วันอาทิตย์ 20 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปี 2555 กันแล้ว ทีมข่าวบันเทิงเดลินิวส์ของเราก็มีเรื่องราวของภาพยนตร์ ทั้งหนังไทย และหนังต่างประเทศ มาสรุปให้ได้รู้เรื่องราวกันว่า เรื่องไหนโกยรายได้ เรื่องไหนผู้สร้างอิ่มเอมใจ เรื่องไหนทำผู้สร้างปวดใจ วันนี้เรามาสรุปให้ได้อ่านกัน ว่าแล้วเรามาเริ่มจากหนังต่างประเทศกันก่อน 

ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำรายได้เยอะที่สุดในปี 2555 คือภาพยนตร์ที่นำเอาเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ มารวมตัวกัน “ดิ อเวนเจอร์ส” เปิดตัวถล่มทลายเกือบ 41 ล้านบาท เข้าฉายเมื่อวันอังคารที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งก็สามารถทุบสถิติหนังเปิดฉายวันแรกสูงสุดตลอดกาลในไทย โดยเพียง 3 วันแรกของการเปิดฉาย (1-3 พ.ค.)  ดิ อเวนเจอร์ส สามารถกวาดรายได้บอกซ์ออฟฟิศทั่วประเทศไทยเฉียด 100 ล้านบาท และกวาด รายได้จากทั่ว โลกด้วยตัวเลข 623,357,910 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มาถึงภาพ ยนตร์เรื่องที่มีข่าวออกมาให้ตกอก ตกใจเล่นกัน มากมายหลาย ประเทศทีเดียว  สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้  แบทแมน บท สรุปของมหากาพย์อัศวินรัตติกาล กวาดรายได้ไป 632,902,188 ล้านดอลลาร์จากทั่วโลก ถือว่าสร้างความภาคภูมิใจให้กับค่ายวอร์เนอร์ฯ ไม่ใช่น้อย ต่อมาเป็นภาพยนตร์ที่มาแจ้งเกิดทั้งตัวหนังและนักแสดงเป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากเกม และแปลงจากนิยายมาเป็นภาพยนตร์ สำหรับ “เดอะ อังเกอร์ เกมส์” ได้สร้างสถิติใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ด้วยรายได้เปิดตัวในอเมริกา 3 วัน (23-25 มีนาคม) ที่กวาดรายได้ไปถึง 155 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 4,805 ล้านบาท จากโรงฉาย 4,137 โรง จอฉาย 10,000 จอ ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของภาพยนตร์ภาคแรกที่เปิดตัวสุดสัปดาห์ด้วยตัวเลขที่สูงสุดอีกเรื่องหนึ่ง และภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ไปถึง 408,010,692 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากทั่วโลก

ภาพยนตร์เรื่องที่ไม่ว่าจะยังไงก็ทำรายได้สูงที่สุดแน่นอนกับภาคสุดท้ายของ “แวมไพร์ ทไวไลท์” ภาคที่ทุกคนรอคอยและลุ้นกับความรักของ เบลล่าและเอ็ดเวิร์ด และสำหรับเรื่องนี้ ก่อนจะเข้าฉายจริงได้เปิดขายตั๋วล่วงหน้าในวันที่ 1 ตุลาคม เป็นวันแรกในอเมริกา ก็มียอดขายถึง 1.17 ล้านดอลลาร์ มากกว่าทุกภาคที่ผ่าน ๆ มา หนังยังคงเก็บรายได้อย่างต่อเนื่องจนคว้าตำแหน่งอันดับ 4 หนังทำรายได้สูงแห่งปี เป็นเงิน 269,403,203 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากทั่วโลก

