วันพุธ 22 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้ (1 เม.ย.) นายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานชุดเฉพาะกิจเพื่อสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีการบุกรุกทำลายป่าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและพื้นที่ต่อเนื่อง  ได้รับคำสั่งจากนายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ และนายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ ให้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจ และฝ่ายปกครองกว่า 70 นายเข้าตรวจสอบพื้นที่บุกรุกป่าอนุรักษ์ในเขตพื้นที่  อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตามที่ได้รับร้องเรียนจำนวน 40 แปลง โดยในวันนี้คณะทำงานฯ และเจ้าหน้าที่ ได้เข้าตรวจสอบรีสอร์ทและบ้านพักตากอากาศที่บุกรุกพื้นที่ป่ารายใหญ่ 4 จุด โดยจุดแรกเป็นพื้นที่บุกรุกเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ กำลังปลูกสร้างอาคารขนาดใหญ่ พื้นที่กว้าง คาบเกี่ยวพื้นที่ป่าสงวนป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหิน ท้องที่ ต.กลางดง และพื้นที่สวนป่าโครงการรักน้ำรักป่าฯ ท้องที่ ต.หนองน้ำแดง  ของกรมป่าไม้  โดยมีการแผ้วถางทำลายสวนป่า รวมทั้งมีการขุดและตัดเส้นทางขึ้นภูเขา  ตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงเข้าไปในพื้นที่ มีบ้านและสิ่งปลูกสร้างอยู่บนยอดเขาประมาณ 10 หลัง  และมีอาคารเก๋งจีนขนาดใหญ่ พร้อมสิ่งก่อสร้างลักษณะคล้ายฮวงซุ้ยตั้งอยู่ด้วย ในบริเวณเดียวกันยังพบเสากระจายสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ขนาดใหญ่ของบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ด้วย นอกจากนั้นบริเวณใกล้เคียงกันมีบ่อนไก่ชนตั้งอยู่ ขณะที่บางจุดมีหินสวยงามที่ตัดจากภูเขามากองวางไว้  โดยพื้นที่บุกรุกนี้มีความผิดเพราะอยู่ในเขตป่าสงวนฯ และป่าไม้ตามมติ ครม. 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นคณะได้เดินทางไปยังพื้นที่บุกรุกแปลงที่ 2  มีลักษณะเป็นบ้านหลังใหญ่ ทรงฝรั่ง ในเขตป่าสงวนฯ ป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหิน ต.หนองน้ำแดงเช่นกัน   เป็นพื้นที่ป่าโซนซีที่ห้ามออกเอกสารสิทธิ์  ผู้ครอบครองอ้างว่ามีโฉนด เนื้อที่ 11 ไร่  แต่จากสภาพพื้นที่นั้นตั้งอยู่กลางป่าอย่างชัดเจนมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุม   ซึ่งนายวิฑูรย์ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความไว้ก่อนพร้อมกับขอเอกสารโฉนดที่ดินเพื่อตรวจสอบว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์โดยชอบหรือไม่  ต่อมาคณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่บุกรุกจุดที่ 3 ซึ่งเป็นบ้านสีขาวสองชั้น ประตูรั้วบ้านสีน้ำตาล ในท้องที่ ต.หนองน้ำแดง โดยเป็นบ้านของกำนันรายหนึ่ง  จากการตรวจสอบไม่มีเอกสารสิทธิ์  และพื้นที่ติดบ้านกำนันเป็นสนามกอล์ฟ เนื้อที่ประมาณ 400-500 ไร่ครอบคลุมภูเขาทั้งลูก  กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบมีเอกสารสิทธิ์หรือไม่ และจุดที่ 4 ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนฯ ดงพญาเย็น อ.ปากช่อง เนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ มีลักษณะคล้ายบ้านพักตากอากาศ  ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่ได้เตรียมส่งแจ้งความดำเนินคดี และขอเอกสารสิทธิ์มาตรวจสอบที่มาว่าออกโดยชอบหรือมิชอบหรือไม่
 

