วันพุธ 26 พฤศจิกายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

“อาเห็นวันชอบฟังนิทาน นิทานเล่มนี้สนุกมาก ตอนนี้ถ้ายังอ่านไม่ได้ก็ดูรูปไปก่อนนะจ๊ะ ลองเปิดดูสิ...ชอบไหม...” เทวีมองอย่างเอ็นดู

“ให้วันคนเดียวเหรอครับ”

“ของวันทั้งหมดนี่แหละลูก”

“วันเอาไปแบ่งน้องได้ไหมครับ”
 
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้จ๊ะ แต่อาว่า น้องยังเล็กเกินไปรึเปล่า เอาไว้น้องโตอีกหน่อย วันค่อยแบ่งน้องก็ได้” เทวีบอก

“ไอ้เจ้านี่มันขี้สงสาร” หลวงตาอธิบายแทน

“ก็น้องน่าสงสารจริง ๆ นี่ครับหลวงตา น้องผอมแล้วก็ไม่ค่อยสบายเลย ร้องไห้บ่อย ๆ”

“แม่เอ็งก็คงเหนื่อยหน่อยละ”

“แม่ไม่ค่อยรักน้องหรอกครับ” วันเฉลิมก้มหน้าตอบ

“วัน...อย่าพูดอย่างนั้นสิลูก ฟังอานะ...ไม่มีแม่คนไหน ไม่รักลูกของตัวเองหรอก”

วันเฉลิมค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง  เทวียิ้มให้อย่างเปี่ยมเมตตาและเข้าใจความรู้สึกของวันเฉลิม
 
ลำยอง นั่งทาเล็บสวย เห็นวันเฉลิมมีเครื่องบินของเด็กเล่นก็ถามว่า เอามาจากที่ไหน
 
“พ่อซื้อให้วันครับ”

“พ่อหรือป๊า”

“พ่อครับ”

ลำยองได้ยินของขึ้นกราดเกรี้ยวทันที

“ลับหลังกูนี่มีเวลาไปแอบเจอกันนะมึง ทุเรศ ทำเป็นอวดรวย ซื้อของเล่นให้ลูกไปเล่น  ไกล ๆ กูเลยนะมึง ขวางหูขวางตา รำคาญ”
 
วันเฉลิมจะขยับออกไป แต่ชะงักเพราะอภิชาติร้องโยเยขึ้นมา  ลำยองหงุดหงิด รำคาญโวยวายบอกให้เอาขวดนมยัดปากจะได้เงียบ

วันเฉลิมวิ่งมาดู บอกว่าน้ำที่ต้มไว้ชงนมหมด  ลำยองตะโกนเรียกชื่นกับชมลั่นบ้าน...ชื่นเพิ่งกลับจากตลาด  ส่วนชมกำลังซักผ้าอ้อมอยู่ ลำยองมักง่ายเอาน้ำก๊อกชงนมให้ลูก ชื่นถือกระติกน้ำร้อนเข้ามาให้เลยถูกลำยองด่า
 
“ไปแหกตาดูเอาโน่น มันกินไปครึ่งขวด ค่อนขวดแล้ว กูเรียกจนคอจะแตกมัวไปมุดหัวอยู่ไหน”

“คุณเอาน้ำอะไรชงนม”

“ก็น้ำก๊อกในห้องน้ำโน่นไง”

“ตายแล้ว ให้กินเข้าไปได้ยังไงคะ” ชื่นตกใจ

“ทำไมจะไม่ได้ มันก็น้ำเหมือนกัน” ลำยองตะแบง

“คุณกวง สั่งนักสั่งหนา ว่าน้ำชงนมต้องเป็นน้ำต้มสุก”

“มากเรื่อง...วุ่นวายนักก็เอาไปเลี้ยงเองสิโว้ย”

