนนต่ำสุด 0.00 คะแนน สูงสุด 217.50 คะแนน ค่าเฉลี่ย 88.27 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้ 60.01-90.00 คะแนน 43,847 คน คิดเป็นร้อยละ 55.55 แพต 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ เข้าสอบ 18,070 คน คะแนนต่ำสุด 0.00 คะแนน สูงสุด 255.00 คะแนน ค่าเฉลี่ย 95.07 คะแนน  ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้ 60.01-90.00 คะแนน 7,894 คน คิดเป็นร้อยละ 43.69 แพต 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ เข้าสอบ 6,062 คน คะแนนต่ำสุด 21.00 คะแนน สูงสุด 276.00 คะแนน ค่าเฉลี่ย 138.43 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้ 120.01-150.00 คะแนน 2,057 คน คิดเป็นร้อยละ 33.93 แพต 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู เข้าสอบ 53,838 คน คะแนนต่ำสุด 44.00 คะแนน สูงสุด 244.00 คะแนน ค่าเฉลี่ย 156.03 ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้ 150.01-18.00 คะแนน 22,941 คน คิดเป็นร้อยละ 42.61 แพต 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์ เข้าสอบ 7,839 คน คะแนนต่ำสุด 0.00 คะแนน สูงสุด 213.00 คะแนน ค่าเฉลี่ย 131.83 คะแนน  ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้ 120.01-150.00 คะแนน 3,785 คน คิดเป็นร้อยละ 48.28 แพต 7.1 ความถนัดทางภาษาฝรั่งเศส เข้าสอบ 3,094 คน คะแนนต่ำสุด 39.00 คะแนน สูงสุด 265.50 คะแนน ค่าเฉลี่ย92.29 คะแนน  ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้ 60.01-90.00 คะแนน 1,774 คน คิดเป็นร้อยละ 57.34 แพต 7.2 ความถนัดทางภาษาเยอรมัน เข้าสอบ 1,321 คน คะแนนต่ำสุด 36.66 คะแนน สูงสุด 259.99 คะแนน ค่าเฉลี่ย 89.02 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้ 60.01-90.00 คะแนน 846 คน คิดเป็นร้อยละ 64.04 แพต 7.3 ความถนัดทางภาษาญี่ปุ่น เข้าสอบ 2,363 คน คะแนนต่ำสุด 36.66 คะแนน สูงสุด 293.33 คะแนน ค่าเฉลี่ย 107.67 คะแนน  ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้ 60.01-90.00 คะแนน 1,078 คน คิดเป็นร้อยละ 45.62 แพต7.4 ความถนัดทางภาษาจีน เข้าสอบ 3,894 คน คะแนนต่ำสุด 33.33 คะแนน สูงสุด 259.99 คะแนน ค่าเฉลี่ย 87.81 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้ 60.01-90.00 คะแนน 2,296 คน คิดเป็นร้อยละ 58.96 แพต 7.5 ความถนัดทางภาษาอาหรับ เข้าสอบ 479 คน คะแนนต่ำสุด 29.99 คะแนน สูงสุด 256.66 คะแนน ค่าเฉลี่ย 88.91 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้ 60.01-90.00 คะแนน 277 คน คิดเป็นร้อยละ 57.83 และแพต 7.6 ความถนัดทางภาษาบาลี เข้าสอบ 828 คน คะแนนต่ำสุด 43.33 คะแนน สูงสุด 283.33 คะแนน ค่าเฉลี่ย 90.70 คะแนน ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำได้ 60.01-90.00 คะแนน 430 คน คิดเป็นร้อยละ 51.93

