วันอังคาร 21 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

“เรื่องที่หญิงจะทูล...”

“ไม่ฟัง บอกว่าไม่ฟัง ออกไปได้แล้ว...กูไม่ฟัง...ไม่ฟัง...ไม่ต้องบอก...อีนังเฟือง...กูจะสาปแช่งมันขอให้มันตกนรกอย่าได้ผุดได้เกิด”

ท่านชายระเบิดอารมณ์ถึงขีดสุด ด่าทอเฟืองจนเหนื่อยหอบหายใจแรง ท่านหญิงสีหน้าเยือกเย็นเดินเข้ามาจ้องโน้มลงจับมือท่านชายที่โบกไล่กดลงทั้งสองข้าง เผชิญหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
 
“ชายเดียว...ศักดินา เป็นลูกชายของเจ้าพี่ เป็นลูกที่เกิดจากนังบุหลันคนที่เจ้าพี่รักยิ่งกว่าใคร แม่ของชายเดียวจะตายหรืออยู่ไม่มีใครรู้ แต่ลูกชายของเขาอยู่ ถึงหญิงจะเสียใจในสิ่งที่เจ้าพี่ทรงทำแค่ไหน หญิงก็ไม่ไร้สติที่จะไปเอาเด็กที่ไม่มีเชื้อสายเจ้าพี่มายกย่องเป็นทายาทของราชสกุลรังสิยา หญิงไม่สิ้นคิดแก้แค้นถึงขนาดนั้น” ท่านหญิงพูดเสียงเฟือง

“อีเฟือง อีบ่าวชั่ว”

“เฟืองตายไปแล้ว อย่ารับสั่งใส่ร้ายเขา เพราะหญิงจะโกรธเจ้าพี่มาก และถ้าหญิงโกรธ...”

ท่านหญิงสายตาเยือกเย็นยิ่งขึ้น สองคนจ้องกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

“เฟืองเขาจะโกรธยิ่งกว่าหญิง”

ท่านหญิงเปิดประตูออกมา เป็นองค์ท่านหญิงเอง กิริยาอ่อนระโหยพิงประตูสีหน้าอัดอั้นตันใจ เสียงท่านชายด่าเฟืองดังลอดออกมา

“มาเลยอีเฟือง อีขี้ข้า อีปิศาจ อีกเลวราด...กูไม่กลัวมึงหรอก”
 
ท่านชายรู้ตัวดีว่าวิญญาณของเฟืองยังอาฆาตแค้นท่านอยู่ ท่านชายเองก็เกลียดแค้นเฟืองมาก จนไม่ยอมให้เฟืองมาสิงสถิตอยู่ในวังของตนอีกต่อไป ท่านชายจึงให้สนพาท่านลงมาพบบ่าวไพร่ที่ด้านล่าง ท่านชายประทับเก้าอี้เข็น กวาดตามองไปรอบวัง ขณะที่สน และบ่าวไพร่คุกเข่าเฝ้าอยู่

“สน...วังของข้า...มันแทบจะไม่ใช่วังของข้าอีกแล้ว”

สนนิ่ง มองอย่างเห็นใจ สาลี่ พิกุล ละมัย ผ่อง เดินตุ้บตั้บมาเป็นพรวน มาถึงหมอบกราบ

“ท่านชายมังคะ หม่อมฉันดีใจจริง ๆ ท่านชายดำเนินได้แล้วหรือมังคะ”สาลี่พูดอย่างดีใจ

“นังสาลี่ พูดจาเพ้อเจ้อนะเอ็ง ข้าเป็นอัมพาตจะเดินได้ไงวะ” ท่านชายดุเบา ๆ

“อ้าว นังพิกุล...มันไปประกาศเสียงดังมังคะว่าท่านชายเด็จลงมาข้างล่างได้แล้ว หม่อมฉันอุตส่าห์ดีใจ”

“เออ...ดีใจเก้อไปเถอะ ข้าน่ะเดินไม่ได้จนตายนั่นแหละ...ที่ข้าได้รับเคราะห์อย่างนี้มันมีคนทำ...พวกเอ็งเตรียมตัวไว้ สน เอ็งไปหาหมอผีที่เก่งมาก ๆ มาคนหนึ่ง ข้าจะให้เขาทำพิธีปัดรังควานไล่ผี...คนมันชั่ว ตายไปมันก็เป็นวิญญาณชั่ว ไม่เกรงกลัวบาปกรรม ต้องเอามันไม่ให้ผุดให้เกิด ให้เขาสะกดวิญญาณชั่วร้ายของมันไปอยู่ในอเวจี”

ท่านชายประกาศกร้าว เสียงดังกังวานด้วยความแค้นแน่นหัวอก วิญญาณเฟืองรับรู้ว่าท่านชายจะเอาหมอผีมาปราบตนก็โกรธแค้นท่านชายมาก
 
