วันเสาร์ 2 สิงหาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้ ( 7 พ.ย.)  ช่วงเช้าวันนี้ที่สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 พลต.ต.ประจวบ วงศ์สุข ผบก.สส.ภ.5 พล.ต.ต.เกษมสันต์ บุญญกาจน์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.สมศักดิ์  จินาภักดิ์ ผกก.สภ.แม่ปิง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวนายณฐกร ธิปัญญา อายุ 34 ปีอยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่ 2 ตำบลวังชิ้น อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ 530/2555 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2555 ในข้อหา"ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ชิงทรัพย์ในเคหสถาน ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร" พร้อมของกลางโน๊ตบุ๊ค 1 เครื่องโทรศัพท์ไอโฟน 1 เครื่อง รวมถึงกางเกงใน ยกทรงผู้หญิงอีกจำนวนกว่า 50 ตัว

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากช่วงเช้าวานนี้เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่าพบศพนางสาวปรัชญาภรณ์ กาวิกุล อายุ 28 หรือน้องอิ๋ม ดีกรีนักศึกษาปริญญาโท  มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งในเชียงใหม่(มหาวิทยาลัยพายัพ)  มีอาชีพขายเสื้อผ้าแฟชั่นจากเกาหลี ตามตลาดนัดทั่วไป และยังเป็นบุตรสาวของร้อยตำรวจตรีมังกร กาวิกุล อายุ 55 ปีตำรวจสังกัดสถานีตำรวจภูธรสอง จังหวัดแพร่ถูกฆ่าข่มขืน เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 141/47 ซอย 7 หมู่บ้านรวมโชควิลล่า หมู่ 6 ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยคนร้ายได้โจรกรรมเอาสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท แหวนเพชร 1 วง กระเป๋าเงิน โน๊คบุ๊ค โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน หลบหนีไป

หลังรับแจ้งเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามหาคนร้ายจนทราบว่ามีคนร้ายนำโทรศัพย์มือถือไอโฟน มาขายที่ร้านรับซื้อโทรศัพท์แห่งหนึ่งบนถนนทุ่งโฮเต็ล ซึ่งหลังร้านค้ารับซื้อแล้วได้เปิดเครื่องดูปรากฏว่ามีคลิปภาพคนร้ายกำลังฆ่าและข่มขืน หญิงสาว อยู่ภายในโทรศัพท์ด้วยซึ่งเป็นภาพที่สยองและน่าส่งสารเหยื่อสาวเป็นอย่างยิ่ง ทางเจ้าของร้านจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบก็พบว่าคนที่นำมาขายคือนายณฐกร ซึ่งมีอาชีพเป็นลูกจ้างร้านรับโฆษณาทำหน้าที่ขับรถแห่ป้ายโฆษณา และอาศัยอยู่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ติดกับบ้านของผู้ตาย นั่นเองทางเจ้าหน้าที่จึงขอหมายศาลและบุกเข้าจับกุมตัวขณะกำลังจะขับรถโฆษณาออกไปแห่รอบเมืองเชียงใหม่  ขณะเข้าจับกุมผู้ต้องหามีท่าทางไม่สะทกสะท้าน ยอมให้จับกุมแต่โดยดี และยอมรับสารภพในที่สุดว่าเป็นคนลงมือฆ่า น.ส.ปรัชญาภรณ์
 

