วันพุธ 26 พฤศจิกายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้ 24ก.พ. ที่บ้านเลขที่ 146/6 หมู่ที่ 2 บ้านตะโล๊ะหะลอ ต.ตะโล๊ะหะลอ อ.รามัน จ.ยะลา นางสือเมาะ  มะเกะ  วัย 52 ปี  มารดาของนายสะบือรี  โคตะเซะ อายุ 23 ปี หนึ่งในกลุ่มอาร์เคเค ที่เสียชีวิตจากการบุกฐานที่ตั้ง   ฐานปฏิบัติการหมวดปืนเล็กที่ 2 บ้านยือลอ ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 13 กพ. ที่ผ่านมา  เปิดใจกับผู้สื่อข่าว ด้วยน้ำตาที่นองหน้า ว่า ตนเองมีลูก 4 คน เป็นลูกกับพ่อเก่า 2 คน และกับพ่อปัจจุบันอีก 2 คน ซึ่งนายสะบือรี  ที่เสียชีวิตเป็นลูกกับนายบาสรี พ่อคนปัจจุบันซึ่งเป็นชาวอินโดนีเซีย ลูกมีความตั้งเรียนหนังสือดีมาก มีความประพฤติเรียบร้อย บุหรี่ไม่สูบ ยาเสพติดไม่ยุ่งเกี่ยวเลย  ทุกครั้งที่กลับบ้านเมื่อพบแม่ จะเข้ามากอดจูบทุกครั้ง  ล่าสุด มาบอกแม่ว่า ลูกจะจบการศึกษาแล้ว จบแล้วเมื่อมีงานทำก็จะเลี้ยงดูพ่อแม่และน้องสาวที่กำลังเรียนอยู่ด้วย  เพราะเห็นว่าพ่อกับแม่ ทำงานเลี้ยงดูตัวเองหนักมาโดยตลอด  ไม่นึกเลยว่าลูกจะเป็นแนวร่วมกลุ่ม อาร์เคเค  เมื่อมีคนมาบอกว่า ลูกเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บุกโจมตีฐานที่ตั้งทหารเรือนาวิกโยธิน ที่ อ.บาเจาะ ตนเองตกใจมาก แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าลูกที่ตนเองส่งเสียเรียนหนังสือจนเกือบจะจบในระดับปริญญาตรี และไม่เคยเห็นลางบอกเหตุว่าลูกเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ  ก่อนจะเสียชีวิต ได้บอกกับแม่ว่า ลูกจะไปเข้าค่าย 2 วัน ตนได้มอบเงินค่าเดินทางไป จำนวน 2,000  บาท อีกด้วย

นางสือเมาะ  กล่าวอีกว่า หลังจากเกิดเหตุ ตนรู้สึกเครียดมาก  เพราะไหนลูกต้องเสียชีวิต สามีก็มาถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวไปในความผิดฐานหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอีกด้วย  ตนนั้น ได้แต่งงานกับนายบาสรี  เมื่อ 20 ปี ก่อน ขณะที่ไปทำงานในประเทศมาเลเซีย และได้รู้จักกับนายบาสรี แต่งงานกันในที่สุด ครั้งแรกๆ  นายบาสรี มีหนังสือเดินทางถูกต้อง  เมื่อมาอยู่ที่ประเทศไทยนานๆ หนังสือเดินทางหมดอายุ แล้วไม่รู้ว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร จึงปล่อยหมดอายุไป และทำมาหากินด้วยการรับจ้างกรีดยางโดยตลอดสองสามีภรรยา เพื่อส่งนายสะบือรี เข้าศึกษาจนถึงปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ในวิชาคอมพิวเตอร์ ก่อนเสียชีวิต

ด้าน พ.ต.ท.ศุภชัช  ยีหวังกอง สารวัตรใหญ่ สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา  เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์บุกโจมตีฐานทหารนาวิกโยธิน ที่ อ.บาเจาะ และมีผู้เสียชีวิต 1 ใน 16 คน เป็นชาว ต.ตะโล๊ะหะลอ อ.รามัน ทางผู้บังคับบัญชา ได้สั่งการให้ไปตรวจค้นเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ  เมื่อไปปิดล้อมบ้าน มีผู้ต้องสงสัย ได้กระโดดออกจากบ้านเพื่อหลบหนี  จนท.สามารถจับกุมตัวได้ ทราบชื่อที่หลังว่าเป็นนายบาสรี  ไม่มีนามสกุล  เพราะเป็นชาวอินโดนีเซีย และเป็นพ่อของนายสะบือรี ด้วย จึงได้ควบคุมตัวไปสอบสวน พบว่าไม่มีหลักการเข้ามาในประเทศไทย จึงนำส่งให้กับ ตำรวจตรวจคนข้าเมือง ที่ปัตตานี  เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกันต่อไป  ในระหว่างควบคุมตัว ตนได้อนุญาตให้ ตำรวจพาไปร่วมในพิธีอาบน้ำศพที่บ้านก่อนที่จะนำไปประกอบพิธีฝังศพ ที่สุสานด้วย.


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 10,553 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น