หนังสายลับ “เจมส์ บอนด์ 007” ภาคที่ 23 ก็เข้าวินหนังที่ทำรายได้สูงและประสบความสำเร็จ เพราะเปิดตัวแรงแบบทุบสถิติหนังเจมส์ บอนด์ ทุกภาค ด้วยรายได้เปิดตัวสูงถึง 87.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับการเฉลิมฉลอง 50 ปี ของหนังชุดเจมส์ บอนด์ ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าเป็นโอกาสพิเศษที่ต้องเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ และขณะนี้ สกายฟอล ทำเงินไปแล้ว 262,288,449 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หนังอมตะ แฟนคลับมีทั่วทุกประเทศในโลกนี้ “สไปเดอร์แมน” ฉบับรีบูท ที่หานักแสดงใหม่มารับบทสำคัญ ๆ แม้จะรายได้ห่างชั้นกับสไปเดอร์-แมน ของผู้กำกับ แซม ไรมี่ อยู่ไม่น้อย แต่เมื่อรวมรายได้แล้ว ก็ถือว่าไม่ธรรมดาเช่นกัน ภาพยนตร์แอนิเมชั่น ที่สร้างใหม่แต่เข้าไปครองใจทุกเพศทุกวัย จนทำรายได้ที่เรียกว่าสร้างประวัติศาสตร์หนังการ์ตูนอีกเรื่อง เบรฟ หรือชื่อภาษาไทยว่า นักรบหัวใจมหากาฬ ภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ทำรายได้เปิดตัวในเดือนมิถุนายนสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์แอนิเมชั่น และเป็นแอนิเมชั่นที่ทำรายได้เปิดตัวสูงสุด ในประวัติศาสตร์ของวอลท์ ดิสนีย์เป็นอันดับ 2 รองจาก ทอยสตอรี่ 3 และปิดตัวงดงามด้วยรายรับรวม 237,155,664 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงติดท็อปเทน ที่โดนใจวัยรุ่นทั่วโลกอย่าง “เท็ด” หรือชื่อภาษาไทยว่า หมีไม่แอ๊บ แสบได้อีก ของ ค่ายยูนิเวอร์แซล ที่มี เซ็ธ แม็คฟาร์เลน มือเขียนบท/ผู้กำกับ/ผู้อำนวยการ
สร้าง สามารถโกยเงินสูงถึง 218,665,740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้างเพียง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้นเอง

และมาถึงภาพยนตร์ที่สร้างตัวละครออกมาให้แฟน ๆ แอนิเมชั่นรู้จักไปทั่วโลกอย่าง “มาดากัสการ์ 3” หรือที่มีชื่อตอนเต็ม ๆ ว่า มาดากัสการ์ 3 ข้ามป่าไปซ่าส์ยุโรป ก็มาวินทำรายได้ไม่น้อยกว่าภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ และงานนี้มีทีมดาราพากย์ชุดเดิมยกมาทั้งเซต ส่วนทีมพากย์ในฉบับภาษาไทยนำทีมโดย วุธ-อัษฎาวุธ, บุ๋ม-ปนัดดา, บ๊วย-เชษฐวุฒิ และ ดีเจ โบ-ธนากร ร่วมด้วย ตุ๊ยตุ่ย-พุทธชาติ ภาพยนตร์เรื่องนี้กวาดรายได้ไป 216,391,482 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่ทำรายได้มหาศาลอีกเรื่อง จนติดอยู่ในประวัติศาสตร์หนังทำเงินสูงสุดในปี 55 ตกเป็นของ แอนิเมชั่นเรื่อง “เดอะ โรแล็กซ์” หรือชื่อไทยว่า คุณปู่โรแล็กซ์ มหัศจรรย์ป่าสีรุ้ง เปิดตัวในอเมริกาด้วยตัวเลข 70 ล้านดอลลาร์ และถือเป็นการฉลองครบรอบ 100 ปีของสตูดิโอยูนิเวอร์แซล ที่ทำรายได้ไปถึง 214,030,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