“โดยสรุปผลรายวิชาที่มีผลคะแนนเฉลี่ยมากสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ แพต 5 เฉลี่ย 156.03 คะแนน แพต 4 เฉลี่ย 138.43 คะแนน และ แกต เฉลี่ย 142.06 คะแนน ส่วนกรณีที่มีนักเรียนทำข้อสอบได้คะแนนต่ำสุดเป็นศูนย์ใน 6 วิชา ได้แก่ แกต, แกตตอนที่ 1, แกตตอนที่ 2, แพต 1, แพต2 และแพต 3 นั้น เป็นเพราะข้อสอบต้องเป็นไปในทางยากเนื่องจากเป็นข้อสอบที่ใช้คัดเลือกเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยการสอบแกตแพตในแต่ละครั้งที่ผ่านมายังมีค่าสถิติที่ใกล้เคียงกัน แสดงถึงข้อสอบของสทศ.ที่มีมาตรฐาน โดยเมื่อเปรียบเทียบกับคะแนนสอบแกต-แพต ครั้งที่ 1/2555 พบว่า มีรายวิชาที่มีค่าเฉลี่ยคะแนนเพิ่มขึ้น 8 วิชา ได้แก่ แกต ค่าเฉลี่ยรวม 134.36 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 130.59 คะแนน , แพต 1 ค่าเฉลี่ย 45.75 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 39.64 คะแนน , แพต3 ค่าเฉลี่ย 95.07 คะแนน เพิ่มขึ้น 83.45 คะแนน, แพต4 ค่าเฉลี่ย 138.42 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 122.24 คะแนน , แพต5 ค่าเฉลี่ย 156.03 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 149.43 คะแนน, แพต7.1 ค่าเฉลี่ย 92.29 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 91.31 คะแนน, แพต7.3 ค่าเฉลี่ย 107.67 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 94.45 คะแนน, แพต7.4 ค่าเฉลี่ย 87.81 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 84.08 คะแนน และแพต7.6 ค่าเฉลี่ย 90.70 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 86.02 คะแนน ส่วนวิชาที่ค่าเฉลี่ยคะแนนลดลงได้แก่ แพต2 ค่าเฉลี่ย 88.27 คะแนน ลดลงจาก 91.59 คะแนน, แพต6 ค่าเฉลี่ย 131.83 คะแนน ลดลงจาก 135.00 คะแนน, แพต7.2 ค่าเฉลี่ย 89.02 คะแนน ลดลงจาก 89.18 คะแนน และแพต 7.5 ค่าเฉลี่ย 88.91 คะแนน ลดลงจาก 89.65 คะแนน” รศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าว

ด้าน ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ประธานบอร์ด สทศ. กล่าวว่า จากผลสอบที่ออกมาโดยสรุปแล้ว สทศ.มั่นใจว่าการสอบวัดผลเป็นไปตามหลักสูตร คุณภาพข้อสอบคงเส้นคงวา ไม่ผันแปรมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ดังนั้นที่ใครให้ข่าวลือว่าการทำข้อสอบรูปแบบปรนัย 5 ตัวเลือกจะมีผลต่อคะแนนนั้นเป็นแค่ข่าวลือ ต่อไปอยากให้สถาบันต่างๆ ศึกษาวิเคราะห์ ให้ชัดเจนขึ้น จะได้ลงข่าวให้ผู้คนเข้าใจตรงกัน นอกจากนี้ สทศ.ยังทำจุดตัดคะแนนที่เหมาะสม คือคะแนนที่น้อยที่สุดของแต่ละรายวิชาไม่ได้อยู่ที่ 50 ทุกวิชา อยากให้เข้าใจตรงกันจะได้ไม่เป็นทุกข์ อย่างไรก็ตามในปี 2555 นี้ ตนได้มอบหมายให้เครือข่ายการทดสอบแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันพัฒนาข้อสอบให้ได้มาตรฐานตามที่มุ่งหวังยิ่งขึ้น พร้อมกำหนดระเบียบให้มีการนำผลการสอบเข้ารายงานต่อที่ประชุมบอร์ดก่อนเพื่อป้องกันความผิดพลาด และเรื่องสำคัญที่สุดคือการพัฒนาระบบคลังข้อสอบ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการเรื่องคลังข้อสอบให้แล้วเสร็จภายในปี 2555 จากนั้นในปีต่อไปจะสามารถประกาศผลสอบพร้อมเฉลยคำตอบได้ทันที

“ในปีนี้ สทศ.ได้ของบประมาณสำหรับการพัฒนาระบบข้อสอบของ สทศ. โดยเฉพาะการจัดทำคลังข้อสอบ ซึ่งสิ่งจำเป็นจะต้องมีผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญมาออกข้อสอบประจำทุกวัน ไม่ใช่มานั่งออกข้อสอบในช่วงใกล้สอบเท่านั้น เพราะมันมีข้อสอบหลายแบบ อย่างไรก็ตามเมื่อมีคลังข้อสอบแล้วเชื่อว่าการวัดและประเมินผลจะมีมาตรฐานมากขึ้น ส่งผลสะท้อนข้อเท็จจริงในเรื่องความสามารถของเด็กไทย ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าศักยภาพเด็กไทยสูงกว่าคะแนนที่ปรากฎในขณะนี้” ศ.ดร.สมหวัง กล่าวและว่า นอกจากนี้ตนเห็นด้วยกับการนำผลสอบ สทศ.ไปใช้ในการวัดความสามารถระดับช่วงชั้น ม.3 และ ม.6 ซึ่งอาจช่วยลดการจัดสอบไล่ของโรงเรียนลงได้ จากเดิมที่ในแต่ละโรงเรียนจะใช้คะแนนการสอบไล่คิดเป็นร้อยละ 40-60 อย่างไรก็ตามสัดส่วนการใช้ผลสอบของ สทศ.ในการวัดการผ่านระดับช่วงชั้นนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง แต่ในต่างประเทศที่มีการใช้ผลคะแนนระดับชาติจะมีสัดส่วนอยู่ที่ ร้อยละ 50


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 88,272 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น