วันจันทร์ 21 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้ (12 ต.ค.) เวลา 09.00 น. นายธีระ วงศ์สมุทร รมต.เกษตรและสหกรณ์ นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษารมต.เกษตรฯ และนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เดินทางตรวจเยี่ยมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือและใต้ สำนักงานชลประทานที่ 11 ประตูระบายน้ำพระธรรมราชา และคลอง 13 โดยนายพิสิษฐ์ พิบูลย์ศิริ ผู้อำนวยการโครงการฯกล่าวถึงภาระกิจว่า สภาพพื้นที่รับน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ผ่านคลองระพีพัฒน์แยกตก ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งรังสิต น้ำบางส่วนผลักออกคลองหกวาสายล่างในปีที่ผ่านมาไม่สามารถสูบออกได้ ผลกระทบลงไปสู่คลอรังสิตระยูรศักดิ์ และน้ำระบายเข้าคลองเปรมประชากร อีกคลองแสนแสบ คลองบางขนาก เชื่อมกับคลองพระองค์เจ้าไชยนุชิต จุดสำคัญรับน้ำคลอง 13 ลงไชฟอนพระธรรมราชา และลงคลองรังสิต ลงแม่น้ำนครนายก ที่สถานีสูบน้ำเสาวภาผ่องศรี สำคัญที่สองคลองหกวาสายล่าง คลองสองสายใต้ ลงสู่กรุงเทพฯด้วย ปีนี้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่อีก 16 เครื่อง และถาวรอีก 5 เคร่ื่อง สูบน้ำที่สถานีสมบูรณ์ ลงแม่น้ำนครนายก เป็นสถานีสูบน้ำถาวรและเคลื่อนที่ 9 เครื่อง

จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาในเดือน ก.ย.สถานการณ์ทุ่งรังสินใต้ ปริมาณฝนช่วง 6-7 ก.ย.มีฝนจำนวนมาก และ กบอ.ต้องการทดสอบระบบระบายน้ำ ช่วงต้นเดือนมีฝนตกต่อเนื่องตลอดเดือน ทำให้ อ.บางน้ำเปรี้ยวจ.ฉะเชิงเทรา เกิดน้ำท่วม ในการสูบน้ำอกจากคลองรังสิต หกวาสายล่าง ที่ประตูสูบน้ำจุฬาลงกรณ์ เร่งระบายออกเจ้าพระยา เพราะระดับน้ำคลองรังสิตยังสูงกว่าเพราะ มีปริมาณฝนในพื้นที่สูง บริหารร่วมกับพื้นที่เร่งสูบลงแม่น้ำนครนายก จุดสำคัญทำให้กรุงเทพฯได้รับผลกระทบเช่นกัน ดังนั้นสถานีสูบน้ำจุฬาลงกรณ์ มีความสำคัญมากกับการระบายน้ำในทุ่งรังสิตและในพื้นที่กรุงเทพฯ ทำให้ปริมาณน้ำลดลงในเขตฉะเชิงเทราด้วย ขณะนี้พร่องน้ำลงรับฝนปลายเดือนตุลาคมด้วย สภาพปัจจุบันน้ำจากนครนายกไม่มาเติมและลดการระบายน้ำ เพื่อเตรียมไว้เพาะปลูกในหน้าแล้ง
 
ด้านนายบรรหาร กล่าวว่า ภาพน้ำท่วมปี 54 ในแถบนี้มีมวลน้ำ 7,000 ลบม.ต่อวินาที ไหลมาจากนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ลงคลองระพีพัฒน์แยกตก มาคลองรังสิต มีการเคลื่อนย้ายเครื่องสูบน้ำมาจำนวนมาก เพราะเครื่องสูบน้ำ 3 คิวดึงน้ำลงไปแค่ 1.80 เมตรไม่ถึง 3 เมตร ถ้าน้ำมาเหมือนปี 54 สูบออกได้อีกมากหากเครื่องสูบน้ำได้ถึง 3.80 เมตร ต้องร่วมกันวางแผนถ้าน้ำมาแบบปีกลายจะทำอย่างไรให้รอด เอาปี 54 เป็นบทเรียนต้องพยายามแก้ไข แต่ขณะนี้ยังไม่ได้งบประมาณโครงการปรับปรุงคันคลองเชียงรากน้อยทิศใต้ งบ 432 ล้านบาททำให้คันคลองยังขาดอีก 4 ก.ล.ถ้าไม่ทำน้ำมาก็ท่วมนิคมอุตสาหกรรมนวนคร แน่ ถือเป็นจุดเป็นจุดตายของกรุงเทพฯตนถามไป น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปแล้วว่าทำไม่เอาเข้า กบอ.เสียที ตนให้นายเลิศวิโรจน์ไปลุยใน กบอ.หากยังไม่พิจารณาในวันอังคาร ที่ 16 ต.ค.ตนจะให้นายธีระไปลุยต่อในครม. ตนไม่ทราบว่าทำไมถึงล่าช้า เป็นโครงการเฉพาะหน้าในงบ 1.2 แสนล้านบาท โครงการประตูระบายน้ำคลองพระพิมล ที่จะไม่ทำให้น้ำท่วม อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี กบอ.ก็ยังไม่ให้งบเช่นกัน และโครงการเสริมคันคลองชัยนาท -ป่าสัก ยังไม่ได้รับงบ เรื่องสำคัญๆทั้งนั้น แต่ กบอ.ไม่สนใจ ตนไม่รู้จะทำอย่างไรหากน้ำมามากก็ท่วมเหมือนปี 54 อีก

ส่วนนายธีระ กล่าวว่า ปัญหาเกิดขึ้นในปีนี้ที่นครนายก มีสถานีสูบน้ำเสาวภาผ่องศรีมีเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม รวมทั้งที่ตลอดคลองรังสิต กำแพงกั้นสูบหมดสูบออกได้เต็มที่ แต่วันนี้ปัญหาคนในพื้นที่ไม่ให้สูบน้ำไปใส่ คลอง 1-12 ยอมหรือไม่ตรงนี้ต้องคุยให้จบ ได้รับงบประมาณ 1.2 แสนล้านทำแค่คลองเปรมประชากร แต่คันคลองช่วงถนนพหลโยธินยังขาดอีก ตรงนี้น้ำก็ท่วมตรงจุดนี้กับประตูน้ำคลองพระพิมลที่ตนมีปัญหาใน ครม. 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 9,009 ครั้ง