วันศุกร์ 31 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ไพศิษฐ์โทรฯ มาบอกสุบรรณว่าเช็กโทรศัพท์มือถือของอำนาจ จนได้รู้ว่านาถสุดาถูกพาตัวห่างไปจากจุดเดิมอีกแค่ 50 กิโลเมตรเท่านั้น สุบรรณได้ยินก็นึกเป็นห่วงอำนาจขึ้นมาทันที 
    
เช้าแล้ว แต่นาถสุดายังนอนนิ่งไม่ไหวติง  มีเพียงลมหายใจแผ่ว ๆ  เท่านั้นที่บอกว่าเธอยังไม่ตาย แต่เลือดไหลซึมออกมาจากแผลมากขึ้นทุกที อำนาจรู้สึกใจหาย และคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี

...เจ้าอุรคาส่งเสียงเรียกอำนาจเบา ๆ

อำนาจนึกว่าเป็นนาถสุดาจึงเข้าไปดู แต่เห็นเธอยังหลับ อำนาจเป็นห่วงนาถสุดารีบอุ้มเธอเพื่อจะพาไปส่งโรงพยาบาล
 
“นับว่าโชคดี ที่เจ้ามีใจช่วยนาถสุดา แต่จากนี้ไป คงต้องแล้วแต่เวรแต่กรรมของเจ้าแล้วล่ะอำนาจ...นาถสุดาฟังไว้นะ...เราจะอยู่ข้าง ๆ  คอยปกป้องเจ้า...คอยปกป้องเจ้า นาถสุดา”
     
นาถสุดาซึ่งอยู่ในอ้อมแขนของอำนาจ  กะพริบตาถี่ ๆ คิ้วขมวดเหมือนรับรู้ในสิ่งที่เจ้าอุรคาพูด...ไพศิษฐ์กำลังพาลูกน้องไปช่วยนาถสุดา ภุชคินทร์โทรฯ มาเตือนสติว่าอย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่าม เพราะนาถสุดากำลังอยู่ในอันตราย ไพศิษฐ์งงว่าภุชคินทร์รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร
 
ภุชคินทร์มาสมทบกับไพศิษฐ์เพื่อหาทางไปช่วยนาถสุดา สุบรรณรู้ว่าไพศิษฐ์นำตำรวจไปที่โรงงานของตนก็นึกเป็นห่วงอำนาจขึ้นมา เขารีบขับรถเพื่อไปช่วยอำนาจ

เวลาเดียวกัน อำนาจกำลังพานาถสุดาไปหาหมอ แต่พอเห็นรถตำรวจแล่นมาก็แสดงพิรุธให้เห็น และรีบขับรถหนีสุดชีวิต ไพศิษฐ์รีบขับรถตามอำนาจไป พร้อมกับโทรฯ บอกภุชคินทร์ให้ตรงไปที่โรงงานป่นกระดูก เพราะกลัวถูกหลอกให้หลงทาง 

สุบรรณรีบตามมาพบกับพูนสิน ลูกน้องที่เขาอุปโลกน์ให้เป็นเจ้าของโรงงานป่นกระดูก เพื่อไม่ให้ตัวเองมีความผิด  พูนสินบอกว่าวันก่อนอำนาจมาที่โรงงานและไปดูที่โรงงานป่นกระดูก   สุบรรณจึงรีบตามไปที่นั่น...ไม่นานภุชคินทร์และตำรวจก็มาถึง

“มีคนหาย ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อประสานงาน จากข้อมูลคาดว่าคนร้ายน่าจะพามาหลบซ่อนตัวที่นี่”

“อะไรนะครับ คนหาย อะไร ยังไง” พูนสินยังงง ๆ

“นาถสุดา น้องสาวท่านสุบรรณ หายตัวไปครับ”

“น้องสาวท่านสุบรรณ  มิน่า...ท่านถึงเข้ามาที่นี่”

“ท่านสุบรรณเข้ามาที่นี่แล้วหรือครับ” ภุชคินทร์สงสัย

“ครับท่านอยู่ที่โรงงานป่นกระดูก”
 
