วันพุธ 23 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้ (3 เม.ย.) พ.ต.อ.สมพงศ์  ทิพย์อาภากุล ผกก.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันริมถนนพัฒนาการคูขวาง ใกล้กับร้านอาหาร “ชิตี้บาร์” ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.นิติ  บุญจันทร์ รอง ผกก.สส. พนักงานสอบสวน และกำลังตำรวจสายตรวจ สายสืบ รีบรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบนักเที่ยวยามราตรีจำนวนมาก กำลังมุ่งดูรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว หมายเลขทะเบียน กธ-8854 นครศรีธรรมราช ซึ่งจอดอยู่ริมถนนด้านเดียวกับร้านอาหารซิตี้บาร์ โดยทางด้านข้างขวาของรถ มีรอยกระสุนปืนเจาะจนเป็นฉีกขาดพรุนไปทั้งแถบจำนวน 9  จุด แต่ไม่มีใครอยู่ภายในรถจึงไม่มีผู้ใด้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สำหรับรถเก๋งโตโยต้าคันดังกล่าว เป็นรถเก๋งที่นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สว.นครศรีธรรมราช ในฐานะ ประธานกรรมาธิการ ( กมธ. ) การศึกษาวุฒิสภา ใช้เป็นพาหนะในการลงตรวจเยี่ยมพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี จ.ส.ต.เจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ผู้ช่วยสว.ซึ่งเป็นน้องชายของนายสิริวัฒน์  ไกรสินธุ์ เป็นผู้ใช้รถคันดังกล่าวเป็นรถประจำตัว แต่ในช่วงหลังประมาณ 5-6 เดือน จ.ส.ต.เจนวิทย์ ได้มอบรถคันดังกล่าวให้กับหลาน ๆ ใช้เป็นพาหนะในการประกอบธุรกิจขายสินค้าเพื่อสุขภาพ

ก่อนเกิดเหตุหลาน ๆ ของนายสิริวัฒน์ จำนวน 4 คนเป็นผู้ชาย 1 คนผู้หญิง 3 คน ได้ชวนกันมานั่งรับประทานอาหารที่ร้านซิตี้บาร์ โดยจอดรถคันดังกล่าวไว้ริมถนนตรงที่เกิดเหตุ ในขณะที่มีวัยรุ่นเอเยนต์ค้ายาเสพติด 3 คน ประกอบด้วยนายโจ้ นายปุ้ย และนายตั้ม  ออกจากร้านซิตี้บาร์มานั่งคุยกันริมฟุตปาธข้างรถเก๋งโตโยต้า   อัลติสคันดังกล่าว ในขณะนั้นได้มีนายโชค นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.ของเพื่อนผ่านมา เมื่อเห็นนายโจ้  นายปุ้ย และนายตั้ม นั่งอยู่บนฟุตปาธจึงเลี้ยวรถกลับมาอีกรอบ ก่อนจะชักอาวุธปืนลูกซองออกมายิงใส่คนทั้งสาม 1 นัด ในขณะที่เป้ากระสุนทั้งสามคนได้หอบหลบกระสุน ทำให้กระสุนปืนลูกซองทั้ง 9 เม็ดพุ่งเจาะด้านข้างขวาของรถโตโยต้า อัลตีส จนพรุ่น 9 รู  ท่ามกลางความตกใจของผู้คนที่นั่งดื่มกินกันในร้านอาหารหลายร้านในละแวกใกล้เคียง

หลังก่อเหตุนายโชคและเพื่อนได้ขับรถจักรยานยนต์ หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่นายตั้มพยายามขับรถจักรยานยนต์ไล่ตามแต่ไม่ทัน จนถูกนายโชคหันมายิงถล่มซ้ำใส่นายตั้มอีก 1 นัด แต่กระสุนไม่ถูกผู้ใด นายตั้มจึงไม่กล้าขับรถไล่ตามรถของนายโชคและเพื่อนอีก  อย่างไรก็ตามนายโจ้ นายปุ้ย และนายตั้ม แม้จะเป็นผู้เสียหายแต่ีกลับรีบขับรถหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง

ขณะที่หลานสาวของนายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ได้โทรศัพท์แจ้งให้นายสิริวัฒน์ ที่อยู่ที่กรุงเทพรับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นนายสิริวัฒน์ จึงโทรศัพท์แจ้งให้ จ.ส.ต.เจนวิทย์ น้องชายเดินทางมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้นายสิริวัฒน์ ได้โทรศัพท์สอบถามรายละเอียดจาก พล.ต.ต.รณพงษ์  ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และได้รับการยืนยันจาก พล.ต.ต.รณพงษ์ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายสิริวัฒน์ และ จ.ส.ต.เจนวิทย์ รวมทั้งหลาน ๆ ของนายสิริวัฒน์ ที่ขับรถคันดังกล่าวมาจอดในที่เกิดเหตุแต่อย่างใด  แต่เกิดจากกลุ่มวัยรุ่นที่มีปัญหาขัดแย้งยิงปืนใส่กัน จนไปโดนรถที่หลานสาวนายสิริวัฒน์ขับมาจอดเท่านั้น ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังออกติดตามตัวกลุ่มคู่อริทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนแล้ว

ทางด้าน จ.ส.ต.เจนวิทย์  เปิดเผยว่า ใช้รถคันดังกล่าวในช่วงที่รถยังติดป้ายแดง โดยขับไปทำธุระติดต่องานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งรับนายสิริวัฒน์ พี่ชายที่เดินทางลงมาในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและภาคใต้ แต่ตนได้เปลี่ยนไปใช้รถคันใหม่มากประมาณ 5-6 เดือนแล้ว ในขณะที่รถคันเดิมตนได้ให้หลาน ๆ ใช้เป็นพาหนะเดินทางไปติดต่อจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพจนมาเกิดเหตุดังกล่าว หลังจากที่ได้รับการขี้แจงเหตุการณ์จาก พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ทำให้มั่นใจว่าการยิงถล่มใส่รถของตนไม่เกี่ยวกับตนหรือนายสิริวัฒน์ หรือไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับนายโจ้ นายปุ้ยและนายตั้ม เป็นแก๊งค้ายาเสพติดที่เคยอยู่แก๊งเดียวกันกับนายโชค มือปืน แต่ต่อมาเกิดหักหลงกันเรื่องผลประโยชน์จากการค้ายาเสพติด ทำให้ทั้งสองฝ่ายกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมาตามปองร้ายกันมาโดยตลอด จนกระทั้งมาก่อเหตุยิงถล่มใส่กันแต่กระสุนไปโดนรถเก๋งของ จ.ส.ต.เจนวิทย์ น้องชายของนายสิริวัฒน์ จนได้รับความเสียหาย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 10,638 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น