วันพฤหัสบดี 27 พฤศจิกายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

 พ.ศ. 2507  กรุงลอนดอน  ประเทศอังกฤษ ดิลก กำลังขับรถด้วยความเร็วสูง  เพื่อไปเยี่ยมร้อยดาวที่ป่วยด้วยโรคหัวใจล้มเหลว มีจันทร์สายและเมดา เมียและลูกนั่งมาด้วย ถนนลื่นเพราะหิมะละลายทำให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปโรงพยาบาล อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ดิลกและจันทรสายเสียชีวิตทันที

เมดาโดนเศษกระจกพุ่งเข้าตาเลือดไหลนองทั้งสองข้าง หมอต้องทำการผ่าตัดเป็นการด่วน  เป็นเวลาเดียวกับร้อยดาวเสียชีวิตลง ก่อนตายเธอได้อุทิศร่างกายให้กับโรงพยาบาล เมดาจึงได้รับการบริจาคดวงตาของร้อยดาวในการรักษาครั้งนี้

วันที่หมอมาทำการเปิดผ้าปิดตาออก หลังจากปรับดวงตาให้เข้าที่แล้ว สิ่งแรกที่เมดาเห็นคือร่างกายของหญิงสาวในชุดขาวโพลนยืนมองเธออยู่ แต่พอเมดากะพริบตาถี่ ๆ ภาพนั้นก็หายไป...ร้อยดาว เป็นบุตรบุญธรรมของดิลกและจันทร์สาย เธอเป็นลูกของเวียงแก้วและปกรณ์ เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของดิลกร้อยดาวเป็นเด็กอ่อนแอ อายุได้ 24 ปี สุขภาพของเธอก็ทรุดลงเรื่อย ๆ จนเสียชีวิตในที่สุด..

หลายวันผ่านไป เมดาอาการดีขึ้น จึงออกจากโรงพยาบาลมาจัดการเรื่องงานศพของดิลกและจันทรสาย เธอนำโกศกระดูกมาเก็บไว้ที่บ้าน เอารูปพ่อกับแม่มาดูพร้อมกับพูดอย่างมั่นใจ

“ไม่ต้องห่วงนะคะหนูสัญญาว่าจะพาพ่อกับแม่กลับบ้านเอง”

เสียงเวียงแก้วดังแผ่ว ๆ ขึ้น ผ้าม่านหน้าต่างอยู่ ๆ ก็พัดพลิ้วคล้ายมีลมเย็น ๆ พัดเข้ามา

“ร้อยดาววววว”

เมดาหันไปดูอย่างรวดเร็ว มือปัดไปโดนตั้งหนังสือของดิลกตกพื้น มองไปรอบ ๆ ห้องไม่เห็นใครก็คิดว่าตัวเองหูฝาด ก้มลงเก็บหนังสือที่พื้นเจอสมุดไดอารี่ เธอหยิบขึ้นดูผ่าน ๆ เห็นลายมือก็จำได้ว่าเป็นของดิลก  เมดานึกสนใจจึงเอาไดอารี่ไปอ่านในห้องนอน

“วันนี้ร้อยดาว ลูกสาวสุดที่รักของฉันที่เพิ่มอายุครบ 2 ขวบเมื่อ 2 วันที่แล้วเรียกพ่อเป็นครั้งแรก..จันทร์สายอยากจะลืมเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่บ้านบดินทร์ธรให้หมด บางอย่างที่เป็นความลับก็ควรปล่อยให้เป็นความลับตลอดไป”

เมดาอ่านถึงตรงนี้แล้วนึกสงสัย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับบ้านบดินทร์ธร แล้วอะไรที่เป็นความลับ แล้วเธอก็รีบอ่านต่อ

“พี่ปกรณ์ไม่ต้องห่วง ฉันกับจันทร์สายตั้งใจไว้ว่าจะรักและเลี้ยงดูร้อยดาวให้ดีที่สุด เหมือนกับลูกแท้ ๆ ของตัวเอง”

เมดาสะดุดใจกับคำว่า

“ลูกแท้ ๆ หมายความว่ายังไง หรือว่า...”