สุบรรณมาถึงโรงป่นกระดูกเพื่อตามหาอำนาจ แต่เขากลับมาเจอพวกวิญญาณที่เขาเคยสั่งฆ่ามากมายเข้ามารุมเล่นงาน ภุชคินทร์และตำรวจได้ยินเสียงร้องของสุบรรณก็รีบตามมาช่วย ส่วนไพศิษฐ์ก็ตามไปช่วยนาถสุดา แต่เธอถูกอำนาจเล่นงานจนอาการสาหัสต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล สุบรรณถูกเปิดโปงความชั่ว จนถูกปลดออกจากการเป็นรัฐมนตรี

หม่อมภาณีต้องการแยกภุชคินทร์ออกจากเจ้าอุรคา จึงมาขอความช่วยเหลือจากอุบาสิกาวรรษา ผู้ทรงศีลให้ช่วยแยกคนทั้งสองออกจากกัน  อุบาสิกาวรรษาบอกว่าถึงคราวของเจ้าอุรคาที่จะต้องกลับไปภพภูมิของเธอแล้ว และคืนนี้เธอจะเป็นผู้พาเจ้าอุรคาไปส่งภพภูมิของเธอ แต่หม่อมภาณีต้องพาภุชคินทร์ออกจากเจ้าอุรคาให้ได้

คืนนั้น อุบาสิกาวรรษามาหาเจ้าอุรคาที่เฮือนภูจำปา ชรายุออกมาขัดขวางใช้อิทธิฤทธิ์เล่นงาน  แต่อุบาสิกาวรรษา  ก็ตอบโต้กลับไปอย่างไม่เกรงกลัว ด้วยการใช้หุ่นพยนต์เข้าสู้รบ ไม่นานหุ่นพยนต์เสือโคร่งของอุบาสิกาวรรษาก็สู้พญานาคอย่างชรายุไม่ได้ อุบาสิกาวรรษาหยิบหุ่นยักษ์อสูรพลี ซึ่งตามตำนานเป็นยักษ์ที่มีฤทธิ์มาก อาศัยอยู่ในบาดาลภพเดียวกับพญานาค พวกพญานาคไม่พอใจที่มาแบ่งอำนาจในบาดาลของตน เลยยกทัพไปรบแต่ก็พ่ายแพ้กลับมา อุบาสิกาวรรษาบริกรรมคาถา แล้วหุ่นยักษ์ขยายร่างใหญ่ขึ้น ชรายุรีบกลายร่างเป็นงูยักษ์ เลื้อยเข้าต่อสู้หุ่นเจ้าอสูรพลีอย่างดุเดือด ในที่สุดก็พ่ายแพ้...

ภุชคินทร์นอนอยู่ที่วังนาเคนทร์ รู้สึกร้อนรนทุรนทุรายเหมือนนอนอยู่บนกองไฟ รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ เอาน้ำราดตัวเพื่อดับความร้อน แล้วนึกสังหรณ์ใจ เป็นห่วงอุรคาขึ้นมาทันที...ภุชคินทร์จะออกไปหาเจ้าอุรคา หม่อมภาณีกับหนูนาพยายามห้าม แต่เขาก็ดึงดันจะออกไปให้ได้ สองแม่ลูกจึงบอกให้คนใช้ช่วยกับจับตัวเขาไปขังไว้ในห้อง

หลังเล่นงานชรายุได้แล้ว อุบาสิกาวรรษาก็เข้าไปในห้องลับที่เจ้าอุรคากำลังนั่งสมาธิ

“เรากับท่านไม่เคยมีเวรกรรมต่อกัน ทำไมท่านต้องมาขัดขวางความรักของเราด้วย”
      
“เพราะความรักของท่าน ได้ทำร้ายคนจำนวนมาก ความรักที่ต่างภพภูมิ มีแต่จะทำให้ทั้งตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน หยุดไว้ตรงนี้เถอะค่ะ” อุบาสิกาวรรษาพูดด้วยดี ๆ
 
“ท่านไม่เข้าใจ เราต้องทนทุกข์เฝ้ารอท่านภุชเคนทร์มานานเหลือเกิน และกว่าเราจะทำให้ท่านภุชเคนทร์จดจำ ความรักระหว่างเราสองคนและถอนคำสัตย์สาบานได้ ก็ยิ่งลำบากแสนสาหัส ความสุขของเราอยู่แค่เอื้อมแล้ว ท่านจะให้เราทอด
ทิ้งมันไปอย่างงั้นเหรอ”
       
“ถ้าอย่างงั้น เราก็คงไม่มีทางเลือกอย่างอื่นแล้วเหมือนกัน” วรรษาบอก


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 8,294 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น