วันพุธ 22 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ  เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะทีมโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วย นายสมฤทธิ์ ไชยวงศ์ โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ แถลงว่าศาลได้ประชุมพิจารณาคำร้องรวม 5 คำร้อง คือ คำร้องของพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา และคณะนายวันธงชัย ชำนายกิจ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายวรินทร์  เทียมจรัส และนายบวร ยสินทร และคณะ กรณีคณะรัฐมนตรี รัฐสภา พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา นายสุนัย จุลพงศธร และคณะ และนายภราดร ปริศนานันทกุล และคณะ ได้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีผลทำให้เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 อันเป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
 

นายพิมล กล่าวอีกว่า ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 68 ให้สิทธิแก่ผู้ที่ทราบถึงการกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ย่อมมีสิทธิให้มีการตรวจสอบการกระทำดังกล่าว  จึงมีมติรับคำร้องไว้พิจารณาทั้ง 5 คำร้อง โดยให้รวมพิจารณาคำร้องไปในคราวเดียวกัน เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ศาลมีคำสั่งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร แจ้งรัฐสภารอการดำเนินเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย
 

นอกจากศาลจะส่งหนังสือแจ้งให้คณะรัฐมนตรี รัฐสภา พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา นายสุนัย จุลพงศธร และคณะและนายภราดร ปริศนานันทกุล และคณะ ซึ่งเป็นผู้เสนอร่าง ส่งหนังสือชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งสำเนาคำร้อง และศาลจะนัดคู่กรณีไต่สวนวันที่ 5- 6 ก.ค.2555 เวลา 09.30 น.
 

เมื่อถามว่าการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในวาระ 2 และ 3 จะต้องชะลอออกไปหรือไม่ นายพิมล กล่าว่า จะหยุดหรือไม่ต้องอยู่ที่รัฐสภาพิจารณา ในการบังคับศาลคงไปบังคับอะไรไม่ได้ แต่หากมีการดำเนินการต่อไป อาจเป็นการแสดงเจตนาว่าการดำเนินการตามคำร้องอาจเป็นจริง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการรับทั้ง 5 คำร้องไว้พิจารณา มี 4 คำร้องที่มีการยื่นเข้ามาเมื่อวันพุธที่ 30 พ.ค. ส่วนอีก 1 คำร้องเข้ามาในวันที่ 31 พ.ค. ทำให้นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเร่งด่วนจึงได้สั่งให้มีการนัดประชุมเป็นวาระพิเศษตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด  

แม้โดยปกติการพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่นั้น องค์คณะที่พิจารณามีเพียงตุลาการฯ 3 คนก็สามารถทำได้แล้ว แต่ในการประชุมครั้งนี้ก็ยังขาดนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี เพียงคนเดียวที่ขอลาประชุม ทำให้องค์คณะในการรับคำร้องในครั้งนี้มีทั้งสิ้น 8 คน และที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 เห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 68 ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยกรณีการร้องว่ามีการกระทำที่เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้จากบุคคลที่ทราบถึงการกระทำดังกล่าว ส่วนตุลาการเสียงข้างน้อยคือนายชัช ชลวร เห็นว่า รัฐธรรมนูญตามมาตรา 68 ให้อำนาจผู้ยื่นคำร้องในกรณีดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญได้คืออัยการสูงสุดเท่านั้น
 


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 12,575 ครั้ง