เมดาตกใจเมื่อเดาออกว่าคืออะไร...น้ำตาหยดลงทำให้หมึกซึมกระจายเป็นดวง เมดาเงยหน้าขึ้นมองเพดานก็ไม่เห็นอะไร

“กลับบ้านนนนนนนน” เสียงเวียงแก้วดังเบา ๆ ร่างยืนอยู่เบื้องหลัง  

เมดาเห็นร่างนั้นในกระจกก็หันไปมองแต่ร่างเวียงแก้วก็หายไปแล้ว เมดาเอามือกุมดวงตา เข้าใจว่าเป็นเพราะดวงตาที่เพิ่งรับการผ่าตัดจึงตาฝาดไป..ตกดึกคืนนั้น เมดาล้มตัวลงนอนไม่นานก็หลับไป แต่แล้วต้องสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้อยู่ในห้อง ลืมตามองเห็นร่าง ๆ หนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ที่ปลายเตียง

“ใครน่ะ?”  

เวียงแก้วในชุดขาวโพลนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา น้ำตานองหน้าน่าสงสาร

“ร้อยดาว...กลับมา...”

“คุณเป็นใคร?”

“แม่เอง..กลับมา...กลับมาหาแม่... กลับมา...”

เมดาตกใจสะดุ้งตื่นขึ้นพบว่าเป็นแค่ความฝันเท่านั้น แต่ทำไมเหมือนมันเป็นความจริงและทำให้เธอเห็นเงาราง ๆ ของผู้หญิงคนนี้อยู่บ่อย ๆ...เมดาได้รับการติดต่อจากทวีป  ยุติธาดา ให้กลับเมืองไทยเพื่อมาฟังการเปิดพินัยกรรมของปกรณ์ บดินทร์ธร บิดาผู้ให้กำเนิด

มาร์คตกใจมากเพราะรู้ว่าที่เมืองไทยเมดาไม่มีญาติพี่น้องเลย แต่เมดากลับบอกว่ามีบางอย่างเรียกร้องให้เธอกลับไปที่นั่น พร้อมทั้งเล่าเรื่องหลังการผ่าตัดตาให้เขาฟังว่ามักจะเจอเรื่องและเหตุการณ์แปลก ๆ เกิดขึ้นกับเธอ

เมดากลับเมืองไทยในฐานะร้อยดาว ลูกสาวคนเดียวของปกรณ์และเวียงแก้ว พอถึงสนามบิน  ปรมัตถ์ ลูกชายของทวีป ทนายความประจำตระกูลมารอรับ มีนายปั้นเป็นคนขับรถ...บ้านบดินทร์ธรอยู่ต่างจังหวัด ปรมัตถ์จึงให้เมดาเข้าพักในโรงแรมระหว่างทาง ขณะที่กำลังเคลิ้ม ๆ เธอรู้สึกเหมือนที่นอนอยู่กลายเป็นห้องนอนของใครบางคน พอสะดุ้งตื่นขึ้นมาทุกอย่างก็หายวับไป เมดาคิดว่าตัวเองตาฝาดคงเพลียเพราะนั่งเครื่องมานาน จึงล้มลงนอนต่อ  เวียงแก้วยืนมองอยู่ปลายเตียงพยายามสื่อสารอะไรกับเธอบางอย่าง

เช้าวันต่อมา  เมดานั่งรับประทานอาหารเช้าและพูดคุยกับปรมัตถ์ที่ล็อบบี้โรงแรม

“ฉันเพิ่งรู้ว่าพ่อดิลกเป็นน้องชายคนละแม่กับคุณปกรณ์”

“พอคุณหนูอายุได้ 2 เดือน คุณดิลกกับคุณจันทร์สายก็รับคุณหนูไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมที่อังกฤษ  และไม่เคยกลับมาเมืองไทยอีกเลย”

“แล้วคนที่ชื่อ...เวียงแก้วนี่ใคร”             

“คุณเวียงแก้วเป็นคุณแม่แท้ ๆ ของคุณหนู  เธอเป็นภรรยาอีกคนของคุณปกรณ์”

“อีกคน? หมายความว่ายังไง คุณเวียงแก้ว เอ่อ...คุณแม่ของฉัน...ท่านเป็นภรรยาคนที่ 2 เหรอ? แล้วภรรยาคนแรกตายไปนานหรือยัง”

