วันเสาร์ 26 กรกฎาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

 ที่หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภายในกองบิน 1 จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ร.อ.ทวีศักดิ์ ลิขนะกุล หัวหน้านักบิน กรมฝนหลวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรมฝนหลวงมีเครื่องบิน และเฮลิคอปเตอร์ ประจำการตามศูนย์ฝนหลวงภาคต่างๆ ภาคละ 1 เครื่อง รวม 4 เครื่อง เพื่อใช้สำหรับภารกิจขึ้นบินสำรวจพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ง และพื้นที่ที่ร้องขอให้มีการขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง แต่มีนักบินที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เพียง 7 นาย ซึ่งตามกฎการบินจะต้องมีนักบินประจำเครื่องบินอย่างน้อยลำละ 2 คน ทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการขึ้นบินสำรวจและขึ้นปฏิบัติการทำฝนหลวง โดยผลกระทบก็ไปตกอยู่ที่ประชาชน จะไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

สำหรับสาเหตุที่นักบินมีไม่เพียงพอ เนื่องจากขณะนี้ธุรกิจการบินเพื่อการท่องเที่ยวด้วยการเช่าเหมาลำของบริษัทเอกชนกำลังได้รับความนิยม ทำให้บริษัทเอกชนที่ให้บริการธุรกิจประเภทนี้ หันมาว่าจ้างนักบินตามหน่วยงานภาครัฐ โดยมีแรงจูงใจทั้งในเรื่องของเงินเดือน รวมถึงสวัสดิการต่างๆ ที่สูงกว่าภาครัฐ ทำให้เฉพาะในปีนี้มีนักบินลาออกไปเกือบ 10 นายแล้ว

โดยเหตุผลที่บริษัทเอกชนหันมาให้ความสนใจนักบินของภาครัฐ เนื่องจากนักบินเหล่านี้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และสามารถเข้าไปทำงานด้านการบินได้ทันที จะช่วยประหยัดเวลาและงบประมาณในการฝึกนักบินใหม่ๆ หากบริษัทเอกชนให้ทุนสนับสนุนนักบินรุ่นใหม่แต่ละรุ่น จะต้องใช้เวลา 5-10 ปี จึงจะได้นักบินที่มีคุณภาพ และยังต้องเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก ดังนั้นหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ คาดว่าจะมีนักบินอีกหลายนายจะลาออกจากภาครัฐ หันไปทำงานกับเอกชนมากขึ้น ต่อไปหน่วยงานภาครัฐจะไม่มีนักบินประจำการ อาจจะต้องอาศัยการว่าจ้างเช่าเหมาจากบริษัทเอกชน ซึ่งค่าใช้จ่ายจะสูงตามไปด้วย

นักบินกรมฝนหลวง กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนนักบิน เบื้องต้นอยากให้ผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่ปลัดกระทรวง ไปจนถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ต้องหันมาให้ความสำคัญด้านสวัสดิการต่างๆ ของนักบินภาครัฐ โดยอาจจะมีการพิจารณาปรับขึ้นอัตราเงินเดือน หรืออัตราค่าชั่วโมงบินให้ใกล้เคียงกับเอกชน เพื่อเป็นแรงจูงใจ และเป็นขวัญกำลังใจให้กับนักบินอีกด้วย..
 


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 16,839 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น