ด้วยความเอาใจใส่ดูแลทุกคนในบ้าน ขยันขันแข็ง เก่งเรื่องงานฝีมือ และ กิริยามารยาทที่นุ่มนวล จันทร์จึงเป็นที่รักของคนทั้งบ้านโดยเฉพาะคุณหญิงเพ็ง พอใจในตัวจันทร์มากขึ้นตามลำดับ...ละเมียดมาเคาะประตูเรียกอย่างตื่นเต้น จันทร์เปิดประตูออกมา สีหน้ายังต่อเนื่อง

“จันทร์...ฉันรอจะบอกข่าวดี ขึ้น ม.7 คุณหญิงจะส่งรุ้งไปเรียนโรงเรียนเดียวกับคุณริมานะ” 

“จริงหรือคะ แต่...ฉันคงรับไม่ได้ มันเกินฐานะของเรา”

“ฉันแนะนำให้ยอมรับ คุณหญิงท่านเมตตา ท่านต้องมีเหตุผล อย่าขัดท่าน”   

“มันเกินฐานะ” จันทร์พึมพำเบา ๆ  

“โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนเจ้าโรงเรียนนาย ไม่อยากให้รุ้งเรียนเหรอ”    

“คุณเมียดหมายความว่ายังไง โรงเรียนเจ้านายทำไมฉันต้องอยากให้รุ้งเรียน” จันทร์ตกใจ  

“ตกใจทำไม ฉันหมายความแค่รุ้งเป็นลูกจันทร์ เป็นเด็กน่ารัก ถ้ามีทางส่งเสริมลูกให้โตอย่างงดงามยิ่งขึ้น...ทำไมไม่อยากทำ” ละเมียดถามอย่างแปลกใจ

จันทร์นั่งครุ่นคิดเรื่องที่คุณหญิงเพ็งจะให้รุ้งเรียนโรงเรียนเดียวกับจริมาอยู่ในสวน พจน์เดินเข้ามาคุยด้วย 

“จันทร์ ฉันก็ไม่สบายใจเรื่องฉัตต์”  

“ดิฉันไม่เคยคิดโกรธคุณฉัตต์เลยค่ะ บุญคุณของท่านกับคุณพจน์มีต่อดิฉันมากมายเหลือเกิน ดิฉันกับลูกเหมือนตายแล้วค่ะ...ถ้าไม่มีบ้านนี้เราจะไม่มีชีวิตอยู่...เราต้องตายไปแล้วในแม่น้ำนี้” จันทร์สะอื้นตื้นตันใจ  

พจน์แอบมองหญิงสาวเพลิน พอเธอหันมาก็สะดุ้ง      

“เป็นความสัตย์จริงค่ะ เธอเสียใจ คุณแม่ของเธอ...ต้องสิ้นไป เราก็มาพอดี”   

“ฉันขอบอกว่าใจจริงของฉัตต์ เขาไม่ได้รุนแรงอย่างที่แสดงออก”   

“หลายปีมาแล้วที่คุณพจน์ให้รุ้งตีคุณฉัตต์ เธอฝากขนมให้รุ้ง เธอทราบว่ารุ้งไม่สบาย”   

“นั่นแหละคือฉัตต์ อ่อนในแต่แข็งนอก วันหนึ่งรุ้งต้องชนะใจฉัตต์ ฉันเชื่อ ผู้ชายต้องแพ้ความอ่อนโยนของผู้หญิงเสมอ”

“น้ำค้างแรง คุณพจน์จะไข้กลับ พรุ่งนี้ดิฉันจะทำอาหารเช้าเร็วกว่าปกตินะคะ คุณพจน์จะได้ทานก่อนไปกระทรวง”    

พูดจบจันทรเดินออกไป ชะงักเห็นฉัตต์ยืนขวางทาง ยืนจ้องหน้าจันทร์อย่างเอาเรื่อง  

กลางดึกคืนนั้น...ท่านชายก็ถูกปิศาจเฟืองคุกคามอย่างหนัก สองมือไขว่คว้า ขับไล่ ปัดให้เฟืองถอยไป นัยน์ตาตระหนกอกสั่นมาก เฟืองลอยล่องเข้าหาท่านชาย พอจวนถึงก็ผละออกไปเหมือนหยอกล้อ ล่องลอยให้หวาดกลัว ท่านชายพยายามล้วงมือเข้าไปในอก เฟืองที่ถอยห่าง เหลียวขวับกลับมาอย่างรวดเร็ว เห็นหน้าเฟืองปรากฏเป็นหน้าผี ทั้งเฟะ ทั้งเละ เลือดไหลเต็มหน้า คอเหวอะ ท่านชายอ้าปากค้าง ช็อก หัวใจวายตายไปในที่สุด    