“ไม่มีภรรยาคนไหนเสียชีวิตทั้งนั้นครับ  คุณปกรณ์มีภรรยาทั้งหมด 4 คน”

“โอ้มายก็อต!! ตั้ง 4 คน อยู่เข้าไปได้ยังไง? แล้วคุณแม่ของฉันล่ะ เป็นภรรยาคนที่เท่าไหร่”

เมดาทำหน้าตื่นตระหนกเมื่อรู้ว่าพ่อเธอมีเมียหลายคน  

“ภรรยาของคุณปกรณ์ มีคุณเต็มเดือน..คุณจงจิต...คุณสร้อยฟ้า..แล้วก็คุณแม่ของคุณหนู...คุณเวียงแก้ว”  

“แม่เวียงแก้วของฉัน เป็นภรรยา ตั้งคนที่ 4 เลยเหรอ”

“ครับ...แต่ก็เป็นภรรยาที่คุณปกรณ์รักมากที่สุด  น่าเสียดายที่...” ปรมัตถ์หยุดเล่ากะทันหัน  นึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูดเรื่องนี้

“เสียดายอะไร เกิดอะไรขึ้นกับแม่ฉัน  แล้วคุณพ่อปกรณ์ล่ะ เป็นอะไรตาย“

จังหวะนั้น นายปั้นขับรถมาจอดเทียบที่ด้านหน้าโรงแรมที่ทั้งสองยืนรออยู่พอดี ทำให้ปรมัตถ์ยุติการคุย...ระหว่างทางที่นายปั้นขับรถพาเมดาไปบ้านบดินทร์ธร เส้นทางคดเคี้ยวและขรุขระสะเทือนเป็นลูกคลื่นขึ้น ๆ ลง ๆ ฝุ่นจากดินลูกรังสีแดงคลุ้ง ทำให้เธอเกิดอาการอาเจียนต้องรีบลงจากรถไปโก่งคออาเจียนข้างทาง  สิบทิศขับรถตามมาเห็นจึงลงไปช่วยเหลือแต่เธอกลับอาเจียนใส่เขาเลอะเทอะ..ปรมัตถ์เข้ามาขอโทษแทน  สิบทิศเห็นก็จำได้ว่าเป็นลูกชายทนายประจำตระกูลบดินทร์ธร ทำหน้ามึนตึงใส่ ก่อนจะขึ้นรถขับออกไปอย่างเซ็ง ๆ

ในที่สุดเมดาก็มาถึงบ้านบดินทร์ธร..การมาของเธอทำให้นมแสงดีใจมาก  แต่บรรดาลูก ๆ ของปกรณ์ที่เกิดจากจงจิตและสร้อยฟ้าไม่พอใจ...น่านฟ้า น้องสาวของสิบทิศ  มีบ้านอยู่ไม่ไกลจากบ้านบดินทร์ธรใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูอย่างสอดรู้สอดเห็นจนโดนสิบทิศตำหนิ

“อยากสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านน่ะเหรอ”

“ค่ะ! เอ๊ย! ไม่ใช่ค่ะ! แหม...หญิงอยากตามล่าหาความจริงเรื่องคนในบ้านบดินทร์ธรก็แค่นั้น”

“รู้แล้วยังไง จะลากคอใครเข้าตะรางได้ หรือก็เปล่า  เลิกยุ่งกับคนบ้านนั้นเสียที  นี่เป็นคำสั่ง!”

“พี่ชายน่ะอคติ...เพราะเรื่องในอดีตของท่านพ่อใช่ไหมล่ะ  ถึงได้พาลโกรธ ไม่ยอมให้หญิงไปสุงสิงกับคนบ้านนั้น ไม่เอาแล้ว หญิงไม่คุยด้วยแล้ว..งอน!”น่านฟ้าเดินงอน ๆ ออกไป

นมแสงพาเมด้ามากราบ ดำรง ผู้เป็นปู่ แม้เธอจะมีกิริยาท่าทางแบบไทย ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ดำรงรู้สึกภูมิใจในตัวหลานสาวคนนี้สักนิด

“กราบเป็นกับเขาด้วยเหรอ”  

“อยู่โน่น คุณแม่จันทร์สายสอนค่ะ”


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 478 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น