วันอาทิตย์ 23 พฤศจิกายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้ ( 7 พ.ค.) นายไพบูลย์ พุฒเขียว ชาวบ้านนาสีนวนหมู่ที่ 17 ต.นาสีนวน อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่าตัวเองและครอบครัวใช้พื้นที่กว่า 18 ไร่ ทำนา และทำอาชีพเสริมเปิดอู่ซ่อมรถที่ มีชีวิตอยู่อย่างลุ่มๆ ดอนๆ มีกินมีใช้ไปวันๆ แต่หลังจากที่หันมาปลูก "ขจร" หรือสลิดขายดอก ได้เพียง 2 ปี ฐานะความเป็นอยู่พลิกราวฟ้ากับดิน เพราะรายได้จากการขายดอกขจรหรือดอกสลิดไม่ต่ำกว่า วันละ 1,000 บาท ในช่วงที่ต้นขจรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ก็ปลูกพริก พืชผักใต้ห้างแปลงขจร ทำให้มีรายวันละ 1,500-2,000 บาท

การเริ่มต้นปลูกขจรหรือสลิดเพื่อขายดอก เริ่มจากสร้างห้างทำด้วยไม้ไผ่สูงกว่า 1 เมตร ขนาดกว้างของห้างราว 1 เมตร แล้วไปซื้อต้นกล้าขจรพันธุ์ดอกจำนวน 1,800 ต้น รวมเป็นเงิน 3,000 บาท เมื่อ 2 ปีก่อนหลังจากที่ปลูกขจรได้ 3 เดือน ขจรเริ่มออกดอกเก็บได้วันละ 10-20 กิโลกรัม นำไปขายเองในอำเภอกันทรวิชัยในราคากิโลกรัมละ 100 บาท พอขจรมีอายุ 6 เดือนซึ่งให้ดอกเต็มที่สามารถเก็บดอกขายได้วันละ 40-50 กิโลกรัมขายส่งให้พ่อค้าในตลาดอำเภอกันทรวิชัย ตลาดสดเทศบาลเมืองมหาสารคามในราคากิโลกรัมละ 80 บาท พ่อค้าที่รับซื้อขายต่อในราคากิโลกรัมละ 100 บาท หากขายปลีกจะแบ่งขายเป็นถุง ดอกสลิด 1 กิโลกรัมจะแบ่งออกขายได้ 12 ถุง ขายถุงละ 10 บาท

นอกจากนี้ยังได้ปักชำขยายต้นกล้าขจรขาย ต้นละ 35 บาท 3 ต้นขาย 100 บาท ขณะเดียวก็ได้เริ่มขยายพื้นที่ปลูกอีก 1 งาน รวมพื้นที่ปลูกไปแล้ว 2 ไร่ และมีแผนที่จะขยายพื้นที่ให้มากขึ้น โดยปุ๋ยที่ใช้จะเน้นการใช้ปุ๋ยคอกและไม่ใช้สารเคมี เพื่อให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและคนในครอบครัว เนื่องจากการปลูกขจรเพื่อขายดอกนับว่ารายได้ดีมาก แต่ต้องมีเงินในการลงทุนครั้งแรกที่ต้องลงทุนสร้างห้างเพื่อให้ขจรเลื้อย และค่าต้นกล้าซึ่งตอนนี้ราคายังสูงอยู่ ซึ่งต้องลงทุนหลายหมื่นบาท แต่พอปลูกแล้วแต่ละรุ่นสามารถเก็บดอกขายได้ทุกวันนานถึง 4 ปี แรงงานที่ใช้หลักๆเป็นแรงงาน ในครัวเรือน 2 คน ส่งผลให้ชีวิตอยู่บนความพอเพียงและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นโดยลำดับมีพืชผักปลอดภัยจากสารพิษในสวนไว้รับประทานเองส่วนที่เหลือนำไปขายหารายได้เลี้ยงดูครอบคัว.

 


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 39,882 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น