วันจันทร์ 22 ธันวาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้ (20 ก.ย.) พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า โครงการจัดหาเรือฟริเกต จำนวน 2 ลำ วงเงิน 30,000 ล้านบาทของกองทัพเรือมีความจำเป็นต้องจัดหาเรือฟริเกตอย่างเร่งด่วนในปีงบประมาณ 2555 เพื่อชดเชยและถ่วงดุลกำลังอำนาจด้านเรือดำน้ำ ด้วยการเพิ่มเติมขีดความสามารถด้านการปราบเรือดำน้ำ อีกทั้งทดแทนการปลดระวางประจำการเรือฟริเกตชุด เรือหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทั้งนี้การดำเนินการจัดซื้อเรือฟริเกตแบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 จำนวน 1 ลำวงเงิน 1.5 หมื่นล้าน ปีงบประมาณ 2555 – 2559 ส่วนระยะที่ 2 อีก 1 ลำ วงเงิน 1.5 หมื่นล้าน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2557 - 2561 อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ การดำเนินการทุกประการเป็นไปเพื่อความพร้อมในการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ 


พ.อ.ธนาธิป กล่าวต่อว่า ทั้งนี้กองทัพเรือยังได้ดำเนินโครงการปรับปรุงเรือฟริเกตชุดเรือหลวงนเรศวร แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ได้ดำเนินการแล้วเป็นการผูกพันงบประมาณ 4 ปี ระหว่างปี 2554 – 2557 ระยะที่ 2 เป็นการผูกพันงบประมาณ 3 ปี ระหว่างปี 2555 – 2557 ระยะที่ 3 เป็นการผูกพันงบประมาณ 3 ปี ระหว่างปี 2556 – 2558 อย่างไรก็ตามภายหลังจากเสร็จสิ้นการดำเนินโครงการฯ ทั้ง 3 ระยะแล้วจะส่งผลทำให้เรือฟริเกตชุดเรือหลวงนเรศวรมีขีดความสามารถในการรบได้ทั้ง 3 มิติ ได้แก่ การรบผิวน้ำ สงครามใต้น้ำ และการป้องกันภัยทางอากาศ อย่างไรก็ตามการดำเนินโครงการฯ ระยะที่ 2 ในครั้งนี้ กองทัพเรือได้ดำเนินการจัดซื้อตามระเบียบของทางราชการ โดยแบ่งออกเป็น 2 รายการ ประกอบด้วย การจัดซื้อระบบการรบ เป็นเงิน 2,699,999,000 บาท การจัดซื้อลูกอาวุธปล่อย นำวิถีพื้น-สู่-อากาศ แบบ Evolved Sea Sparrow Missile : ESSM เป็นเงิน 597,826,775 บาท รวมวงเงินทั้งสิ้น 3,297,825,775 บาท
 


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน