วันพฤหัสบดี 28 สิงหาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้ ( 8 ก.พ.)  นายดำรงค์  พิเดช หัวหน้าพรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีนายชวน ศิรินันท์พร อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย  ระบุว่าเจ้าหน้าที่หน่วยเคลื่อนที่เร็วที่ระดมจากทั่วประเทศให้มาดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ ทับลาน ไม่ให้ความร่วมมือในการเดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น จึงทำให้คดีไม่มีความคืบหน้า ว่า การที่ตนเรียกระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากทั่วประเทศให้มาร่วมดำเนินการในกรณีการบุกรุกพื้นที่ทับลาน วังน้ำเขียวนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาของชาติในเรื่องการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ   การจะให้เจ้าหน้าที่คือนายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานทับลาน และนายนุวรรต  ลีลาพตะ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ ทับลาน ในขณะนั้นทำกันเองเพียง 2 คน เรื่องนี้อีกกี่ปีถึงจะจบ  เพราะเป็นอุทยานฯ ที่มีการบุกรุกพื้นที่มากที่สุดในประเทศ  จึงเรียกระดมกำลังจากทั่วประเทศมาร่วมกันดำเนินการ

นายดำรงค์ กล่าวอีกว่า  ขอชี้แจงว่าหลังจากเจ้าหน้าที่ทุกชุดทำบันทึกคดีเรียกร้อยก็ส่งคดีให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และรอเวลาเรียกไปชี้แจงให้ปากคำ อย่างไรก็ตามทราบจากเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วว่า บางส่วนมีการเรียกเจ้าหน้าที่ไปให้ปากคำแล้ว แต่ยังมีอีกหลายคดีที่ยังไม่มีการเรียกไปให้ปากคำ ซึ่งเจ้าหน้าที่เขาก็รออยู่ และเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะมาอ้างว่าอยู่ไกล ไม่สะดวกในการเดินทางมาให้ปากคำ เพราะในการดำเนินทางมาปฏิบัติงานแต่ละครั้งกรมอุทยานฯ มีเบี้ยเลี้ยงให้ อยู่แล้ว ๆที่สำคัญถ้าแจ้งความแล้วไม่ไปให้ปากคำเจ้าหน้าที่ก็จะมีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทางตำรวจสามารถเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องมาให้ปากคำได้ 2 ครั้ง ถ้าไม่มาก็ออกหมายจับได้ 

ส่วนเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทับลานที่เป็นเจ้าของพื้นที่ต้องไปให้ปากคำด้วยหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่ดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนว่าต้องการข้อมูลเพิ่มหรือไม่ ถ้าต้องการข้อมูลก็สามารถเรียกนายเทวินทร์ไปชี้แจงเพิ่มเติมได้แม้ไม่ใช่คนแจ้งความเอง และสุดท้ายนายอำเภอในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนต้องส่งคดีไปที่อัยการ  เรื่องนี้ทางฝ่ายปกครองน่าจะรู้ดี และก่อนเกษียณเท่าที่ตนทราบก็มีสำนวนคดีจำนวนมากหลายร้อยคดีที่ไปกองรวมกันอยู่ที่ อ.วังน้ำเขียว  ในขณะที่ทางฝั่ง อ.นาดีนั้นทางนายอำเภอได้ส่งคดีไปที่อัยการหมดแล้ว 

นายดำรงค์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ ทับลาน  ในเรื่องการรื้อถอนตามมาตรา 22 ของ พ.ร.บ.อุทยานฯ นั้น ไม่จำเป็นต้องรอการพิจารณาของศาลก็สามารถรื้อถอนได้ เพราะเป็นที่ดินไม่มีโฉนด  แต่วันนี้เมื่ออธิบดีกรมอุทยานฯ  รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และคนที่อยู่เหนือขึ้นไปไม่เอาเรื่องนี้ เด็กๆ ก็ไม่กล้าดำเนินการอะไร   ตนให้เวลากรมอุทยานฯ ถึงเดือน มี.ค. นี้ ถ้าไม่ดำเนินการใดๆ ตนจะแจ้งความดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แน่นอน เพราะการปล่อยเรื่องราวให้คาราคาซังอย่างนี้เป็นการสร้างความเสียหายให้กับทรัพยากรป่าไม้ของประเทศอย่างยิ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้มีหนังสือตอบกลับมาที่กรมอุทยานฯ เมื่อวันที่  24 ม.ค. ที่ผ่านมา ในเรื่องการเร่งรัดคดีการบุกรุกอุทยานฯ ทับลาน โดยใจความระบุว่า  คดีที่เกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนโดยทำงานประสานร่วมกับตำรวจ ซึ่ง สตช. ได้มีหนังสือแจ้งไปยังตำรวจภูธรภาค 2  และภาค 3 ซึ่งรับผิดชอบเขต อ.นาดี จ.ปราจีน และวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ให้กำชับเร่งรัดการปฏิบัติหน้าที่ ในการสอบสวนของฝ่ายตำรวจแล้ว
 


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 7,398 ครั้ง