วันศุกร์ 19 กันยายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

หากเอ่ยถึงอดีตศิลปิน-นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง หลายคนคงจะมีชื่อนักร้องในดวงใจอย่างแน่นอน หนึ่งในจำนวนนั้น เขาคือ “พนม นพพร” หรือชื่อจริง “ชาตรี ชินวุฒิ” นักร้องเพลงลูกทุ่งเสียงดี หน้าตาหล่อเหลาชาวเมืองน้ำเค็ม จ.ชลบุรี ที่มีสไตล์การร้องแนวเพลงสนุกสนานและหวานซึ้ง จนแฟนเพลงสาว ๆ หลงใหลไปตาม ๆ กัน ที่ผ่านมามีผลงานเพลงที่
โด่งดัง อาทิ ลาสาวแม่กลอง, ฮักสาวขอนแก่น, นักร้องพเนจร ฯลฯ

ไม่เพียงแค่นั้น ในช่วงที่วงการเพลงลูกทุ่งซบเซา ด้วยความที่ “พนม นพพร” เป็นคนหน้าตาดี บุคลิกแมนเต็มขั้น จึงถูกชักชวนมาแสดงภาพยนตร์หลายเรื่อง รับบทตัวรองพระเอก และด้วยพรสวรรค์ในงานด้านบันเทิงที่ติดตัวมา เมื่อมีโอกาสเขาก็โดดมาสร้างภาพยนตร์เรื่องแรก “คมนักเลง” เป็นภาพยนตร์แนวบู๊ ที่มี สมบัติ เมทะนี และ อรัญญา นามวงศ์ นำแสดง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ แต่เขาก็ไม่ท้อ พนม นพพร เดินหน้าสู้ต่อ จนมาประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม กับภาพยนตร์เรื่อง “จับกัง” ที่ได้ทั้งเงินและกล่อง

จากนั้นเขาก็หันมาจับธุรกิจโทรทัศน์ โดยการเปิดบริษัทนพพร โปรโมชั่น ป้อนงานละครให้กับช่อง 7 สี เรื่องแรก “แม่ศรีไพร” และอีกหลายเรื่อง ล่าสุดที่กำลังจะออนแอร์เรื่อง “โทน” และเขายังเป็นเจ้าของรายการ “ชุมทางเสียงทอง” ที่เรตติ้งดีวันดีคืนอยู่ทางช่อง 7 สี ในขณะนี้ ซึ่งทำมานานกว่า 10 ปี ขณะเดียวกันเขาก็ไม่ทิ้งงานเพลงที่เขารัก จึงเปิดค่ายเพลง นพพร ซิลเวอร์โกลด์ ปัจจุบันมีนักร้องในสังกัดมากมาย อาทิ 3 สาวซิลเวอร์โกลด์, ลูกปัด-พิมพ์ชนก ฯลฯ แต่ในช่วงปีหลัง ๆ ไม่ค่อยมีใครเห็นหน้าเขา แม้ว่ามีผลงานละครและเพลงออกสู่สายตาผู้ชมและผู้ฟังอย่างต่อเนื่อง

“คนดังหลังฉาก” ได้พยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ “พี่โอ-พนม นพพร” ปัจจุบันอายุ 67 ปี หลายต่อหลายครั้ง แต่เจ้าตัวไม่สะดวก เพราะสุขภาพไม่ดี จนมาวันนี้สุขภาพดีขึ้นมาก เขาก็เลยโอเค นัดเจอที่บริษัทนพพร โปรโมชั่น แถวรัตนาธิเบศร์

หลังทักทายกันเรียบร้อย เราก็เริ่มคุยทันที ตอนนี้สุขภาพเป็นอย่างไรบ้างคะ “ช่วงหลังที่หายไปเพราะมาป่วย ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว เป็นความดันอยู่ดี ๆ มันวูบลงไปเลย เป็นมา 2 ปีแล้ว เดินต้องใช้ไม้พยุงแล้วก็มีคนจูง ถึงไม่ค่อยอยากออกไปไหน ทุกวันนี้อยู่ได้เพราะกำลังใจจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะผู้กำกับละครเรื่องโทน ชื่อชัยวุฒิ ทำงานอยู่กับเรามานาน เขาคอยเป็นห่วง พูดเสมอว่าพี่อย่าเครียด ประกอบกับได้ผู้ร่วมงานดีทำให้สบายใจ งานเดินคล่องไม่มีปัญหา”

ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่บ้าง “ทำเพลงและละครทีวีควบคู่กันไป ด้านละครต้องยกให้ผู้กำกับชัยวุฒิ ทำเรื่องไหนก็ประสบความสำเร็จ เขากำกับออกมาแต่ละเรื่อง ทำให้เราแก้ไขได้ง่าย ดูง่าย เราก็เลยสบายใจ กองถ่ายทำละครเราก็เลยปล่อยวุฒิเขาเขาควบคุมงานทั้งหมดได้ดี ให้เขาจัดการเอา วุฒิเป็นผู้ร่วมงานที่ดี อันดับหนึ่ง เขาเก่งกว่าผมเยอะผมมันมีแต่ร่วงโรยลงไป แต่ว่าเขาไฟกำลังแรง”

