วันพุธ 23 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

“ผู้ต้องหาชื่อนายอิทธิฤทธิ์ ปิติชาติ ไม่ประสงค์ที่จะให้ผู้ปกครองรับตัวกลับ และยินดีถูกจำคุกแทนการจ่ายค่าปรับ ดิชั้นขอเสนอทำสำนวนส่งอัยการ ฟ้องศาลแล้วส่งเข้าเรือนจำไปเลย จบ”ธรรม์เดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังชนมน “คุณเป็นอะไรกับผู้ต้องหาหรือครับ”

“ดิชั้นเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจจากผู้ปกครองของนายอิทธิฤทธิ์ค่ะ ดิชั้นมีหน้าที่คอยดูแลควบคุมความประพฤติของนายอิทธิฤทธิ์”

“ผมก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่า คุณเป็นใคร”

“ดิชั้นเป็น..เป็น..เป็นติวเตอร์ของนายอิทธิฤทธิ์ค่ะ”

“อ้อ คุณนั่นเอง” ธรรม์หันไปคุยกับร้อยเวร “ผมมาขอรับนายอิทธิฤทธิ์กลับบ้านครับ”

“ขอคัดค้านค่ะ ผู้ต้องหาแจ้งความประสงค์แล้วว่า ยินดีจะถูกคุมขังเพื่อชดใช้ความผิดค่ะ”

“นายอิทธิฤทธิ์ทำผิดกฎจราจรเท่านั้นเอง คุณ”

“แต่นายอิทธิฤทธิ์สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นนะคะ ควรจะลงโทษคุมขังซักเดือนจะได้หลาบจำ เอ๊ะ แล้วนี่คุณเป็นใคร ถึงได้มาขอรับตัวนายอิทธิฤทธิ์หา! อ๋อ นี่คงรู้ว่า นายอิทธิฤทธิ์เป็นลูกนายตำรวจใหญ่ล่ะสิ นี่คิดจะหาทางเลื่อนขั้นทางลัดโดยการประจบสอพลอนาย”

“คุณพ่อผมเกลียดพวกประจบสอพลอที่สุดครับ แล้วนี่ถ้าท่านรู้ว่า ผมมารับนายอิท มีหวังโดนด่าด้วยซ้ำไป งานนี้มีแต่เสีย ไม่มีได้หรอกครับ ผมเป็นพี่ชายนายอิทครับ คุณชนมน อ้อ ไม่เป็นไรนะครับ คนไม่รู้ย่อมไม่ผิด คราวนี้ผมจะละเว้นให้ ไม่เอาเรื่องที่คุณหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน”

ธรรม์เดินเข้าไปด้านใน ชนมนนิ่งอึ้งหน้าแตกเพล้ง

อิทธิฤทธิ์ไม่อยากให้พ่อรู้ จำต้องยอมออกจากห้องขัง แต่ยังดื้อไม่ยอมกลับขึ้นรถไปกับธรรม์ ธรรม์เห็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ชนมนขี่มาสตาร์ตไม่ติด เลยอาสาขับรถพาไปส่งบ้าน ระหว่างทางชนมนคุยกับธรรม์อย่างสนุกสนาน มีความสุขมีชีวิตชีวาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จากเรียกตัวเองว่า “ชั้น” กลายเป็น “ชน” อย่างไม่รู้ตัว

“ถึงบ้านชนแล้ว”

“ดีใจล่ะสิ”

“พี่ธรรม์คุยสนุกออกค่ะ ไม่ต้องเดินไปส่งหรอกค่ะ บ้านชนอยู่แค่นี้เอง เออ..ชน..เรียกพี่ธรรม์ว่า พี่ได้ใช่มั้ยคะ”

“ได้ซิครับ ดีครับ พี่จะได้น้องสาวเพิ่มมาอีกคน ชนเก่งนะ อายุน่าจะแก่กว่านายอิทปีสองปีเองใช่มั้ย แต่ได้เรื่องกว่านายอิทเยอะ ไงพี่ก็ฝาก

นายอิทด้วยนะ ช่วยให้เค้าสอบผ่านให้ได้นะ”

