วันพุธ 22 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้ ( 17 ธ.ค.)  ชาวบ้านกว่า 1,000  คน ใน อ. เมืองประจวบคีรีขันธ์ อ.ทับสะแกและ อ.กุยบุรี  ที่ใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างหรือรถซาเล้งกว่า 500   คัน ขับรถแห่ประท้วงในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร   จากนั้นได้เดินทางมาชุมนุมที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด   โดยมีนายเผชิญ เกตุแก้ว แกนนำกลุ่มรักษ์บ้านเกิด และแกนนำอนุรักษ์บ่อนอก ร่วมกันปราศัยโจมตีหนังสือคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานขนส่งจังหวัด  สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและ อุตสาหกรรมจังหวัด   ที่ออกหนังสือสั่งการและมีนโยบายในการนำกฎหมายมาบังคับห้ามรถจักรยานยนต์ติดพ่วงข้าง ที่ดัดแปลงเพื่อประกอบอาชีพเป็นรถรับจ้างและจำหน่ายสินค้าตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ.2522 มาตรา 12 ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 60 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท โดยสำนักงานขนส่งได้ประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทุกท้องที่  จับปรับดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเคร่งครัด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 นี้ เป็นต้นไป   ทำให้ชาวบ้านทั้งจังหวัดแสดงความไม่พอใจเนื่องจากคำสั่งดังกล่าวมีผลกระทบกับการประกอบอาชีพ

นายเผชิญ กล่าวว่า มติแกนนำชาวบ้านได้ยื่นข้อเสนอจำนวน  5 ข้อประกอบด้วย 1. ให้ยกเลิกคำสั่ง 2. ให้จังหวัดออกหนังสือรับรองคุ้มรถจักรยานยนต์พ่วงข้างให้ใช้งานได้ตามปกติ 3. ขอให้จังหวัดเสนอให้รถจักรยายนต์พ่วงข้างเป็นสัญญลักษณ์และภูมิปัญญาชาวบ้าน และควรส่งเสริมให้เป็นรถประจำท้องถิ่น  4. ให้สำนักงานขนส่งจังหวัดยกเลิกการควบคุมจำนวนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเนื่องจากเป็นเครื่องมือในการประกอบการอาชีพค้าขาย ประมงและการเกษตร สำหรับประชาชนที่มีฐานะยากจน  และ 5. ขอให้มีคำสั่งย้ายนายภิญโญ อภิญญาลาวัลย์ หัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดออกนอกพื้นที่

ต่อมานายวีระ ศรีวัฒนตระกูล  ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายภิญโญ อภิญญาลาวัลย์ หัวหน้าสำนักงานขนส่ง ได้เดินทางมารับหนังสือที่ชาวบ้านยื่นข้อเรียกร้อง จากนั้นนายวีระ ได้ชี้แจงทำความเข้าใจว่า ไม่ได้เป็นผู้สั่งการในการออกหนังสือดังกล่าวหรือสั่งการให้จับกุม และที่ผ่านมายังไม่มีการจับกุมแต่อย่างใด แต่ทางราชการเป็นห่วงความปลอดภัยในการใช้รถพ่วงข้าง  ทั้งนี้ได้มีการออกคำสั่งให้ยกเลิกการถอดอุปกรณ์พ่วงข้างออกภายในเวลา 30 วัน ทำให้ชาวบ้านพอใจและสลายการชุนนุมเมื่อเวลา 11.30 น.วันเดียวกัน

นายสมหมาย แดงโชติ  สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ( ส.อบจ. ) ประจวบคีรีขันธ์ เขตอำเภอกุยบุรี  กล่าวว่า  ได้ให้การสนับสนุนข้อเรียกร้องของชาวบ้านจาก อ.กุยบุรี   และจากการสอบถามไปที่ผู้บริหารของกระทรวงคมนาคมได้รับการยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นนโยบายของรัฐบาล และการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จะส่งผลกระทบกับการใช้รถพ่วงข้างที่มีประชาชนทั่วประเทศใช้รถดังกล่าวมากกว่า 1 ล้านคัน.
 


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 15,154 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น