วันพฤหัสบดี 23 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้(26 มี.ค.) นายณัฎฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กทม. ในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ว่า ที่ประชุม ได้พิจารณาเรื่องการอภิปราย พ.ร.บ.เงินกู้  2 ล้านล้านบาท ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯในวันที่ 28-29 มี.ค.นี้ โดยติดใจใน 4ประเด็นคือ 1.ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะเห็นว่า อาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 และมาตรา 170 2.มีความจำเป็นที่จะต้องกู้หรือไม่ 3.ความเหมาะสมของโครงการ และ4.ส่อแววทุจริตคอร์รัปชั่นหรือไม่ โดยส.ส.ที่จะอภิปรายในการประชุมสภาฯ อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น โดยส.ส.ทีมเศรษฐกิจ จะใช้เวลาในการอภิปรายประมาณ 25-30 นาทีต่อคน ทั้งนี้ได้มีการกำชับอดีตรัฐมนตรีในยุครัฐบาลนายชวน หลีกภัย และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า ให้ลุกขึ้นชี้แจงหากมีการพาดพิงถึงโครงการเงินกู้มิยาซาว่า และเงินกู้โครงการไทยเข้มแข็งด้วย


ด้านนายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคมีมติ ไม่ยื่นร่างพ.ร.บ.ประกบ ร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2ล้านล้านบาท ของรัฐบาล เพราะไม่เห็นด้วยกับบางโครงการที่ใช้เงินสูงถึง 1หมื่นล้านบาท และเป็นห่วงการดำเนินงานในบางโครงการ เช่น โครงการท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล ที่ใช้เงินประมาณ 1หมื่นล้านบาท ทั้งที่ ไม่ผ่านการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โครงการรถไฟความเร็วสูง ที่ไม่มีการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่เราสนับสนุนโครงการรถไฟรางคู่ ที่รัฐบาลายอภิสิทธิ์ เคยได้ดำเนินการไว้ นอกจากนี้ยังเป็นห่วงเกี่ยวกับเอกสารแนบท้าย 200กว่าหน้า ที่มีการกำหนดโครงการต่างๆ ไว้ แต่รายละเอียดในเอกสารนี้ไม่ได้ปรากฏอยู่ในพ.ร.บ.เงินกู้ จึงเป็นห่วงว่า จะมีการโยกงบประมาณกันได้ง่าย และยังเป็นห่วงเกี่ยวกับงบประมาณ 9 พันกว่าล้านบาท ที่กำหนดไว้ เพื่อใช้วางระบบการตรวจสอบการใช้งบประมาณ ซึ่งหากเราไม่กู้เงิน แต่มาใช้งบประมาณปกติ โดยตัดลดเงินที่ทำโครงการต่างๆ เช่น โครงการประชานิยม ก็จะทำให้เราไม่ต้องเสียเงินวางระบบการตรวจสอบใหม่ โดยสามารถใช้ระบบตรวจสอบของกรมบัญชีกลางในการตรวจสอบงบประมาณปกติได้
 


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 4,915 ครั้ง