วันเสาร์ 25 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

 

วันนี้ ( 23 ม.ค.) เวลา 19.40 น.  ร.ต.อ.สัมฤทธิ์ เจริญภักดี  พงส.( สบ 1) สภ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสายบ้านท่าบ้านท่าน้ำแห้ง – คลองไทร ใกล้จุดตัดถนนสาย 41 หมู่ 4 ต.คลองไทร อ.ท่าฉาง ไปตรวจสอบพร้อม  พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รองผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี , พ.ต.อ.วิสุทธิ์ ศรีคง ผกก.และ พ.ต.ท.สมเกียรติ ร่มโพธิ์ขวัญ รอง ผกก.สส. ตำรวจวิทยการ ศูนย์พิสูจณ์หลักฐาน 8  และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธา อ.ท่าฉาง
 

ที่เกิดเหตุใกล้บ้านเลขที่ 85/2 หมู่ 4 ต.คลองไทร พบรถกระบะ โตโยต้า สีบรอนซ์  ทะเบียน บร  9753 สุราษฎร์ธานี สภาพพลิกคว่ำกระจกด้านซ้ายมีรอยกระสุนทะลุกระจกร้าว  ส่วนด้านนอกพบผู้เสียชีวิต 3 ราย กระเด็นหลุดจากรถนอนกองอยู่บนกองผัก ทราบชื่อนายเกษม ธรรมบำรุง อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 159 หมู่ 4 ต.คลองไทร อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี  ถูกกระสุนปืนลูกซองที่ด้านหลังศีรษะ  นายภูวนัย หนูแบน อายุ 21 ปี หลานชาย และ  ด.ญ.พัชราภรณ์ หรือน้องอั้ม ธรรมบำรุง อายุ 5 ขวบ หลานสาว ถูกระสุนปืนลูกซองที่กกหูด้านขวาและลำคอ นอกจากนี้มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลท่าฉาง ทราบชื่อคือนางวรรณา ธรรมบำรุง อายุ 56 ปี ภรรยานายเกษมได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก ห่างจากที่เกิดเหตุไปประมาณ 50 เมตร พบปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 3 ปลอกตกอยู่บนถนน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
 

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายเกษม ขับรถพาหลานชายและหลานสาวไปรับนางวรรณา ที่ขายผักและผลไม้ที่ตลาดนัดวัดม่วง ห่างจากจุดเกิดเหตุ 3 ก.ม. มุ่งหน้ากลับบ้านพัก ก่อนถึงจุดเกิดเหตุคาดว่านายเกษมจะชะลอความเร็วรถ เนื่องจากถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ก็ได้มีรถเก๋งซึ่งขับตามมาเร่งเครื่องยนต์ขึ้นมาประกบทางด้านขวา  ก่อนคนร้ายจะใช้อาวุธปืนลูกซองยาวแบบ 5 นัด ยิงเข้าใส่จำนวน 3 นัดซ้อน แล้วขับมุ่งหน้าหลบหนีขึ้นถนนสาย 41 ส่วนนายเกษมคาดว่าจะยังมีสติ จนสามารถบังคับรถได้จนมาถึงจุดเกิดเหตุแต่ไม่สามารถทนพิษบาดแผลได้จนกระทั่งรถเสียหลัดพลิกคว่ำดังกล่าว
 

พ.ต.อ.สนธิชัย กล่าวว่า สาเหตุน่าจะมาจากความขัดแย้งส่วนตัวเกี่ยวกับธุรกิจบางอย่างโดยกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะทราบความเคลื่อนไหวของนายเกษมเป็นอย่างดี และเชื่อว่าได้ติดตามนายเกษมมาจากตลาดนัด และฉวยโอกาสก่อนที่จะถึงทางแยกตัดถนนสาย 41 ก่อเหตุ เพื่อความสะดวกในการหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งสืบสวนและรวบรวมพยานเพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำนินคดีต่อไป


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 17,640 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น