วันเฉลิมเดินไปมองน้องด้วยความเป็นห่วง...แล้วคืนนั้น อภิชาติก็ร้องไห้ไม่หยุด  เพราะมีอาการปวดท้องและตัวร้อน ชื่นกับชมวุ่นวายปลอบทารกน้อยก็ไม่เงียบ  วันเฉลิมเกาะข้างเตียงอย่างห่วงใยน้อง  ลำยองรำคาญก็โวยวายลั่น
 
“ทำยังไงก็ได้ ให้มันหยุดร้องซะที”

“ร้องทั้งคืนแน่ ถ้าคุณไม่พาไปหาหมอ”

“หมออะไร ค่ำมืด ดึกดื่นยังงี้”

“ปากซอยทางโน้นไง ฉันเห็นมีร้านหมออยู่”

“วุ่นวายชิบเป๋ง” ลำยองบ่น

“ก็คุณน่ะแหละ เอาน้ำก๊อกชงนมให้เด็กได้ยังไง”

“มึงอย่ามาโทษกูน่ะอีชื่น เพราะมึงน่ะแหละขึ้นมาช้า”

“ตัวร้อนด้วยนะน้า ร้อนจี๋เลยเนี่ย”

“คุณรีบพาไปหาหมอไป”

“มึงน่ะแหละ อุ้มมันไป”

“คุณเป็นแม่เด็กนะคะ”
 
“กูจะนอน”

“คุณพูดยังงี้ได้ยังไง” ชื่นบ่นสุดจะทน

“เอ้านี่เงิน เอามันไปพ้น ๆ ซะที” ลำยองควักเงินให้ชื่นกับชมพาอภิชาติไปหาหมอ

“วันพาน้องไปเองก็ได้ครับ”

“ไปเหอะน้าชื่น สงสารเด็กมัน”

ชื่นพยายามตัดอารมณ์โกรธ อุ้มพาอภิชาติออกมา วันเฉลิมจะตามมาด้วยแต่ชมไม่ให้ไปเพราะมันไกล...วันรุ่งขึ้น พอเสี่ยกวงรู้เรื่องจึงตัดสินใจมาคุยกับลำยอง
 
“ไม่อยากเลี้ยงเหรอ...ลูกน่ะ” เสี่ยกวงถามหน้าเครียด

“ก็มันกวนจะตาย ตื่นได้คืนละห้าหน หกหน ใครไปทนไหว เราเสียเงินจ้างคนใช้แล้ว ก็ต้องใช้มันให้คุ้มสิ”

“เขาจะออกสิ้นเดือนนี้กันแล้วทั้งสองคน ทนไม่ไหวแล้วจะทำยังไง เลี้ยงลูกเอง หุงข้าว ซักผ้าเองทั้งหมดน่ะ คนใช้ไม่ได้หาได้ง่าย ๆ”

“โอ้ย...ไม่เอาหรอก ตายกันพอดี”
 
“ใช่...ตายแน่ รับรองบ้านเป็นส้วมเลยละ เป็นกองขยะด้วย”

“คุณก็หาคนมาให้ใหม่สิ ลำยองไม่ทำหรอกนะ งานบ้านน่ะ”

“เอาลูกมาดีกว่า ฉันจะหาคนเลี้ยงเอง” เสี่ยกวงบอกเสียงเข้ม

“ทำไมต้องเอาไปด้วย หาคนมาเลี้ยงที่นี่สิ”

“เอามาเลี้ยงที่นี่  เขาก็ลาออกอีกแหละ สู้เอาไปให้เขาเลี้ยงเลยไม่ได้”

“จ้างใครเลี้ยง”

“ไม่ต้องจ้าง”

“หมายความว่าไง”

“ให้อาม่าเลี้ยงให้ ที่บ้านมีคนใช้หลายคน” 

“บ้าน่ะสิ  ลูกฉันนะ จะเอาไปได้ยังไง”

แม้ลำยองจะไม่ยอม  แต่อำนาจเงินทำให้เธอต้องยอม  เมื่อเสี่ยกวงให้ค่าตอบแทนสามหมื่นบาท

