วันพฤหัสบดี 17 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้(12พ.ค.)   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ทางโซเชี่ยลมีเดียได้มีการเผยแพร่ภาพวัยรุ่นคล้ายทหารเกณฑ์ 6 นายกำลังรุมโทรมหญิงคนหนึ่ง พร้อมชายใส่ชุดทหารครึ่งท่อนได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพไว้นั้น โดยชุดภาพมีทั้งหมด 31 ภาพ โดยภาพชายคล้ายทหารเกณฑ์หลายนายได้ทำการร่วมเพศกับหญิงสาวในสถานที่ต่างๆ หลายสถานที่ทั้งภายในห้องพัก บริเวณนอกห้องพัก และในห้องสำนักงานคล้ายอยู่ภายในหน่วยทหาร ซึ่งลักษณะจากภาพฝ่ายหญิงค่อนข้างมีความสนิทสนมกับกลุ่มวัยรุ่นคล้ายทหาร และสมยอมที่จะมีเพศสัมพันธ์ด้วยอย่างเต็มใจ โดยภาพหนึ่งในเซ็ทภาพดังกล่าวเป็นภาพชายที่ร่วมเพศกับหญิงสาวโพสท่าถ่ายรูป ในชุดทหารลายพรางที่เป็นชุดฝึกพร้อมอาวุธประจำกายครบชุดปรากฏอยู่ด้วย ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้ทางพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมสั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงภาพชุดเหตุการณ์ดังกล่าว ทันที      
      
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบล่าสุดขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่า เป็นทหารจริงหรือไม่ และเป็นทหารจากหน่วยไหน แต่ภาพดังกล่าวปรากฏอยู่ในเว็บแนวปลุกใจเสือป่ามานานกว่า 1ปีแล้ว แต่เพิ่งจะมีคนนำมาโพสในสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ค และมีการแชร์ภาพต่อจนกลายเป็นที่ฮือฮาในสังคมอินเตอร์เน็ต  ทั้งนี้ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวมีการคาดการณ์ว่า น่าจะเป็นภาพเก่าที่ถูกบันทึกมากว่า  2 ปีที่แล้ว เนื่องจากในรูปดังกล่าวทหารเกณฑ์ยังสวมชุดทหารลายพรางแบบเก่าอยู่ ซึ่งกองทัพบกเลิกใช้มา 2 ปีแล้ว  โดยในปัจจุบันกองทัพบกได้ใช้ชุดทหารลายพรางแบบดิจิตอลแทนจึงคาดว่า หากบุคคลคล้ายทหารในรูปเป็นทหารเกณฑ์จริง ปัจจุบันก็น่าจะถูกปลดประจำการไปแล้ว                              

ด้านพ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า จากภาพเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะนี้ทางผบ.ทบ.รับทราบแล้ว และได้สั่งการเมื่อช่วงดึกคืนวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมาให้มีการตรวจสอบทันทีว่า บุคคลที่ปรากฎในภาพดังกล่าวเป็นกำลังพลของกองทัพบกจริงหรือไม่ และสถานที่ในภาพเป็นหน่วยทหารจริงหรือไม่ เพราะภาพดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกองทัพบก ซึ่งขณะนี้ทุกหน่วยกำลังมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงอยู่ อย่างไรก็ตามจากที่ปรากฏในสื่อสาธารณะพบว่า พฤติกรรมของบุคคลในภาพได้กระทำในหลายสถานที่ ซึ่งหากทำในสถานที่อื่นถือเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล แต่หากกระทำในพื้นที่ทหารถือว่า มีความผิด ทั้งนี้หากตรวจสอบว่า บุคคลดังกล่าวเป็นกำลังพลของกองทัพ กระทำในพื้นที่ทหารจริง และหากปัจจุบันยังรับราชการอยู่ก็จะต้องมีการลงโทษทางวินัย อาจถึงขั้นจับขัง เพราะถือว่า มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และทำให้กองทัพบกเสื่อมเสียชื่อเสียง ถ้ามีนายทหารระดับนายสิบ หรือนายทหารเวรยามเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะต้องโดนตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย เพราะถือว่าปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง แต่หากเปนทหารกองประจำการที่ปลดประจำการไปแล้วเราคงทำอะไรไม่ได้นอกจากต้อง มีการกวดขันป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก   อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน 100 เปอร์เซ็นต์ว่า บุคคลและสถานที่ในภาพใช่กำลังพลและพื้นที่ทหารจริงหรือไม่, ซึ่งเราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 33,345 ครั้ง