นายณฐกร ธิปัญญา ผู้ต้องหาได้กล่าวให้การรับสารภาพว่าเดิมทีมาทำอาชีพขับรถและติดตั้งเครื่องเสียงให้กับบริษัทรับโฆษณา และพอมีเวลาว่างก็จะออกเดินตะเวนตามหมู่บ้านที่เกิดเหตุและหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อเข้าไปตามบ้านเรือนที่ไม่มีคนอยู่และขโมยเอาทรัพย์สินของมีค่าไป แต่ที่ชอบมากที่สุดคือการขโมยยกทรง และกางเกงในผู้หญิง ที่ชาวบ้านตากไว้ ส่วนทรัพย์สินหรือของมีค่าถือว่าเป็นของแถม เมื่อได้มาก็จะนำไปขายนำเงินมาซื้อยาบ้าเสพ ส่วนยกทรงกางเกงในก็จะนำมาดมเพื่อสำเร็จความใคร่ โดยก่อเหตุมาแล้วกว่า 10 ครั้ง ก่อนเกิดเหตุก็เสพยาบ้าและอยู่ในอาการมึนเมาและได้เดินมาดูลาดเลาที่หน้าบ้านนางสาวปรัชญาภรณ์ ก็เห็นว่าพึ่งเข้ามาและดูแล้วน่าจะเมาสุรา รวมถึงเห็นว่าหน้าตาดี หุ่นดี จึงงัดเข้าไปทางหลังบ้าน และเห็นว่านางสาวปรัชญาภรณ์ อยู่ในห้องนอนจึงปีนทางฝ้าเพดานเพื่อจะเข้าไปในห้องนอนแต่นางสาวปรัชญาภรณ์ ก็คงรู้ตัวและร้องขอความช่วยเหลือจนถึงพังเพดาลบ้านแล้วกระโดดลงไปหาและเข้าปลุกปล้ำ แต่นางสาวปรัชญาภรณ์ ก็ร้องไม่หยุดจึงเอามือบีบคอ และเอาหมอนกดทับ จนตายคาที่ ก่อนที่ตนเองจะลากศพออกมาจากห้องน้ำและไปที่โซฟาและทำการข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้งและระหว่างนั้นก็นำมือถือไอโฟนของคนตายถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ก่อนจะลากศพไปที่ห้องนอนเล็กเพื่อซ่อนศพไว้และก็หลบหนีไปจนมาถูกจับกุมตัว นายณฐกร ฆาตกรใจโหดสารภาพอีกว่า "เดิมตนไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า ถ้าน้องเข้าไม่ร้อง และที่ตนเองเมื่อฆ่าแล้วและทำการข่มขืน เพราะอดใจไม่ไหว"  นายณฐกร ให้การด้วยสีหน้าเรียบเฉย

หลังการแถลงข่าวทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายณฐกร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังสถานที่เกิดเหตุ และขอขมารูปศพนางสาวปรัชญาภรณ์ ผู้ตาย โดยมีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงของผู้ตายกว่า 500 คนมารุมดูและด้วยความโกรธแค้นผู้ต้องหาได้ลุกฮือเข้ามาประชาฑัณท์ ทำให้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุนมุลกว่า 30 นาทีกว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพาตัวคนร้ายขึ้นรถและพาออกจากที่เกิดเหตุไป

พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 กล่าวว่าดีนี้ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชนอย่างมาก ผู้ต้องหาชอบบุกเข้าไปโจรกรรมชุดชั้นในตามบ้านเรือนประชาชน และเมื่อเห็นผู้ตายอยู่บ้านคนเดี๋ยวก็บุกเข้าไปหมายข่มขืนและชิงทรัพย์ จนเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาก ซึ่งเราจะเร่งสอบสวนปากคำและสรุปสำนวนเสนออัยการโดยเร็วที่สุด นอกจากนั้นอยากฝากเตือนประชาชนโดยเฉพาะผู้หญิง ประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่บ้านคนเดี๋ยว หรือหอพัก หากระแวกข้างเคียงเกิดเหตุมีคนร้ายมาโจรกรรมชุดชั้นใน อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทันที เพราะจุดนี้ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่เตือนว่ามีคนร้ายโรคจิตอยู่ในพื้นที่และอาจจะลุกลามก่อเหตุใหญ่ได้ในเวลาต่อมา จงอย่าอายที่ของพวกนี้หาย ให้แจ้งตำรวจเพื่อจะได้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายก่อนจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่แบบคดีนี้ ผบช.ภ.5 กล่าวในที่สุด


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 106,080 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น