“พี่ธรรม์ทนนายอิทได้ไง เออหรือว่าที่นาย อิทพูด.. ชนอยากรู้จริง ๆ ค่ะ ถ้าคืนนี้ไม่รู้ สงสัยจะนอนไม่หลับแน่ ๆ นายอิทกับพี่ธรรม์ไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริง ๆ ใช่มั้ยคะ นามสกุลก็ไม่เหมือนกัน”

“พ่อของพี่เป็นลูกน้องของคุณพ่อนายอิท น่ะครับ ท่านเสียตอนพี่อายุเก้าขวบ ท่านตายในหน้าที่..ถูกมาเฟียยิงตาย พี่ไม่มีญาติที่ไหน คุณพ่อเลยรับพี่มาเลี้ยง ท่านรักและดูแลพี่เหมือนลูกแท้ ๆ”

“ส่วนนายอิทก็เลยกลายเป็นลูกอิจฉา”

ธรรม์กับชนมนเดินมาถึงหน้าบ้านชนมน ชูชัยเปิดประตูแง้มออกดูเห็นมีตำรวจเดินมากับชนมนก็ไม่พอใจ พอธรรม์กลับไปแล้ว ชูชัยก็รีบเปิดประตูออกไปต่อว่าชนมนทันที

“ใครมาส่ง”

“พี่ธรรม์น่ะค่ะ เรื่องมันยาวน่ะพ่อ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเล่าให้ฟัง หนูง่วงแล้ว”

“พ่อบอกแล้วว่า ไม่ชอบตำรวจ” ชูชัยเดินหนีเข้าบ้านไป

ชนมนงุนงงเล็กน้อยกับเรื่องที่พ่อไม่ชอบตำรวจ

ธรรม์ช่วยปิดเรื่องที่อิทธิฤทธิ์ถูกจับไม่สำเร็จ อิทธิพลรู้เรื่องเข้าจนได้ อิทธิพลโมโหมาก ประกาศจะยึดบัตรเครดิต ตัดเบี้ยเลี้ยงเหลือวันละร้อย ถ้าอิทธิฤทธิ์สอบผ่านเมื่อไหร่ถึงจะคืนบัตรให้ ถนอมเป็นห่วง แอบกระซิบบอกอิทธิฤทธิ์ว่าถ้าเงินไม่พอใช้ให้มาขอเงินสำรองจากเธอได้

ถนอมจัดเตรียมห้องนั่งเล่นชั้นสองไว้เป็นห้องเรียนของอิทธิฤทธิ์ พอชนมนมาถึงถนอมก็บอกให้ขึ้นไปรอที่ห้องได้เลย ชนมนเดินขึ้นไปชั้นสองเห็นห้องหนึ่งเปิดประตูแง้มไว้ เลยเปิดประตูเดินเข้าไปเพราะคิดว่าเป็นห้องนั่งเล่น แต่พอเข้าไปถึงเห็นมีเตียง เดินเลยเข้าไปอีกหน่อยมีชุดตำรวจของธรรม์แขวนไว้

ชนมนสะดุ้งเฮือก รีบย่องถอยหลังออกไปก่อนที่ใครจะรู้ว่าเข้าห้องผิด ทันใดนั้นเสียงประตูห้องน้ำก็ดังก๊อกแก๊กชนมนรู้ทันทีว่าธรรม์กำลังจะออกมา ชนมนรีบทรุดตัวลงหลบที่ข้างเตียง พอดีกับที่ธรรม์นุ่งผ้าขนหนู เปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ

ชนมนคลานต่ำจะไปที่ประตู ระหว่างนั้น ธรรม์กำลังจะเดินผ่านหน้าชนมนแต่กำลังเอาผ้าขนหนูเช็ดผมอยู่ ผ้าปิดหน้าปิดตาทำให้ธรรม์ไม่เห็นชนมนที่พื้น ชนมนหยุดคลานได้ทันท่วงที ขนหน้าแข้งของธรรม์เฉียดผ่านปลายจมูกชนมนไปแค่คืบเดียว เมื่อธรรม์เดินผ่านไปแล้วก็ไปส่องกระจก ชนมนรีบคลานผ่านหลังธรรม์ ตอนนั้นเองที่ธรรม์มองในกระจกเห็นว่ามีใครคลานอยู่ก็ตกใจหันมา ชนมนที่คลานอยู่ก็ตกใจหันมาประจันหน้ากัน