นายวิฑูรย์ ให้สัมภาษณ์ว่า สืบเนื่องจากการดำเนินการกรณีการบุกรุกป่าสงวนฯ ในหลายพื้นที่ของกรมป่าไม้ในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่กรณีป่าสงวนฯ ป่าเขาภูหลวง (เขาแผงม้า)   อ. วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา  ป่าสงวนฯ ป่าภูเปือย ภูขี้เถ้า อ.ด่านซ้าย จ.เลย ป่าสงวนฯ ป่าเขาค้อ อ.หล่มสัก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ และป่าสงวนฯ ป่าแม่งาวฝั่งซ้ายและป่าสงวนฯ อื่นๆ ในพื้นที่ อ.งาว จ.ลำปาง ป่าสงวนฯ ป่าแม่คำมี อ.ร้องกวาง จ.แพร่ เป็นต้น นายโชติและนายสุวิทย์ได้สั่งการให้ตนและเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ถูกบุกรุกตามที่กรมป่าไม้ได้รับร้องเรียนทั้ง 40 แปลงในพื้นที่ อ.ปากช่อง โดยถือเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงทรัพยากรฯ และกรมป่าไม้ ต่อเนื่องจากการดำเนินการในพื้นที่วังน้ำเขียว  ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องและมีการบุกรุกในลักษณะเดียวกัน โดยก่อนหน้านี้นายโชติได้เคยลงพื้นที่ อ.ปากช่อง และ อ.วังน้ำเขียวตั้งแต่ต้น และเห็นว่าจะต้องดำเนินการในพื้นที่ อ.ปากช่องด้วยเพราะมีการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างมโหฬารเช่นกัน   จากนี้ก็จะมีการแจ้งความดำเนินคดีไว้ พร้อมกับจะต้องมีการตรวจพิกัดพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมกับการแปลภาพถ่ายทางอากาศเพื่อเปรียบเทียบสภาพพื้นที่ก่อนและหลังการถูกบุกรุกโดยกำลังสั่งซื้อภาพถ่ายทางอากาศความละเอียดสูงเวิลด์วิวจากประเทศสหรัฐอเมริกา  ผ่านสถาบันเทคโนโลยีทางอากาศและภูมิสารสนเทศ องค์การมหาชน  เพื่อมาตรวจสอบเช่นเดียวกับกรณีวังน้ำเขียว นอกจากนั้นในการลงพื้นที่ตนยังได้รับการร้องเรียนจากฝ่ายปกครองให้เข้าไปตรวจสอบการก่อสร้าง รีสอร์ท และบ้านพักตากอากาศหลายแห่งเช่น ทอสคานา วัลเลย์ คันทรีคลับ ซึ่งเป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่ก่อสร้างอยู่บนเขา บริเวณริมถนนทางหลวงชนบทเขาแผงม้า-วังน้ำเขียวด้วย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบ้านพักและรีสอร์ท 40 แปลง  ในพื้นที่ อ.ปากช่อง ที่กรมป่าไม้กำลังจะเข้าดำเนินการตรวจสอบนั้น  โดยทั้งหมดคาดว่าจะมีเนื้อที่ถูกบุกรุกหลายพันไร่

อีกด้านหนึ่งที่อุทยานแห่งชาติทับลาน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานฯทับลาน พร้อมเจ้าหน้าที่เดินทางลงพื้นที่ ต.ไทยสามัคคี เพื่อตรวจสอบรายละเอียดรีสอร์ทบ้านพักตากอากาศจำนวน 104 แปลง ที่ทางอุทยานฯ ทับลานเตรียมดำเนินการจับกุมดำเนินคดีในรอบที่ 3  พร้อมทั้งติดตามตรวจสอบพื้นที่ที่ได้ดำเนินการแจ้งความไป 151 แปลง ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา โดยในการตรวจพื้นที่ครั้งนี้พบว่ารีสอร์ทที่ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้วส่วนใหญ่ยังคงเปิดให้บริการ แต่บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นช่วงหน้าร้อนและไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวของวังน้ำเขียว


ทั้งนี้เจ้าหน้ายังไปพบนายจอน วัชราภรณ์ ชาว ต.ไทยสามัคคี กำลังใช้รถไถปรับสภาพพื้นที่เนินเขาติดชายป่าในบริเวณแปลงที่ถูกจับกุมดำเนินคดีแล้ว พร้อมกับมีรถบรรทุกหน่อสับปะรดเตรียมปลูกจอดอยู่ในบริเวณเดียวกัน จึงได้เข้ายึดรถไถและควบคุมตัวนายจอนไว้ โดยนายจอน ให้การว่าที่ดินผืนนี้ไม่ใช่ของตน  แต่ตนได้รับว่าจ้างให้มาไถปรับทำถนนในพื้นที่เท่านั้น อย่างไรก็ตามต่อมาได้มีหญิงระบุเป็นเจ้าของพื้นที่ดังกล่าว เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่และรับเป็นเจ้าของที่ดิน  ซึ่งมีเนื้อที่  70-80 ไร่  ซื้อมาจากคนรู้จักตั้งแต่ปี 2537 โดยมีการโอนเอกสารสิทธิ์ ภทบ. 5 ที่ อ.วังน้ำเขียว และไม่ทราบมาก่อนว่าที่ดินอยู่ในเขตอุทยานฯ  อย่างไรก็ตามขอให้เจ้าหน้าที่อย่าเพิ่งดำเนินคดีเพราะตนและครอบครัวได้รับความเดือดร้อนมากและต้องการทำกินเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาอื่น ซึ่งนายเทวินทร์ ระบุว่าขอให้ไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะหากเป็นการบุกรุกพื้นที่ทางอุทยานฯ ก็ต้องดำเนินการ
 


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 35,466 ครั้ง