วันอังคาร 16 กันยายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

“ท่านหญิงทรงทราบมั้ยเพคะว่ามันตายแน่หรือยัง”

“ไอ้ขโมยน่ะหรือ ตายจริงใช่มั้ยผ่อง”

“มังคะ ท่านชายทรงประกาศเสียงดังมังคะ ว่ามันตายแล้ว”

“ท่านชายทรงเห็นศพมันด้วยรึแม่ผ่อง เห็นตอนไหน” เฟืองถามผ่องอย่างตกใจ

“ข้าเห็นสิ เห็นตั้งแต่เมื่อคืน”

ท่านชายเดินหน้านิ่งเข้ามา สบตาเฟือง สู้ตากัน

“และมันยังไม่ตาย มึงรู้ใช่มั้ยมันเป็นใคร ฮะ นังเฟือง มึงเจตนาฆ่ามันใช่มั้ย ฮะ นังเฟือง มึงตอบมา”

“ไม่..ไม่ทราบมังคะ”

“นังปากแข็ง มึงคุยอยู่กะมันเป็นวรรคเป็นเวร มึงไม่รู้ได้ไง”

“หม่อมฉันไม่เห็น มันมืด ไม่ได้คุยกับมัน มันขู่หม่อมฉันจะเอาสร้อย”

“มันจะขู่มึงทำไม ก็มันคือไอ้แคล้วหลานชายมึง แล้วมันจะขู่มึงทำไม มึงรู้ว่ากูรู้แล้วว่ามันคือไอ้แคล้ว แล้วมึงยังยืนกระต่ายขาเดียวว่ามึงไม่รู้ว่ามันเป็นใคร นังผู้ร้ายปากแข็ง”

“หม่อมฉันไม่ทราบจริง ๆ มังคะ มันมืดมังคะ”

“หญิงไม่เข้าใจ ขโมยคือแคล้ว คนสวนเก่าของเราหรือคะ เขาจะมาขโมยสายสร้อยเฟืองทำไม” ท่านหญิงถาม

“หญิงไม่เคยเข้าใจอะไรสักอย่าง ตลอดเวลาหญิงปล่อยให้คนอย่างอีเฟืองมันจูงจมูก จะบอกให้นะหญิง คนที่อีเฟืองบอกว่าเป็นขโมยคือไอ้แคล้ว แต่มันไม่ได้เข้ามาเพื่อมาจี้นังเฟืองเอาสร้อย มันมาขู่เอาเงินจากอีเฟืองเป็นค่าปิดปากเรื่องชั่วร้ายที่อีเฟืองให้มันทำ อีเฟืองจึงต้องฆ่ามันก่อนที่มันจะโพนทะนาให้คนรู้กันทั่ว อีเฟืองมันสันดานกา ชาติไพร่ ทำแต่สิ่งที่ชั่วร้าย ดีแต่ว่า...”

“เจ้าพี่จะลงโทษเฟืองไปถึงไหน เจ้าพี่กริ้วที่บุหลันหนีไป ลงใครไม่ได้ก็มาลงคนของหญิง ขโมยจะเป็นใครหญิงไม่สนใจ แต่มันกระตุกสร้อยเฟือง เฟืองเป็นฝ่ายเสียหาย มีสิทธิป้องกันตัว” ท่านหญิงปกป้องเฟือง

“เธอตาบอดมาตลอดหญิงแขไข ตั้งแต่เราแต่งงานกัน พี่มีความรู้สึกว่าได้เมียสองคน คนหนึ่งเป็นท่านหญิงผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว แต่อีกคนหยาบช้า กักขฬะ ต่ำ เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะหญิงปล่อยให้นังคนนี้มันครอบงำทั้งความคิด ทั้งจิตใจของหญิง หญิงเชื่อฟังมันไปหมดทุกอย่าง มันเพ็ดทูลหญิงว่าถูกกระตุกสร้อย เส้นนี้ใช่มั้ย”

ท่านชายขว้างสายสร้อยเต็มแรงตกตรงหน้าเฟือง ท่านหญิงตกใจ

“ไอ้แคล้วจะเอาเงิน อีเฟืองไม่มีเลยถอดสร้อยให้ไอ้แคล้วไป คนที่ถูกกระตุกสร้อยเส้นใหญ่ขนาดนั้นต้องมีร่องรอยตามตัวมั่ง ดูมันซิ มันมีมั้ย..ไม่มี หญิงแขไขเธอต้องหัดเชื่อคนอื่นมั่ง ไอ้แคล้วตัวโตเป็นยักษ์ปักหลั่น อีเฟืองหรือจะสู้ได้ แต่ไอ้แคล้วมันไม่ระวังตัวเพราะอีเฟืองเป็นป้ามัน”