พอวันเฉลิมรู้ว่าชื่นกับชมจะออกจากงานก็มาอ้อนวอนให้อยู่ต่อ แต่ทั้งสองไม่ยอมอยู่ แล้วชมก็ถ่ายทอดวิธีการชงนม การเลี้ยงดูเด็กอ่อน และการซักผ้าอ้อมน้องให้ วันเฉลิมรับฟังและตั้งใจปฏิบัติ ที่สุดเด็กน้อยก็สามารถทำได้เป็นอย่างดีด้วย....แต่วันเฉลิมก็ไม่ได้เลี้ยงน้องเพราะเสี่ยกวงเอาอภิชาติออกจากบ้านไป
 
“ป๊าจะพาน้องไปไหนครับ”
 
“แม่เราเขาเลี้ยงน้องไม่ไหว ป๊าจะเอาไปเลี้ยงเอง”
 
“ดูแลตัวเองให้ดี ๆ นะวันเฉลิมกลับไปอยู่กับพ่อเราได้ก็กลับไปเถอะ”

แล้วเสี่ยกวงอุ้มลูกไปที่รถทันที วันเฉลิมได้แต่ยืนมองจนรถพ้นสายตา แล้วเข้าไปหาแม่ที่ในห้อง ลำยองตกใจคว้าผ้าห่มมาปิดกองเงินที่ได้รับจากเสี่ยกวง หันไปด่าวันเฉลิม

“แม่ครับ ป๊าพาน้องไปไหนครับ”
 
“ไปไหนก็เรื่องของเขาสิ มึงจะไปไหนก็ไป ไป อ้อ...แล้วไม่ต้องปากดี ไปบอกใครต่อใครนะมึง ยายมึงถามเรื่องป๊า เรื่องน้อง ก็ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เข้าใจไหม...ไป้”
 
วันเฉลิมรับคำแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างหงอย ๆ ลำยองเอาผ้าห่มออกนับเงินด้วยความสุขใจ...ลำยองมีเงินแล้วก็แต่งตัวสวยไปเดินเยาวราชซื้อสร้อยทองแหวนทองมาใส่พราวเข้าร้านเสริมสวยเพื่ออวดความรํ่ารวย...ขณะที่ชื่นกับชมก็เก็บข้าวของออกจากบ้านไป ส่วนวันเฉลิมนั่งเหงาหงอยอยู่บ้านคนเดียว
 
วันเฉลิมเก็บเสื้อผ้าของแม่ที่เกลื่อนกระจายอยู่ที่พื้นไปซัก จากนั้นก็ทำความสะอาดบ้าน และนั่งเล่นเครื่องบินของเล่นอย่างเซ็ง ๆ หิวก็เข้าครัวหาของกินได้รองท้อง เด็กน้อยคิดถึงหลวงตาปิ่นไปหาที่กุฏิแม้ไม่บอกว่าหิวโซมาหลวงตาก็รู้หาข้าวและหาขนมให้กิน หลวงตาปิ่นกับพ่อสินนั่งมองวันเฉลิมกินข้าวอย่างหิวโซแล้วว่า
 
“ก็ยังดีที่มันรู้ว่ามาที่นี่แล้วไม่มีอด...เอ้า กินซะให้อิ่มไอ้วัน...”

“คนใช้ไปกันหมดแล้ว ทีนี้แม่เองก็คงต้องซักผ้าเองถูบ้านเองแล้วละมัง”

“แม่บอกว่าจะหาคนใช้ใหม่ครับ”

พ่อสินออกจะเอือมอดีตลูกสะใภ้ แต่ไม่อยากพูดอะไรให้หลานรู้สึกไม่ดีต่อแม่

“ป๊าเองเขาเอาน้องไปแล้ว แม่เอ็งเขาไม่ว่าอะไรเลยเรอะ”

“ไม่รู้ครับ”

“มันเป็นแม่แบบไหนกันหว่า...”