และมาถึง ภาพยนตร์ไทย ที่เข้าฉายในปี 2555 ซึ่งมีหนังฟอร์มใหญ่มากมาย หลายเรื่องที่น่าจับตา แต่หนังเรื่องไหนจะทำรายได้สูงในปี  2555 บ้างนั้นไปดูกัน

“เอทีเอ็ม เออรักเออเร่อ” จากค่าย จีทีเอช ได้ครองตำแหน่งแชมป์หนังไทยโกยเงินสูงสุดแห่งปี ค.ศ. 2012 ที่ทำรายได้ไปทั้งหมด 154 ล้านบาท ถือว่าเป็นหนังไทยเรื่องเดียวของปีนี้ที่สามารถทำเงินทะลุหลักร้อยล้าน และเป็นภาพยนตร์ที่สร้างความภาคภูมิใจให้ จีทีเอช อย่างมากมายอีกเรื่อง

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับหน้าใหม่ฝีมือเก๋าอย่าง “เมษ ธราธร” นำแสดงโดย “เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี” ที่รับหน้าที่ป๋าดันจน “ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร” นางเอกหน้าใหม่ขึ้นมายืนตำแหน่งนางเอกร้อยล้านได้อย่างภาคภูมิใจ และนอกจากนั้นยังทำให้ “โจ๊ก โซคูล” ศิลปินร็อก แจ้งเกิดอีกครั้ง
 
และอีกเรื่องที่ จีทีเอช สร้างขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 7 ปี “รัก 7 ปีดี 7 หน” ภาพยนตร์ 3 ตอน 3 สไตล์ จาก 3 ผู้กำกับไม่ว่าจะเป็น ปวีณ ภูริจิตปัญญา (บอดี้ศพ 19/สี่แพร่ง/ห้าแพร่ง), อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม (แฟนฉัน/หมากเตะรีเทิร์น/รถไฟฟ้า มาหานะเธอ) และ จิระ มะลิกุล (15 ค่ำ เดือน 11/มหา’ลัยเหมืองแร่) ที่ทำเงินไป 70 ล้านบาท

และตามมาติด ๆ อีกเรื่อง เป็นผลงานของค่าย “เอ็ม-39” กับภาพยนตร์เรื่อง “วาเลนไทน์ สวีทตี้” ภาคต่อของ “ส.ค.ส.สวีทตี้” ที่ลงโรงฉายช่วงปลายปี ค.ศ. 2011 ที่มี “ยอร์ช-ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์” กำกับการแสดง เรื่องนี้กวาดเงินไปได้ 60 ล้านบาท แต่ข่าวว่าคุ้มเกินคุ้ม ผู้สร้างยิ้มได้อย่างภาคภูมิ เพราะต้นทุนในการถ่ายแค่ 17 ล้านบาท กำไรเห็น ๆ

และมาถึง แอนิเมชั่นเรื่อง “ยักษ์” แอนิเมชั่นที่ทาง “เวิร์คพอยท์ฯ” ทุ่มทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาท และซุ่มทำมาหลายปี ภาพยนตร์เรื่องนี้ ดัดแปลงมาจาก “รามายณะ”  โดยมี “ประภาส ชลศรานนท์” เป็นผู้ดูแลการผลิต เรียกว่าใส่ใจทุกรายละเอียด ส่วนเสี่ยตา ปัญญา หวังไกลส่งภาพยนตร์เรื่องนี้โกอินเตอร์ มีการเดินสายขายหนังต่างประเทศและมีการซื้อขายกันแล้วหลายประเทศทั้งในเอเชียและฝั่งอเมริกา แต่ก็น่าผิดหวังที่ในบ้านเรานั้น ทำรายได้ไปแค่ 51 ล้านบาทเท่านั้นเอง