“ขอโทษทีค่ะ เข้าห้องผิด”

ชนมนวิ่งออกมาจากห้องธรรม์หน้าตาเลิ่ก ลั่ก ชนมนตกใจขวัญหนีหัวใจเต้นโครมครามไม่คิดหน้าคิดหลัง พอเจอประตูห้องอีกห้องหนึ่งก็รีบเปิดเข้าไป หมายจะขอซ่อนตัวไปก่อน อิทธิฤทธิ์ที่ยังนุ่งผ้าขนหนูไม่เสร็จดีเห็นชนมนเปิดประตูพรวดเข้ามาก็ตกใจปล่อยมือ ผ้าขนหนูหลุดโพละ ชนมนเห็นทุกสิ่งอย่าง เหวอสุด ๆ สับสนงุงงงตกใจ ต่างฝ่ายต่างยืนกรี๊ดอ๊ากใส่กันไม่หยุด

ตอนที่ 4

ชนมนตั้งใจติวเต็มที่ แต่อิทธิฤทธิ์ไม่สนใจเรียน แถมยังแอบกดส่งข้อความหามาย่า “เกิดเรื่องที่บ้าน ช่วยด้วย” มาย่าได้รับข้อความก็ตกใจมาก รีบมาหาอิทธิฤทธิ์ที่บ้านทันที

“ที่เมสเสจไปว่าเกิดเรื่องน่ะ มันเรื่องอะไร”

“เกิดเรื่องเบื่อน่ะสิ เรียนกับยัยป้านี่น่าเบื่อจะตาย มาช่วยทำให้หายเบื่อหน่อย”

มาย่าโมโหมาก เดินหนีกลับออกไปทันที อิทธิฤทธิ์เดินตามง้ออย่างไม่รู้ว่าผิด

“ย่าก็ โกรธอะไร เมื่อวานเธอผิดสัญญาใช่มั้ย วันนี้ชั้นหลอกเธอมา เป็นอันว่าเราหายกัน อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน เดี๋ยวชั้นก็ต้องลงเรียนซัมเมอร์ก็จะยิ่งไม่มีเวลาเจอกันนะ”

มาย่าดีใจลืมเรื่องที่โกรธไปแป๊บนึง “ลงเรียนซัมเมอร์ได้! งั้นแปลว่าอิทก็ยังไม่โดนรีไทร์น่ะสิ พี่ชนใช่มั้ย พี่ชนเป็นคนช่วยอิทไม่ให้ถูกรีไทร์ แล้วยังมาช่วยติวให้อีก ขอบคุณนะคะพี่ชน”

“พ่อชั้นต่างหากโทรฯไปเบ่งกับอาจารย์ตุลา แล้วที่ยัยป้านี่ยอมมาสอน ก็เพราะเห็นแก่เงิน ไม่ต้องไปขอบคุณหรอก”

“ทำไมปากไม่ดีอย่างนี้ เธอโชคดีแค่ไหนที่ได้ติวเตอร์เก่ง ๆ อย่างพี่ชน ยังจะไม่ตั้งใจเรียนอีก”

“เก่งจริงเหรอ”

“ก็เพราะไม่เคยเข้าเรียนเลยน่ะสิ เลยไม่รู้ว่าพี่ชนเค้าสอนเก่งขนาดไหน”

“นายนี่เรียนในคลาสเราด้วยเหรอ ไม่ยักรู้ ธุระคงเยอะล่ะสิถึงไม่ค่อยได้เข้าเรียน ขนาดมาย่าต้องไปถ่ายละครเดินแบบทุกวันยังเห็นมาเรียนบ่อยกว่านาย นี่นะ ถ้าเอาเวลาซิ่งมาเรียน ก็ไม่ต้องโกงข้อสอบให้พ่อต้องขายหน้าหรอก”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 205 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น