“เจ้าพี่ เฟืองไม่โหดร้ายอย่างนั้น ไม่มีเหตุผลที่เฟืองต้องฆ่านายแคล้ว” ท่านหญิงแขไขไม่เชื่อ

“มีสิ...นังเฟืองมันต้องปิดปากไอ้แคล้ว เรื่องที่พวกมันสมคบกันฆ่าบุหลันกับไอ้ยอด”

“เจ้าพี่ ...ไม่จริงนะคะ” ท่านหญิงตกใจ

“พี่ก็อยากให้มันไม่จริง อีเฟืองมันให้ไอ้ยอดผลักบุหลันตกน้ำ ให้ไอ้แคล้วเจาะท้องเรือที่ให้ไอ้ยอดพาบุหลันไป น้ำเข้าเรือล่มไอ้ยอดจะได้ตายตกกันไป...เมียพี่ไม่ได้หนีไปกับไอ้ยอด”
 
ท่านหญิงมองจ้องท่านชาย น้ำตาคลอ น้อยใจเป็นที่สุดเมื่อคำว่า “เมียพี่”

“หญิงไม่เชื่อ ยังไงหญิงก็ไม่เชื่อ เฟืองไม่โหดร้าย เขาช่วยทำคลอด...เมียเจ้าพี่ พาลูกชายเดียวมาให้หญิง”

“ก็เพราะมันฉลาดไง มันถึงได้เอาลูกบุหลันไว้ก่อน เอาไว้ล่อพี่ไง พี่จะได้ไม่เอาเรื่องเพราะรักลูก ถ้าไม่อย่างนั้นมันคงฆ่าทั้งแม่ทั้งลูกแล้วล่ะ...คนใกล้ตายไม่โกหก...นังเฟือง ไอ้แคล้วสารภาพทุกอย่างก่อนตาย”

เฟืองยืดตัวนั่งตรง สีหน้าแววตากระด้าง

“เฟือง...ไม่จริงใช่มั้ยเฟือง”

“มึงทูลท่านหญิงสิอีเฟือง ว่าเรื่องที่กูพูดไม่จริง..พูดมาสิวะนังสันดาน”

“จริงมังคะ ท่านหญิง”

ท่านชายโกรธมาก รีบเดินเข้าห้องถือปืนออกมา

“มึงสารภาพแล้ว...สารภาพแล้วใช่มั้ยว่า มึงเจตนาฆ่าบุหลันฮะอีเฟือง”

“หม่อมฉันอยากฆ่ามันวันละร้อยหน ดีที่เพิ่งมีโอกาส ไม่งั้นอีบุหลันตายไปนานแล้ว...มันต้องตาย ท่านหญิงจะได้ไม่ต้องทรงทุกข์พระทัยอีก ท่านหญิงทรงดีเกินไป เจ็บพระทัยแค่ไหนก็ไม่เคยรับสั่ง ท่านชายไม่ทรงเหลียวแล ไม่ทรงคิดสักนิดว่ามีเมียคนไหนทนได้ที่เห็นผัวไปพะเน้าพะนออยู่กับหญิงคนอื่น”
 
เฟืองหันมามองท่านหญิงที่น้ำตาอาบหน้าอยู่ตรงหน้า หมอบต่ำลงไปแตะมือท่านหญิงเบา ๆ

“หม่อมฉันทุกข์ไปกับท่านหญิง หม่อมฉันให้สัญญากับหม่อมแม่ของท่านหญิงว่า หม่อมฉันจะถวายการดูแลท่านหญิงจนกว่าหม่อมฉันจะตาย... อีบุหลันตายคนเดียว ท่านหญิงของหม่อมฉันก็ไม่ทุกข์อีกต่อไป”

ท่านชายถลันเข้าหาอีเฟือง ตบเปรี้ยงด้วยปืน เฟืองคว่ำไปทันทีเงยขึ้นมาเลือดกบปาก ท่านชายเล็งปืนจะยิงเฟือง ท่านหญิงเข้าขวางและหวีดร้อง กอดเฟืองไว้แน่น

