วันพุธ 22 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

 


วันนี้ (25เม.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 22 ที่กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน  ประเทศบรูไนดารุสซาลาม ระหว่างวันที่ 24-25 เม.ย. ว่า เมื่อวันที่ 25 เม.ย. เวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ร่วมกับผู้นำอาเซียน เพื่อติดตามความคืบหน้าในการสร้างประชาคมอาเซียน บทบาทของอาเซียนในภูมิภาค วางแผนอนาคตของอาเซียน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้นำเกี่ยวกับประเด็นต่างๆในภูมิภาค


ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ชื่นชมต่อความก้าวหน้าในการดำเนินการของประเทศสมาชิกในการสร้างประชาคมอาเซียนในปี 2558 และความสำคัญในการวางแผนอนาคตหลังจากเป็นประชาคมอาเซียนแล้ว ด้วยศักยภาพที่หลากหลายของอาเซียน ทำให้ประเทศมหาอำนาจต่างให้ความสนใจอาเซียนเป็นพิเศษ เราจึงต้องบริหารจัดการกับภูมิศาสตร์ทางการเมือง รวมทั้งสภาพแวดล้อมของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้อาเซียนสามารถปรับตัวและดำรงอยู่ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว อาเซียนต้องเสริมสร้างการอยู่ร่วมกันทางการเมือง มองไปข้างหน้า และร่วมกับประเทศมหาอำนาจในกรอบการดำเนินการต่างๆที่อาเซียนเป็นผู้นำ ซึ่งจะช่วยให้อาเซียน คงไว้ซึ่งความเป็นภูมิภาคที่มั่นคงและสันติ เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และคงไว้ซึ่งการรวมตัวทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายระยะยาวของประชาคมเอเชียตะวันออก รวมทั้งการคงไว้ให้อาเซียนเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อวางผังอนาคตของภูมิภาค ซึ่งอาเซียนต้องยกระดับตัวเองให้มีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ และต้องกำหนดประเด็นที่อยู่ในความสนใจของโลก ที่อาเซียนสามารถมีส่วนร่วม เช่น เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน การบริหารจัดการภัยพิบัติ และการรักษาสันติภาพ เป็นต้น
 

นายกรัฐมนตรี ยังได้ให้ความสำคัญต่อความก้าวหน้าในการดำเนินการของ 3 เสาหลักของอาเซียน ที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ได้แก่ เสาหลักด้านเศรษฐกิจ โดยอาเซียนต้องให้ความสำคัญกับการรวมตัวทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกให้กว้างขึ้น และขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคของอาเซียนให้ดำเนินต่อไป เสาหลักการเมืองและความมั่นคง ต้องส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค เพื่อรักษาบรรยากาศให้เอื้อต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจต่อไป โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างชายแดนเพื่อความมั่งคั่งระหว่างประเทศสมาชิก และควรสนใจความท้าทายใหม่ที่เกิดจากการข้ามพรมแดนหลังการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน เพราะจะกระทบต่อความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชนในประเทศสมาชิก อีกทั้งต้องให้ความสำคัญกับการส่งเสริมธรรมาภิบาลและความโปร่งใส และผลักดันให้มีการนำปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนเกิดผล และเสาหลักสังคมและวัฒนธรรม ต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการพัฒนาความสามารถในการป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อ และ ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางสุขภาพเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และต้องขยายความร่วมมือและแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรม ให้เกิดอัตลักษณ์ของอาเซียน และสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้นระหว่างประชาชน


ส่วนข้อเสนอการกำหนดทิศทางของอาเซียนในอนาคตหลังปี2558 นั้น นายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้แปลงความหลากหลายให้เป็นโอกาส มีความรับผิดชอบต่อภูมิภาคและโลกมากขึ้น เสริมสร้างศักยภาพของอาเซียนเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆที่เกิดขึ้น และทบทวนและสร้างความเข้มแข็งให้กับกระบวนการรวมตัวกัน โดยทบทวนบทบาทของอาเซียนแต่ละภาคส่วน รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันเพื่อกำหนดกระบวนการดำเนินงานและการเพิ่มประสิทธิภาพของอาเซียน

 


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 6,685 ครั้ง