วันเสาร์ 20 ธันวาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ด้วยความทันสมัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว การก้าวให้ทันโลกและนำข้อมูลที่สำคัญมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศเป็นสิ่งที่จำเป็น  ซึ่งกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทยมีประชากรอยู่อย่างหนาแน่น มีสิ่งก่อสร้างที่ทันสมัย ผนวกกับสถาปัตยกรรม โบราณสถานที่เก่าแก่มากมาย ทำให้เป็นเมืองที่มีความผสมผสานในหลายรูปแบบ   การพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองน่าอยู่จึงต้องมีข้อมูลที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเมือง 

ดังนั้นการใช้แผนที่ในการจัดเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการบริหารจัดการจึงเป็นสิ่งสำคัญ สำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงได้จัดทำแผนที่ 3 มิติ ซึ่งเป็นระบบที่ทันสมัย ถือเป็นหน่วยงานแรกในประเทศไทยที่จัดทำขึ้น

แต่เดิมแผนที่ที่ใช้ดูภูมิศาสตร์ของพื้นที่กทม. เริ่มมาตั้งแต่รูปแบบได้ใช้กระดาษ ในมาตราส่วน 1:50,000 และมีการพัฒนามาเป็นแผนที่ตัวเมืองกรุงเทพฯ มาตราส่วน 1:20,000 แผนที่แสดงลักษณะทางกายภาพ (JICA) มาตราส่วน 1:10,000 และ 1:4,000 และแผนที่เชิงรหัส มาตราส่วน 1:4,000 แต่แผนที่ดังกล่าวมีความละเอียดและความแม่นยำถูกต้องไม่เพียงพอต่อการบูรณาการงานของกทม. เพราะเป็นเพียงแผนที่ 2 มิติ ที่มีแค่ความกว้างและความยาวเท่านั้น จึงต้องมีการจัดทำแผนที่ที่มีความละเอียดมากขึ้นโดยการเพิ่มความสูงเข้าไป เป็นลักษณะแผนที่ 3 มิติบนเว็บไซต์ จะเห็นรูปจำลองเสมือนจริง ของสถานที่สำคัญซึ่งมีทั้งหมด 990 แห่ง  ประกอบด้วย 1. โบราณสถานจำนวน 181 แห่ง อาทิ ตึกแถวริมถนนอัษฎางค์ ตึกแถวริมถนนพระพิทักษ์ ตึกแถวริมถนนบ้านหม้อ อาคารหลังเก่ากรมโยธาธิการ โรงเรียนฤทธิณรงค์รอน  2. สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ จำนวน 115 แห่ง เช่น ภูเขาทอง โรงละครแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ ร. 7 สะพานผ่านฟ้าลีลาศ  3. สถานที่ราชการในกรุงเทพมหานคร จำนวน 69 แห่ง ประกอบด้วย ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร สำนักต่าง ๆ ในสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขต 50 แห่ง โรงพยาบาลรัฐ 4. อาคารสูง 20 ชั้นขึ้นไปจำนวน 495 แห่ง คือ อาคารพาณิชย์ โรงแรม คอนโดมิเนียม โรงพยาบาลเอกชน  5. อาคารที่มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 130 แห่ง เห็นเป็นมุมมองในการเข้าถึงทางอากาศ นอกจากนี้ยังมี สถานีรถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ด่านเก็บเงินทางด่วน เป็นต้น

สำหรับจุดอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ สามารถเห็นความสูงของ อาคารสถานที่สำคัญ หรืออาคารที่มีความสูง 20 ชั้นขึ้นไป โดยเปิดใช้งานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อให้บริการกับหน่วยงานและประชาชนทั่วไปนำไปใช้ประโยชน์ได้ บนเว็บไซต์ http://3d-cpd.bangkok.go.th และหากเป็นเจ้าหน้าที่ของกทม.เข้าใช้ที่เว็บไซต์ http://3d-cpd.bma.go.th

ประโยชน์ของแผนที่ 3 มิติ ในแง่ของหน่วยงานราชการ สามารถนำไปใช้กับข้อมูลของระบบงานทะเบียนราษฎรในส่วนของการออกเลขหมายประจำบ้าน การเปลี่ยนแปลงสิ่งก่อสร้าง การประเมินสภาพความเป็นจริงของพื้นที่ การวางผังเมือง และการบริหารจัดการเมือง การวางแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยว ขณะที่ประชาชนทั่วไปสามารถใช้ในการวางแผนการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ความหนาแน่นของพื้นที่ช่วยในการตัดสินใจในการซื้อที่พักอาศัย การค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในกรุงเทพฯ เป็นต้น ซึ่งการเปิดใช้งานบนระบบอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถเข้าใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการสนับสนุนการตัดสินใจในภารกิจสำคัญ

อย่างไรก็ตามก้าวแรกของการเปิดให้บริการบนระบบอินเทอร์เน็ตของแผนที่ 3 มิติ อาจมีปัญหา ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เปิดเข้าเว็บไซต์จะต้องเป็นเครื่องที่มีความทันสมัย สามารถอ่านข้อมูลได้ในหลายรูปแบบ และต้องมีการดาวน์โหลดโปรแกรมที่จำเป็นในการเปิดใช้งาน ซึ่งอาจไม่สะดวกมากนักกับเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า ทางสำนักผังเมืองจึงยังมีการเปิดรับข้อเสนอแนะของผู้เข้าใช้บริการ เพื่อเป็นการปรับปรุงระบบให้มีความสมบูรณ์เพื่อให้หน่วยงานและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงการใช้งานให้มากที่สุด และทันต่อเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มีการปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งในอนาคตอาจมีการปรับปรุงให้ใช้ได้บนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ที่สามารถเปิดใช้งานได้ในทุก ๆ ที่

นายวัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  กล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินการต่อไปในการพัฒนาแผนที่ของกทม.คือโครงการจัดทำระบบข้อมูลสาธารณูปโภคด้วยแผนที่เชิงเลขความละเอียดสูง เพื่อบริการประชาชนและบริหารจัดการกรุงเทพมหานคร ปี 2554-2557 ซึ่งในเบื้องต้นกำลังศึกษาแผนที่ 3 มิติในอัตราส่วน 1:500 ซึ่งมีการตั้งงบประมาณในการดำเนินการ 960 ล้านบาท โดยหลายเมืองในโลกมีการใช้แผนที่ความละเอียดสูงนี้เพื่อเป็นตัวช่วยในการพัฒนาเมือง อาทิ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์, ลอนดอน ประเทศอังกฤษ, ชิคาโก สหรัฐอเมริกา ซึ่งกทม.เห็นความสำคัญในการมีข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ที่มีมาตรฐาน ถูกต้องแม่นยำ และมีความทันสมัยเช่นเดียวกัน เพราะจำเป็นในการบริหารจัดการเมืองให้มีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานกทม. ภาครัฐ เอกชน และประชาชน

การพัฒนาเครื่องมือให้มีความทันสมัย เพื่อนำไปสนับสนุนการพัฒนาประเทศถือเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น แต่อย่าลืมว่าการพัฒนาคนให้รู้เท่าทันในการใช้เครื่องมือ ก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน เพราะหากพัฒนาเครื่องมือขึ้นมาแล้ว แต่การใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้ลงทุนไป ก็อาจเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า.


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

แสดงความคิดเห็น