“ชื่นใจของเฟือง ไม่เสียแรงที่หม่อมฉันรัก หม่อมฉันภักดี ถอยไปเถอะมังคะ หม่อมฉันผิดให้หม่อมฉันรับผิดถ้าท่านชายจะฆ่าก็ให้หม่อมฉันตาย ท่านหญิงทรงจำไว้นะมังคะ ต่อให้หม่อมฉันเป็นผี หม่อมฉันก็จะปกป้องท่านหญิงตลอดไป “เฟืองพูดเสียงเบา ๆ แต่มั่นคง ชัดเจน มองหน้าท่านหญิงตลอดเวลา

“เฟืองต้องไม่ตาย ถ้ามีข้อกล่าวหาอะไรต้องหาหลักฐานมาให้กฎหมายลงโทษ ใครจะตัดสินคดีตามอำเภอใจไม่ได้” ท่านหญิงมองท่านชาย นัยน์ตาเด็ดเดี่ยว ไม่ยอม
 
ท่านชายโกรธมาก แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะท่านหญิงแขไขขวางอยู่

“ไอ้สน...เดช...มาเอาอีเฟืองไปขัง ใส่กุญแจประตูแล้วเอากุญแจมาให้ข้า หน้าต่างเอาไม้ตอกประกบ ถ้าคิดหนีก็ได้แต่วิญญาณเท่านั้น ...ปล่อยมันหญิงแขไข มันเป็นฆาตกร เข้าใจมั้ย”

“ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น อย่ามาโทษ ไหนล่ะหลักฐาน หญิงจะหาทนายให้เฟือง ไม่ต้องกลัว หญิงไม่ทิ้งเฟืองเด็ดขาด ...พวกแกหยุดอยู่ตรงนั้น ฉันจะพาเฟืองไปที่ห้องเขาเอง อย่ามาแตะต้องตัวเขาเป็นอันขาด เจ้าพี่ไม่ต้องกลัวว่าเฟืองจะหนี หญิงจะล็อกประตูด้วยมือของหญิงเอง และจะเอากุญแจมาถวาย”

“ทำไมเธอต้องทำให้ยุ่งยากด้วยนะ ฉันรู้ว่าเธอเจ็บปวดหญิงแขไข แต่ฉันล่ะ บุหลันตายไปทั้งคนคิดว่า ฉันไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ”

ท่านหญิงกำลังประคองเฟืองออกไป ชะงักกึก หันมามองหน้าท่านชาย สีหน้าเจ็บปวด

“หญิงดีใจที่เจ้าพี่รู้สึกเจ็บปวด เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เจ้าพี่ทรงมีแต่ความสุข จนไม่เห็นว่าคนอื่น โดยเฉพาะหญิงต้องทุกข์ทรมานแค่ไหน แต่หญิงไม่โทษเจ้าพี่หรอก คนผิดคือคนโง่อย่างหญิง...หม่อมแม่สิ้น หญิงไม่มีใครอีกเลย ความหวังอยู่ที่เจ้าพี่ แต่เมื่อเจ้าพี่ทำกับหญิงขนาดนี้ คนเดียวที่เป็นที่พึ่งของหญิงก็คือเฟือง เขาภักดีกับหญิงเหมือนทาส เหมือนพี่...เหมือนแม่” ท่านหญิงระบายความอัดอั้นในใจ

“ท่านหญิง ทูลกระหม่อมของหม่อมฉัน...” เฟืองร้องไห้สะอื้นสงสารท่านหญิง

“เฟืองไม่ร่ำรวย ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ แต่เฟืองไม่เคยผิดคำสัญญากับหม่อมแม่ว่า จะดูแลหญิงจนถึงที่สุด คำพูดของเฟืองไม่มีน้ำหนักเหมือนใคร ๆ แต่เฟืองก็ไม่เคยผิดคำพูด..ไปด้วยกันเฟือง ไม่ต้องกลัวนะ หญิงจะจ้างทนายที่ดีที่สุดให้เฟืองพ้นโทษให้ได้ หญิงสัญญา”

“หญิงแขไข”

“ไม่ทรงนึกว่า หญิงจะพูดเหมือนที่ทรงได้ยินใช่มั้ยคะ ประเทศนี้ผู้หญิงผู้ชายช่างแตกต่างกันเหลือเกิน ผู้ชายถูกทุกอย่าง ทำได้ทุกอย่าง พูดได้ทุกอย่าง แต่ผู้หญิงผิดเสมอ พูดไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ ต้องนิ่งอย่างเดียว ทนอย่างเดียว ผู้ชายจะเหยียบย่ำ ทำให้ช้ำใจยังไงก็ไม่มีวันผิด”


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 6,704 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น