วันพุธ 23 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณภาพการศึกษาของไทยตกต่ำอยู่ในขณะนี้ก็น่าจะมาจากเด็กขาดนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการมีนิสัยรักการอ่านอย่างถาวรนั้นมีน้อยมาก ทั้งที่การอ่านมีความสำคัญด้วยเป็นทักษะพื้นฐานที่จะเปิดประตูไปสู่การเรียนรู้ด้านอื่น ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้อยู่บนโลกใบนี้อย่างมีความสุขได้

ประเทศที่พัฒนาแล้วจึงได้ส่งเสริมปลูกฝังให้คนในชาติได้อ่านจนเป็นวิถีชีวิตปกติประจำวัน ส่งผลให้คนในชาติมีคุณภาพประเทศชาติก็พลอยเจริญก้าวหน้าตามไปด้วย ต่างกับคนไทยที่ยังให้ความสำคัญกับการอ่านน้อยมากด้วยอาจจะยังยึดติดอยู่กับเจตคติเดิม ๆ ที่ว่าการอ่านเป็นภาระแค่ช่วงที่อยู่ในสถานศึกษาหรืออ่านเพื่อสอบให้ได้คะแนนเท่านั้นเมื่อเรียนจบแล้วก็ถือว่าหมดหน้าที่ เมื่อบุคลากรของชาติอ่านน้อย การที่จะพัฒนาตนเองให้รู้เท่า รู้ทันกับโลกยุคไร้พรมแดนที่เชื่อมโยงถึงกันทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง วิทยาการ เทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิต ที่เกิดการเปลี่ยนแปลง แข่งขันกันอย่างรุนแรง เช่นนี้ ความรู้ที่ได้รับจากห้องเรียนหรือตำราเรียนด้านเดียวเช่นในอดีตคงไม่สามารถทำให้ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ดังกล่าวนี้ได้
เป็นแน่

เมื่อการอ่านมีความสำคัญมากมายเช่นนี้ หากยังปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ก็มีแต่จะฉุดรั้งคนไทย ประเทศไทยให้ล้าหลังไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก็จะกลายเป็นประเทศด้อยพัฒนาไปในที่สุด จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะต้องร่วมกันปลุกกระแสสร้างจิตสำนึกเด็กไทยให้มีนิสัยรักการอ่านถาวรให้เกิดขึ้นให้ได้ ซึ่งเรื่องนี้หากทุกภาคส่วนได้ช่วยกันอย่างจริงจังและต่อเนื่องแล้วก็เชื่อว่าไม่น่าจะเกินความสามารถของคนไทยไปได้ เพราะด้วยศักยภาพเด็กไทยคิดว่าไม่น่าจะด้อยกว่าชาติใดในโลก รวมถึงปัจจัยที่จะมาส่งเสริม สนับสนุนทั้งสื่อ หนังสือ เทคโนโลยี แหล่งเรียนรู้ ก็มีอยู่มากมายพร้อมที่จะมาสนับสนุนได้เต็มที่

เมื่อพูดถึงการอ่านและการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพยิ่งแล้วประเทศไทยก็มีต้นแบบอันงดงามและยิ่งใหญ่ให้คนไทยและคนทั้งโลกได้ดำเนินตามรอยพระบาทอย่างหาที่สุดมิได้ นั่นคือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระราชจริยวัตรด้านการอ่านและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาไม่ว่าจะเสด็จไปที่แห่งใดจะทรงสนพระทัย ศึกษาเรื่องนั้น ๆ อย่างใส่พระทัย ทรงจดบันทึก ถ่ายภาพ และนำมาสังเคราะห์สรุปเป็นองค์ความรู้ผ่านงานแปลและงานพระราชนิพนธ์มากมายกว่า 400 เรื่อง ทำให้พสกนิกรชาวไทยและชาวโลกได้อ่านและศึกษาความรู้อย่างหลากหลายที่มีคุณภาพยิ่ง ซึ่งความสนพระทัยการอ่าน การเขียนและการเรียนรู้ของพระองค์นั้นได้เริ่มมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ดังจะเห็นได้จากพระราชนิพนธ์เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ที่ว่า
   
“หนังสือนี้มีมากมายหลายชนิด    นำดวงจิตเริงรื่นชื่นสดใส
ให้ความรู้สำเริงบันเทิงใจ    ฉันจึงใฝ่ใจสมานอ่านทุกวัน
มีวิชาหลายอย่างต่างจำพวก    ล้วนสะดวกค้นได้ให้สุขสันต์
วิชาการสรรมาสารพัน    ชั่วชีวันฉันอ่านได้ไม่เบื่อเลย”

จากพระราชจริยวัตรและพระอัจฉริยภาพของเจ้าฟ้านักอ่านนี้ คนไทยทั้งชาติ จึงควรน้อมนำ ดำเนินตามรอยเบื้องยุคลบาท เพื่อให้เกิดนิสัยรักการอ่านจนเป็นกิจนิสัยและเกิดการเรียนรู้ตลอดเวลา หากคนไทยทำได้เช่นนี้นอกจากจะช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้วยังจะสามารถช่วยกันนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
 