“น้องไม่ค่อยสบาย ป๊าคงเอาน้องไปรักษาครับ หายแล้วน้องคงกลับมา...หลวงตาครับ ข้าวที่เหลือนั่นวันเอากลับบ้านได้ไหมครับ วันจะเอาไปฝากแม่”
 
พ่อสินกับหลวงตาปิ่นมองหน้ากันแล้วอึ้ง พ่อสินกลับมาเล่าเรื่องวันเฉลิมให้แม่ปั้นฟัง
 
“สันดานอย่างมัน ไม่มีใครเขาทนอยู่ด้วยได้หรอก ขนาดคนใช้ยังเอือมระอา”
 
“แต่ไอ้วันมันยังคิดว่า พ่อใหม่มันจะเอาน้องกลับมาคืนนะแม่ปั้น”

“ถ้ามันคิดว่าตัวมันมีเสน่ห์ซะจนผู้ชายเขาทิ้งมันไม่ลง มันก็น่าสมเพชละตาสิน”
 
“ไม่มีผู้ชายหาเลี้ยงแล้วมันจะอยู่ยังไง”

“มันคงหาผัวใหม่ไปเรื่อย ๆ น่ะแหละ”
 
“ฉันน่ะไม่อยากให้เป็นยังงั้นเลย แม่ปั้นสงสารไอ้วันมัน เด็กมันจะรู้สึกยังไงที่เห็นแม่ตัวเองเป็นยังงี้”
 
“ถ้ามันได้คิดปรับปรุงตัวเองเสียใหม่หัดทำมาหากินอย่างคนอื่นเขาบ้างก็คงจะดี ฉันกลัวไอ้วันมันจะลำบากวันข้างหน้า”
 
ทางด้านลำยองกลับเข้าบ้านก็เรียกหาชื่นกับชมตามความเคยชิน พอนึกได้ว่าทั้งสองลาออกไปแล้วก็บ่นหิว วันเฉลิมยกจานข้าวที่ราดกับข้าว มาให้ ลำยองตักกินไปหลายคำแล้วถึงได้มองหน้าลูก
 
“เอ็งไปเอาข้าวนี่มาจากไหนไอ้วัน”
 
“วันขอหลวงตามาครับ กินข้าวก้นบาตรได้บุญเยอะครับแม่” วันเฉลิมยิ้ม
 
“เออ... เอ็งนี่มันฉลาดดีนี่หว่า ยังงี้ไม่อดตาย”

“แม่ครับ เมื่อไหร่ป๊าจะพาน้องกลับมาครับ...”

ลำยองชะงัก นึกถึงแต่เสี่ยกวง ไม่ได้นึกถึงลูก
 
“หลวงตาบอกว่า ป๊าจะกลับมาเหรอ...ป๊าเอาน้องไปแล้วคงไม่กลับมาหรอก”

“มาสิวะ...ยังไงเขาก็ต้องมา”

ลำยองเชื่อมั่นว่าเสี่ยกวงต้องกลับมาหา ตักข้าวกินต่ออย่างหิวโซ
 
หลายวันต่อมา วันเฉลิมช่วยเหลือตัวเองด้วยการตื่นขึ้นมาเตรียมตัวไปรอรถโรงเรียนทุกเช้า ส่วนลำยองนอนยังไม่ตื่นเพราะเมื่อคืนเมาตลอดวันเฉลิมเก็บขวดเหล้าที่แม่กิน รวบรวมไปใส่เข่งไว้จนเต็มเข่งแล้ว
 
เสี่ยกวงไม่มาหาเลยลำยองจึงต้องไปหาเขาที่โรงงาน สมัยผู้จัดการโรงงานเดินออกมาบอกว่าเสี่ยกวงไม่ได้มาทำงานที่นี่แล้ว เพราะไปประจำอยู่ที่โรงงานใหม่แถวพระประแดง แต่ลำยองไม่เชื่อบุกเข้าไปดูแต่ไม่เจอตัวเสี่ยกวง


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 4,333 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น