วันเสาร์ 22 พฤศจิกายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน สำหรับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-โคราช ที่กรมทางหลวงวางแผนเตรียมดำเนินการก่อสร้างในอีกไม่ช้านับจากนี้ ระยะทาง 196 กม. มูลค่าการลงทุน 69,000 ล้านบาท เป็น “เมกะโปรเจคท์” ที่รัฐบาลภายใต้การนำของ “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ใช้เป็นจุดขายหาเสียงเรียกคะแนนจากชาวโคราชและชาวอีสาน แม้ขณะนี้โครงการมีความคืบหน้าไปถึงขั้นที่กรมทางหลวงเตรียมเปิดประมูลก่อสร้างโครงการ แต่ก็ยังเกิดความล่าช้าต่อไปอีก เนื่องจากมีเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ทั้งในเชิง “คัดค้าน” และ “สนับสนุน”
   
ที่ผ่านมา องค์กรภาคเอกชนและภาคประชาชน จ.นครราชสีมา ได้เปิดเวทีสาธารณะแสดงความคิดเห็นต่อโครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช สะท้อนแนวคิดและมุมมองใหม่ ๆ ที่น่าจะมีผลต่อการพิจารณาเดินหน้าหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบ รวมไปถึงอาจถึงขั้นระงับโครงการ เพราะว่าแผนการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่นี้ ยังมีช่องว่างที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจของรัฐบาลว่าจะสร้างหรือไม่สร้าง หรือถ้าสร้างจะติดขัดปัญหาเรื่องงบประมาณที่มากมายมหาศาลหรือไม่อย่างไร จึงเป็นจังหวะที่ชาวโคราชจะได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้ง ก่อนมีบทสรุปที่เป็น “คำตอบสุดท้าย” จริง ๆ
   
นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ เลขาธิการหอการค้าภาคอีสาน กล่าวว่า ชาวโคราชตื่นตัวมากกับความเคลื่อนไหวการก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช เนื่องจากเป็นโครงการใหญ่ที่จะมีผลต่อความเจริญทางเศรษฐกิจของเมือง วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ตลอดจนในแง่มุมที่อาจจะส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนบางส่วน ในขณะที่รัฐบาลยังมีท่าทีอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะเอางบประมาณมหาศาลนี้มาจากไหนเพื่อดำเนินการก่อสร้าง กรมทางหลวงยังไม่มีการเปิดประมูลโครงการ ก็เป็นโอกาสที่ชาวโคราชจะได้สะท้อนมุมมองต่าง ๆ นานา เพื่อให้โครงการนี้ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย เพราะเป็นโครงการใหญ่ที่ใช้งบประมาณมหาศาล จึงต้องทำด้วยความละเอียดรอบคอบ เพราะมีตัวอย่างให้เห็นหลายโครงการที่ก่อสร้างแล้ว ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ไม่คุ้มค่าเงินลงทุน เพราะฉะนั้นการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ หากทำไปแล้วไม่สำเร็จ ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ก็ทำให้ประเทศเสียโอกาส แทนที่จะนำงบประมาณไปพัฒนาอย่างอื่นที่คุ้มค่ามากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าโครงการนี้เดิมทีใช้งบประมาณ 21,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นเป็น 69,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนที่แพงไปหรือไม่ เพราะงบประมาณทุกบาททุกสตางค์คือเงินภาษีของประชาชน
   
