วันพุธ 26 พฤศจิกายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

 

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. นพ.สมาน ฟูตระกูล ผอ.สำนักงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ทีผ่านมา ได้ออกตรวจงานบั้งไฟที่อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เพราะมีหนังสือร้องเรียนไปถึง นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด และตนว่าผู้จัดมีการรับทุนสนับจากค่ายเบียร์ยักษ์ใหญ่ค่ายหนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการกระทำผิดกฎหมายเหมือนปีก่อนๆ ผลการตรวจสอบพบว่าประเพณีวัฒนธรรมงานบุญบั้งไฟอันดีงามได้ถูกทำให้บิดเบือนด้วยธุรกิจน้ำเมาไปอย่างน่าเศร้าใจ โดยขณะตรวจพบมีผู้ขายและดื่มเบียร์ยี่ห้อที่มีการให้ทุนสนับสนุนการจัดงานนี้อยู่มากมาย ยังพบว่า มีการตีกันโดยกลุ่มเยาวชนและคนเมาเป็นระยะๆ มีหลักฐานคือมีกรณีหนึ่งที่มือหนึ่งถือเบียร์ยี่ห้อดังกล่าว ปากก็บอกเพื่อนรุมทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง จึงน่าเป็นห่วงความปลอดภัยและประเพณีที่ดีงามต้องมาแปดเปื้อนด้วยธุรกิจบาปนี้

นพ.สมาน กล่าวว่า ทางด้านการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  พบว่าจากการตรวจสอบพบมีการกระทำผิดโดยได้จับกุมดำเนินคดีร่วมกับตำรวจ 6 ราย ในฐานความผิดคือ ขายสุราโดยไม่มีใบอนุญาต การขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ การเร่ขาย การโฆษณาเพื่อส่งเสริมการขาย มีการดัดแปลงรถกระบะเป็นรถขายเบียร์สดที่มีการโฆษณาเบียร์ยี่ห้อดังกล่าวทั่วทั้งคัน มีการจ้างสาวเชียร์เบียร์ใส่เสื้อโฆษณาเบียร์ยี่ห้อเดียวกันอย่างเด่นชัด เกือบทั้งหมดได้รับสารภาพและเปรียบเทียบปรับในชั้นพนักงานสอบสวนไปแล้ว เหลือเพียงเรื่องความผิดฐานโฆษณาที่เกินอำนาจพนักงานสอบสวนจะเปรียบเทียบได้จึงต้องส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุดต่อไป สำหรับเจ้าภาพจัดงานอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งดำเนินคดีต่อไป 

"มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจ คือ  ขณะเข้าตรวจสอบร้านขายเบียร์ร้านหนึ่งที่ปกติร้านนี้เปิดขายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเลคโทรนิก พบว่าในงานนี้ได้ใช้หน้าร้านบริเวณที่ต่อจากฟุตบาธสาธารณะเป็นร้านขายเบียร์ชั่วคราว ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบตามปกติ แต่กลุ่มผู้ขายที่มีตัวแทนของเอเย่นต์เบียร์ยี่ห้อที่สนับสนุนการจัดงานนี้และเจ้าหน้าที่บางหน่วยงานนั่งรวมอยู่ด้วย ได้คุกคาม ด่าทอ ดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ จึงแจ้งความ พ.ต.ท.ธวัช ทองสุก รองผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรสุวรรณภูมิ มาช่วยตรวจสอบ และช่วยชี้แจงว่าทางร้านมีการกระทำ ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างใด แต่ทางผู้ค้ารายหนึ่งกลับเดินเข้ามาด่าท่านด้วยถ้อยคำไม่สุภาพอย่างมาก ท่านจึงเอามือจะปิดปากผู้นั้น แต่ผู้ค้ารายอื่นลุกฮือขึ้นมา ดีที่ตำรวจที่อยูบริเวณใกล้เคียงได้เข้ามาสมทบระงับเหตุได้ทัน ถือเป็นการคุกคามดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ทั้งกระทรวงสาธารณสุขจากส่วนกลางและตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่ อย่างไม่ยำเกรงกฎหมาย"นพ.สมาน กล่าว


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 10,464 ครั้ง