วันพุธ 23 กรกฎาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ  เปิดเผยว่า  ตนได้ลงนามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ  เรื่องมาตรการเร่งรัดคุณภาพการอ่านรู้เรื่องและสื่อสาร โดยได้กำหนดมาตรการที่จะทำให้สถานศึกษาปลอดการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เช่น การจัดทำเครื่องมือทดสอบ เพื่อตรวจสอบและคัดกรอง และกำกับติดตาม โดยใช้การรายงานผล ระบบ Triple A  หรือการรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามจุดเน้น  ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวจะดำเนินการตรวจสอบและคัดกรองเด็กทุกคนที่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ ป.6 เพื่อตรวจสอบและคัดกรองในการวัดความสามารถการอ่านออกเสียง และความเข้าใจการอ่านของนักเรียน เพื่อพัฒนาให้นักเรียนมีความสามารถในการอ่านออกและการอ่านอย่างรู้เรื่อง ซึ่งการทดสอบโดยเครื่องมือดังกล่าวจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ก.ย.นี้ พร้อมทั้งให้วิเคราะห์ข้อมูลสรุปและรายงานผลต่อ สพฐ.ทางระบบออนไลน์ จากนั้นให้มีการเร่งรัดพัฒนาครูตามผลการประเมินนักเรียนให้แล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2556 หรือช่วงปิดภาคเรียนที่ 1/2556 พร้อมกันนี้ให้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการงานต่อสพฐ.ทุกภาคเรียนด้วย

“ศธ.มีนโยบายปฎิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบให้สัมพันธ์เชื่อมโยงกัน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์แก้ปัญหาและเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่ในการดำเนินการดังกล่าวพบข้อเท็จจริงที่สำคัญว่า เด็กมีปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้จำนวนมาก อีกทั้งการอ่านให้รู้เรื่องและสื่อสารได้ก็ยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ ดังนั้นจึงได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยการใช้เครื่องมือทดสอบในครั้งนี้จะเป็นมาตรการระยะเร่งด่วนในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกก่อน จากนั้นจะเป็นการแก้ปัญหาการเขียนไม่ได้ต่อไป  แต่ทั้งนี้ในระยะยาวก็จะมีการจัดทำแบบทดสอบสมรรถนะด้านภาษาไทย  ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้เด็กอ่านออกเขียนได้เท่านั้น แต่จะต้องทำให้เด็กอ่านและสื่อสารรู้เรื่อง รวมถึงอ่านและวิเคราะห์ได้ด้วย” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า  การดำเนินการครั้งนี้จะทำให้ สพฐ.ได้รับข้อมูลของเด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ที่เป็นที่น่าเชื่อถือ เพราะได้ผ่านกระบวนการคัดกรองอย่างเป็นระบบ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะทำให้ทราบทั้งในระดับโรงเรียน เขตพื้นที่ และระดับประเทศ อย่างไรก็ตาม สพฐ.ตั้งเป้าว่า เมื่อเปิดภาคเรียนที่ 2 แล้วทุกโรงเรียนที่มีเด็กกลุ่มเสี่ยงในกลุ่มอ่านไม่ได้ และอ่านออกเสียงอยู่ในระดับปรับปรุงจะต้องมีแผนซ่อมเสริมให้เด็กสามารถอ่านรู้เรื่อง และสื่อสารได้ เพื่อให้จำนวนเด็กกลุ่มเสี่ยงลดลงเหลือศูนย์ภายในสิ้นภาคเรียนที่ 2

 


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 13,527 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น