ดังนั้นเพื่อให้คนไทยโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนได้ดำเนินตามรอยเบื้องยุคลบาท สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) จึงได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสมาคมผู้จัดพิมพ์หนังสือ ได้ขอพระบรมราชานุญาต เนื่องในวารดิถี อันเป็นมหามิ่งมงคลของพสกนิกรชาวไทยทั้งชาติ 2 เมษายน 2558 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระชนมายุครบ 60 พรรษา จัดโครงการ “Read Thailand : อ่านเถิด...เด็กไทย อ่านถวายเจ้าฟ้านักอ่าน” โดยจะเปิดให้โรงเรียนประถมศึกษาทุกสังกัดได้เข้าร่วมโครงการ เพื่อร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ของชาติด้วยการอ่านถวายเฉลิมพระเกียรติทั้งแผ่นดิน พร้อมขยายผลสนับสนุนให้เกิดการอ่านอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ด้วยการจัดหาหนังสือแนะนำที่มีคุณภาพโดยเฉพาะหนังสือพระราชนิพนธ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้นักเรียนได้อ่านและเรียนรู้ รวมถึงการให้ขวัญ กำลังใจ โดยการประเมินเพื่อคัดเลือกโรงเรียนที่ได้ส่งเสริมเด็กให้มีนิสัยรักการอ่านประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง โดยการคัดเลือกจะแบ่งออกเป็น3 ขนาด คือ โรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คนลงมา ขนาดกลาง นักเรียนระหว่าง 120–349 คน และขนาดใหญ่ มีนักเรียนตั้งแต่ 350 คนขึ้นไป

โรงเรียนแต่ละขนาดจะแข่งกันเองตามเกณฑ์ที่มีฐานคะแนนลดหลั่นกันไป ซึ่งเกณฑ์การประเมินจะดูทั้งระบบ ตั้งแต่การบริหารจัดการในการสนับสนุนส่งเสริม ทั้งการจัดหาสื่อ หนังสือ เทคโนโลยี และวิธีการส่งเสริมที่สามารถกระตุ้นให้เด็กสนใจเกิดความกระตือรือร้นเข้าร่วมกิจกรรมการอ่านอย่างต่อเนื่อง บุคลากรของโรงเรียนเป็นต้นแบบการอ่านที่ดีให้กับเด็ก รวมถึงผลที่เกิดจากการพัฒนาจากเด็กอ่านไม่ได้ อ่านไม่คล่อง ให้อ่านได้ อ่านคล่อง ความสามารถในการสรุปความรู้ที่ได้จากการอ่านสร้างผลงานในรูปแบบ โครงงาน บันทึกรักการอ่าน หนังสือเล่มเล็ก หรือผลงานอื่น ๆ โดยการคัดเลือกจะเริ่มตั้งแต่ระดับ สพป. จังหวัด เขตตรวจราชการ จนถึงระดับชาติ ซึ่งแต่ละระดับจะมีรางวัลเพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับทุกโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการและโรงเรียนที่ชนะเลิศ โดยเฉพาะในระดับชาติ โรงเรียนที่ชนะเลิศแต่ละขนาดจะได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมป้ายประกาศ เกียรติบัตร เงินรางวัล รวมถึงผู้บริหาร ครูและนักเรียนจะได้ไปศึกษาดูงานด้านการส่งเสริมการอ่านต่างประเทศ

ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับโล่จากนายกรัฐมนตรี พร้อมเงินรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้โล่จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเงินรางวัล ส่วน สพป.ที่มีโรงเรียนในสังกัด สมัครเข้าร่วมโครงการมากที่สุด 10 อันดับแรกจะได้รับประกาศเกียรติคุณจากกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งโครงการที่ว่านี้จะมีการเปิดตัวในวันที่ 28 มีนาคม 2556 โดย ดร.สิริกร มณีรินทร์ ประธานโครงการ หากโรงเรียนใดสนใจก็สามารถเปิดดูรายละเอียดได้ที่ www.tkpark.or.th หรือรอดูจากหนังสือที่จะแจ้งเป็นทางการต่อไปก็ได้

โครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการสำคัญยิ่งที่คนไทยทั้งชาติจะได้ร่วมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระชนมายุครบ 60 พรรษาในปี 2558 ซึ่งเป็นเจ้าฟ้านักอ่านของคนทั้งโลก พร้อมกันนี้จะได้ช่วยกันปลุกกระแสนิสัยรักการอ่านให้เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนของชาติ ส่วนนี้จึงอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะหน่วยงานจัดการศึกษาและผู้ปกครองทั้งหลายได้เห็นความสำคัญและใส่ใจกับการสร้างนิสัยรักการอ่านให้เกิดขึ้นกับนักเรียนและบุตรหลานของตนเองมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะการอ่านเป็นต้นทางของการเรียนรู้ตลอดชีวิต แต่การจัดการศึกษาปัจจุบันไปให้ความสำคัญกันอยู่ที่แค่ปลายทางคือผลสัมฤทธิ์การเรียนโดยเฉพาะผลการสอบโอเน็ต ทำให้ครูไขว้เขวกับการพัฒนาเด็กอย่างยิ่ง เมื่อรู้ว่าเดินหลงไปแล้วก็อย่าได้เดินถลำให้ลึกไปมากกว่านี้อีกเลย ลองถอยกลับมาหาทางพัฒนาที่ถูกหลักด้วยการช่วยกันนำพาคนในชาติให้มีนิสัยรักการอ่าน รักการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการน้อมนำพระราชจริยวัตรอันงดงามของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เจ้าฟ้านักอ่าน มาเป็นธงชัยให้เด็กดำเนินตาม หากเด็กมีนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้แล้วคุณภาพการศึกษาคุณภาพชีวิตคนไทยในอนาคตคงไม่แพ้ชาติใดในโลกอย่างที่เป็นอยู่นี้แน่นอน.

กลิ่น สระทองเนียม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 9,620 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น