และมาถึงอีกเรื่องที่คว้าพระเอกสุดหล่ออย่าง เจษฎาภรณ์ ผลดี มาทำหน้าที่แม่เหล็กเรียกคนดู ในภาพยนตร์แนวหลอน โรแมนติกที่มีชื่อว่า “ไอ มิส ยู รักฉันอย่าคิดถึงฉัน” จากค่ายเอ็ม-39 กำกับการแสดงโดย “มณฑล อารยางกูร” และมีดารามากฝีมือ อย่าง สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข และ ณัฐฐาวีรนุช ทองมี มาร่วมแสดงในเรื่องนี้ด้วย โดยใช้ความแปลกใหม่ในการจบเรื่อง 3 แบบ 3 รส ทำรายได้ไป 43 ล้านบาท

มาถึงผลงานภาพ ยนตร์ที่เราเรียกว่า มีความตั้งใจสูง เนื้อหาสาระดี แต่ไม่ทำรายได้ในบ้านเรานั้น มีออกมาให้ชมกันหลายเรื่องทีเดียว แต่ละเรื่องไม่ทำเงิน และยังมีหนังฟอร์มยักษ์ ที่ลงทุนหลักล้านแต่ไม่ทำเงิน อย่าง  “407 เที่ยวบินผี” และ ตำนานรัก “แม่นาค 3 ดี” ลงทุนสัก 10 ล้านแต่ตัวเลขที่ออกมาไม่คุ้มค่าเหนื่อย 

ส่วนหนังต้นทุนน้อย และรายได้น่าใจหาย เรื่องแรกที่เราจะพูดถึงคือ “ม้ง สงครามวีรบุรุษ” ภาพยนตร์ที่สร้างอิงประวัติศาสตร์ จาก “ค่ายป้าเย้ง เรซอัพ โปรดักชั่น จำกัด” ค่ายหนังเลือดม้งแห่งแรกในประเทศไทย ทำเงินไปได้เพียงแค่ 770,000 บาท เท่านั้นเอง อีกเรื่องที่ต้องการสื่อสารถึงความรักในครอบครัวที่แตกแยกอย่าง “ปาดังเบซาร์” กำกับโดย “ต้องปอง จันทรางกูร” ได้ “สายป่าน” และ “จั๊กจั่น” 2 นักแสดงฝีมือดีมาร่วมงาน ทำรายได้ไป 210,000 บาท

อีกเรื่องที่ตัวเลขออกมาไม่สวยสักเท่าไรสำหรับภาพยนตร์เรื่อง “รักเลี้ยว...เฟี้ยวว!! (อ่ะ)”  ที่จับเอานักร้องดูโอ ที่กลับมาโด่งดังจากคอนเสิร์ตแร็พเตอร์ “จอนนี่-หลุยส์” มารับหน้าที่เดินเรื่อง ก็ยังไม่สามารถดูดเงินจากคนดูไปได้ตามเป้าที่หวัง หนังทำเงินเพียง 8 หมื่นบาท เรียกว่างานนี้ขาดทุนยับเยิน ส่วนหนังเรื่อง “เก๋าเกรียน” ที่จับเอา บอย เอเอฟ มาชูโรง ในแนวหนังผีตลก ได้เงินไป 57,000 บาท

อีกเรื่องที่เห็นตัวเลขแล้วใจหายกับภาพยนตร์เรื่อง “เด็กสาว” ผลงานของ “ฟ้า พูลวรลักษณ์” ที่ขึ้นมานั่งแท่นผู้กำกับเป็นเรื่องแรก เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องมิตรภาพความผูกพันของกลุ่มวัยรุ่นเด็กสาว 5 คนในช่วงมัธยมปลาย ทำรายได้ไปแค่ 56,000 บาท

ส่วนปีหน้าฟ้าใหม่ ภาพยนตร์ทั้งไทย-เทศ เรื่องไหนจะมาโกยรายได้ในบ้านเราบ้างนั้นต้องติดตาม โดยเฉพาะหนังเทศนั้น แต่ละค่ายขนหนังภาคต่อมาเรียกเงินจากคอหนังอีกเพียบ.

ทีมข่าวบันเทิง รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 14,063 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น