การตายของท่านชายทำให้ท่านหญิงเสียใจไม่น้อย จึงไปต่อว่าเฟืองอย่างโกรธจัด   

“เคยบอกเฟืองแล้วใช่มั้ยว่าอย่าทำ มันบาปกรรม ทำไมไม่เชื่อ...ทำไมถึงต้องทำตัวเองให้ถูกผูก ถูกมัดด้วยบาปด้วยกรรมอย่างนี้...รู้มั้ย ว่าหญิงเป็นทุกข์นะเฟือง หญิงเป็นทุกข์ที่เห็นเฟืองเป็นอย่างนี้ หญิงไม่อยากเห็น...ไม่อยากเลย... เฟืองเข้าใจบ้างมั้ย” ท่านหญิงพรั่งพรูความอัดอั้นตันใจ    

ทันใดนั้น วิญญาณเฟืองก็ปรากฏกายขึ้นและหมอบฟุบอยู่ตรงหน้าท่านหญิง เหมือนเข้าเฝ้าตามปกติมีแต่สีหน้าเท่านั้นที่เย็นชืดชา นัยน์ตาแข็งไม่มีชีวิต

“ครั้งนี้เฟืองทำเกินไป เกินไปจริง ๆ ครั้งที่ทำท่านชายเป็นอัมพาตนั่นเฟืองก็ใจร้ายมาก คราวนี้ทำไมเฟืองต้องทำจนท่านสิ้น...ฮึ...ทำไม” ท่านหญิงถามเสียงเครือ      
“ท่านจะเอาหมอผีมาไล่หม่อมฉัน”   

“ใครจะไล่เฟืองได้ แม้แต่พระภูมิเจ้าที่ท่านยังไล่เฟืองไม่ได้ เพราะท่านเห็นว่าเฟืองอยู่ที่นี่มานาน หญิงก็จุดธูปบอกท่านแล้วว่าให้เฟืองอยู่ได้ เพราะหญิงคิดว่าเฟืองจะไม่ทำร้ายใคร เผื่อว่าวันข้างหน้าเฟืองจะได้ไปเกิดแล้วจะได้”

ท่านหญิงพูดไม่ทันจบ เฟืองก็สวนขึ้น  

“หม่อมฉันไม่ไป...”   

“อย่าขืนโชคชะตาเลย เฟืองจะอยู่อย่างนี้ไปตลอดได้ยังไง หญิงเองวันหนึ่งก็ต้องไป ที่จริงตอนนี้เฟืองไม่ต้องดูแลหญิงแล้วก็ได้ ไม่มีอะไรแล้ว ชายเดียวโตแล้ว หญิงก็พ้นความรับผิดชอบ...” ท่านหญิงเอ่ยตรง ๆ

“ท่านหญิงทรงไล่หม่อมฉันหรือมังคะ ไม่ต้องการหม่อมฉันแล้วหรือมังคะ ถ้ามีใครมาทำร้ายท่านหญิงจะทรงสู้เขาได้หรือ ไม่ทรงรู้หรือว่าหม่อมฉันเป็นห่วง หม่อมฉันให้สัญญากับหม่อมแม่ของท่านไว้” เฟืองฟูมฟายสะอึกสะอื้น

“แต่เฟืองตายแล้ว...หญิงอยากให้วิญญาณของเฟืองไปเกิดในที่ที่ดี หญิงจะพยายามทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เฟือง...” ท่านหญิงถอนใจเบา ๆ

“ไม่...หม่อมฉันไม่ไปไหน หม่อมฉันจะอยู่ที่นี่ อยู่ตลอดไป... เรื่องท่านชาย ท่านหญิงไม่ต้องทรงคิดอะไรเลย ท่านสมควรสิ้นแล้ว” เฟืองเสียงหนักแน่น

“ไม่...เฟืองอย่าพูดให้พ้นผิด”

“เห็นหม่อมฉันผิดหรือมังคะ”

“เฟืองผิด ต้องยอมรับว่า เฟืองผิดที่ทำจนท่านสิ้น” ท่านหญิงดุเบา ๆ

“ทำไมเพคะ ท่านชายทรงทำให้ท่านหญิงของหม่อมฉันเจ็บช้ำพระทัย หม่อมฉันไม่เอาไว้หรอก” เฟืองไม่ลดละ

“แล้วไม่คิดหรือว่าชายเดียวไม่มีพ่อ”