การจะทำละครสักเรื่อง เราเลือกอย่างไร “เราทำละครที่ออกอากาศช่วงเย็น ทางช่อง 7 สี เราควรจะเอาเรื่องเบา ๆ สบาย ๆ เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ตลก ๆ และดูง่าย ๆ มีเพลงประกอบละคร ก็จะดูกลืนไป วุฒิเขาก็จะหาเพลงนี้ ๆ เราได้ยินแล้วก็รู้สึกว่ามันโดน ทุกอย่างเขารู้หมดทำให้เราไม่เหนื่อย วางใจได้ เขาก็บอกพี่ปล่อยผม ๆ กูปล่อยนานแล้ว (หัวเราะร่วนเลย)

ละคร “โทน” ใกล้จะออนแอร์ทางช่อง 7 สี คาดหวังมากน้อยแค่ไหน “ทำให้มันดีที่สุด คนดูจะมากหรือน้อยอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าคนดูยอมรับเรา เราก็ดีใจ ถ้าไม่ยอมรับเราก็แป้ก แต่เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด เพราะเป็นผลงานของเรา ละครเรื่องนี้มี 13 เพลง มีทั้งเพลงเก่าและเพลงใหม่ปนกัน นักแสดงร้องเองทุกคน”

ด้วยความที่ “พนม นพพร” เป็นคนดี มีน้ำใจโอบอ้อมอารี และรักเพื่อนพ้อง โดยเฉพาะในกลุ่มศิลปิน-นักร้องลูกทุ่ง เขาจึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นนายกสมาคมนักเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย ถึง 4 สมัย ซึ่งเขาได้ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของผู้ก่อตั้งสมาคมฯ คือ ยอดรัก สลักใจ ที่ต้องการช่วยเหลือศิลปินลูกทุ่งทุกแขนงที่ยากไร้ ไม่ว่าจะเป็นทีมงานแดนเซอร์, หางเครื่อง, เด็กไฟ ฯลฯ ในยามที่พวกเขาป่วยหรือได้รับความเดือดร้อน

มีโอกาสได้เจอเพื่อนนักร้องในรุ่นเดียวกันบ้างมั้ยคะ “โอ้โห...น้อย ผมเป็นนายกสมาคมฯ ก็ติดต่อกับทุกคน มีปัญหาอะไรก็มาคุยกัน กับเพื่อนศิลปินด้วยกัน เราก็เป็นห่วงเขา เขาก็เป็นห่วงเรา แต่ตอนนี้เราต้องต่างคนต่างห่วงตัวเองก่อน เพราะว่าเดี๋ยวจะเอาไม่รอด มีอะไรพอช่วยเหลือกันได้ ก็ช่วยกันไป เวลาเหลือน้อยเต็มที ช่วงนี้เขาเรียกว่าต้องเกาะกลุ่มกันไป เศรษฐกิจหรืออะไรมันบังคับเรา จึงต้องทำ นักร้องรุ่นเดียวกันก็มี ชาย เมืองสิงห์, ชินกร ไกรลาศ, เพลิน พรหมแดน”

มองวงการลูกทุ่งยุคนี้เป็นอย่างไรบ้าง “ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปตามวัฏจักร เมื่อก่อนขายแผ่นครั่ง มาแผ่นซีดี วีซีดี เดี๋ยวนี้ขายลำบากแล้ว มันเป็นโหลดเป็นไลน์ไปแล้ว เทคโนโลยีที่มันเกิดมาใหม่ มันเร็วมากเพราะฉะนั้นเราก็ต้องตามให้ทันโลก สภาพงานโดยทั่วไปดีกว่าสมัยก่อน เพราะเครื่องมือมันทันสมัย เดี๋ยวนี้คนไม่ต้องร้องเพลงดี เครื่องมือที่ทันสมัยเนี่ย...ช่วยได้ ถ้าสมัยก่อนร้องไม่ดี เจ๊งเลย”

ขอถามเรื่องครอบครัวบ้าง ตอนนี้เป็นอย่างไรคะ “มันอยู่อย่างนี้มานานแล้ว คืออยู่กับลูกชาย (ธีรเจต ชินวุฒิ) คนโตก็ไปเป็นหมอทำหน้าที่ของเขา คนเล็กนี่อยู่กับเรา ไม่มีภรรยา ตอนนี้อายุ 67 ปีแล้ว เราอยู่กับงาน ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนถึงตี 1-ตี 2 ถ้าเราไม่ดึกเกินไป คงไม่เป็นแบบนี้ เดี๋ยวนี้ 3 ทุ่มนอนแล้ว สาเหตุที่ทำให้ป่วยก็มาจากการนอนดึก ต้องไปหาหมอที่ รพ.เกษมราษฎร์ทุกเดือน”

ระหว่างที่คุย “พนม นพพร” มีอาการเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด เราก็เลยขอยุติ และขอขอบคุณที่เสียสละเวลาอันมีค่า ให้เราได้มานั่งคุยแบบเป็นกันเอง.

“ปรางค์ ปิ๊กมี่”


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 17,117 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น