“ท่านชายเป็นพ่อไม่ได้ บรรทมแบบอย่างนั้น ท่านจะเป็นพ่อได้ยังไงมังคะ ท่านหญิงนั่นแหละมังคะ เป็นทั้งพ่อเป็นทั้งแม่ให้คุณชาย แล้วอีกอย่าง ท่านระแวงจนไม่ไยดีคุณชาย ดีแล้ว ท่านสิ้นไปทั้งที่ไม่ทรงรู้ว่าคุณชายเป็นรังสิยาที่แท้จริง วิญญาณไม่มีวันสงบสุขหรอก” เฟืองเอ่ยเสียงเยาะ

“แล้ววิญญาณเฟืองล่ะ สงบสุขซักแค่ไหน”

ท่านหญิงย้อนถาม ทำให้เฟืองเงยหน้าขวับมองท่านหญิง สีหน้าใจร้าวรานสุดขีด ท่านหญิงเองก็พระทัยหาย แม้สีหน้ากิริยาจะเป็นผี แต่แววตานั้นแสดงอย่างชัดเจนว่าเสียใจ...แล้วร่างของเฟืองก็เลือนรางหายไป
 
ทางด้านพจน์ที่ครองตัวเป็นโสดมานานหลายสิบปี จนวันนี้คุณหญิงเพ็งที่อยากเห็นลูกชายของตนเองมีความสุขจึงได้มาคุยกับพจน์ที่ห้องทำงาน

“จะว่าแม่จุ้นจ้านก็ว่าเถอะนะลูก แต่ขอพูดฐานะเป็นแม่ ฐานะย่าที่ห่วงลูกห่วงหลาน...แม่อยากให้ลูกหลานมีความสุข อยากให้บ้านมีแต่เสียงหัวเราะ ก็ดูเอาเถิด ยายริมาตั้งแต่เกิดจนบัดนี้แกเคยมีปมด้อยว่าแม่ตายกับใครที่ไหน ร่าเริงแจ่มใส น้ำใจดี จันทร์อบรมได้ดี น้ำนมที่เขาเสียสละไม่ได้เสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ เขาอยู่กับเรานานหลายปีจนไม่มีอะไรต้องพิสูจน์กันอีก หรือพ่อพจน์ว่ายังไง”

“ผมกำลังฟังครับคุณแม่...คุณแม่จะพูดอะไรต่อครับ” พจน์ถามยิ้ม ๆ

“แม่อยากให้พ่อพจน์ “รับ” เหตุผลของแม่ด้วย แม่รู้ว่าพ่อพจน์ผูกพันกับแม่ราตรีมาก เขาตายไป พ่อพจน์ก็ไม่เคยเหลียวแลหญิงอื่น แม่นับถือน้ำใจพ่อพจน์ แต่แม่อยากให้พ่อพจน์มีความสุขสมบูรณ์...เข้าใจมั้ยลูก ความสุขสมบูรณ์ของผู้ชาย ยายริมาแกคงเต็มใจรับจันทร์เป็นแม่และรุ้งเป็นน้องจริง ๆ” คุณหญิงเพ็งเอ่ยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ฉัตต์ล่ะครับคุณแม่”

“ฉัตต์ ต้องเห็นใจพ่อ แม่จะพูดกับฉัตต์เอง”

พจน์นิ่ง สีหน้าตรึกตรองลึกซึ้ง

“ตัวพ่อพจน์นั่นแหละจะว่าอย่างไร สำรวจใจตัวเองบ้างหรือไม่ ถ้าไม่มีเยื่อใยอะไรกับเขาเลย แม่จะไม่พูดเรื่องนี้อีกต่อไป”

“ผมจะถามเขา” พจน์ตอบรับ

“แม่เห็นเขานั่งอยู่ที่ท่าน้ำ...แม่ใจร้อน”  

คุณหญิงเพ็งบอกยิ้มอย่างดีใจ เพราะอยากจะให้ลูกชายมีชีวิตคู่ที่สมบูรณ์
 
พจน์ไปหาจันทร์ที่ศาลาท่าน้ำ เมื่อมาถึงเขาก็เอ่ยถามจันทร์อย่างอ่อนโยน ว่ายังไม่นอนหรือ ถ้ายังไม่นอนเขามีเรื่องสำคัญจะพูดด้วย

“ค่ะ...เรื่อง...เอ้อ คุณฉัตต์หรือคะ” จันทร์ถามอย่างตกใจ

“ฉันหวังว่าเธอคงเข้าใจเรื่องฉัตต์แล้วนะ เหตุผลสำคัญมากกว่าที่ฉันบอกเธอไป เมื่อกี๊ก็คือฉัตต์เป็นคนจิตใจดีเป็นพื้นฐาน ถึงจะเข้าใจอะไรเกินเลยไป แต่รอเขาโตขึ้น” พจน์เปรยนิ่ง ๆ


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 10,288 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น