นายสราวุธ ทรงวิไล ผอ.สำนักทางหลวงที่ 8 นครราชสีมา กล่าวว่า เหตุผลที่ต้องสร้างมอเตอร์เวย์ก็เนื่องจากปัจจุบัน ถนนมิตรภาพ เส้นทางประตูสู่อีสาน มีปริมาณรถยนต์สัญจรผ่านมากกว่า 50,000 คันต่อวัน และเพิ่มขึ้นเป็น 120,000 คันต่อวันในช่วงเทศกาล คาดการณ์ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 70,000 คันต่อวันในช่วงปกติ ทำให้ถนนรองรับไม่ไหว ไม่คุ้มค่า การเดินทางล่าช้าลง เกิดอุบัติเหตุ จึงเลือกทางออกที่จะก่อสร้างมอเตอร์เวย์ แบ่งเป็น 2 ตอน คือ บางปะอิน-ปากช่อง และปากช่อง-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กม. ตลอดระยะเวลา 15 ปีตั้งแต่โครงการนี้เริ่มนับหนึ่ง ได้ผ่านขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และเลือกรูปแบบการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว ถึงขณะนี้ถ้ารัฐบาลมีเงิน ก็พร้อมก่อสร้างได้ทันที เป็นโครงการที่พร้อมดำเนินการโดยแนวโน้มทิศทางการลงทุน รัฐบาลอาจจะให้เอกชนลงทุนก่อน และรัฐจ่ายคืนภายหลัง ซึ่งเรื่องยังอยู่ระหว่างการเสนอ ครม.พิจารณา สำหรับงบประมาณลงทุน 69,000 ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้าง 62,000 ล้านบาท ค่าเวนคืนที่ดิน 7,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีค่าบริหารโครงการอีก 300 ล้านบาท แม้ช่วงที่ผ่านมากรมทางหลวงจะได้รับหนังสือร้องเรียนจากทางจังหวัด ที่มีภาคเอกชนและภาคประชาชนเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบโครงการในบางจุด หรือข้อเสนอในรายละเอียดต่าง ๆ มั่นใจว่ารัฐบาลก็พร้อมเปิดโอกาสรับฟัง พิจารณาปรับเปลี่ยน เพื่อให้โครงการนี้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพราะว่ายุคนี้นโยบายของรัฐบาลคือ ต้องรับฟังเสียงจากประชาชน ต้องมีเหตุและผล เสียงประชาชนเป็นใหญ่ ถึงขณะนี้ถือว่ายังไม่สายเกินไปที่จะมีปรับแก้รายละเอียดโครงการ
   
ขณะที่ ร.ต.อ.คมกริช อินทรักษา นายกเทศมนตรีตำบลปรุใหญ่ อ.เมืองนครราชสีมา กล่าวว่า เชื่อว่าชาวโคราชหลายคนสนับสนุนก่อสร้างมอเตอร์เวย์ ซึ่งจะนำความเจริญมาสู่เมืองโคราช โครงการนี้มีเส้นทางลงหรือจุดสิ้นสุดโครงการอยู่บน ถนนบายพาส ทางเลี่ยงเมือง กม.6-7 ซึ่งพาดผ่านเขตเทศบาลตำบลปรุใหญ่ มีผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชน และทางลงบน ถนนบายพาส เป็นจุดที่มีการจราจรหนาแน่น อาจทำให้รถติดหนักกว่าเดิม หากมองระยะยาวจะทำให้เกิดปัญหาการจราจรแออัดบนถนนเส้นนี้  จึงอยากเสนอให้ทบทวนหรือปรับเปลี่ยนจุดทางลงมอเตอร์เวย์ ไม่ต้องเอาเข้ามาในเขตตัวเมือง อาจจะลงบริเวณ ถนนวงแหวนรอบนอก กม.22 บ้านกุดจิก-สวนสัตว์ ซึ่งไม่ค่อยมีรถวิ่งอยู่แล้ว หรือเลื่อนไปลงในเขต อ.ขามทะเลสอ ซึ่งจะมีถนนทางลัดตัดผ่านไปออก ถนนมิตรภาพ-หนองคาย โดยไม่ต้องผ่านเข้าตัวเมืองโคราช น่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า
   
ด้าน นายทรงศักดิ์ อุไรธรากุล ประธานบริษัท ปฐพีทอง เอกชนรายใหญ่ของโคราช แสดงความเห็นว่า ตอนนี้โครงการมอเตอร์เวย์ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะสร้างหรือไม่สร้าง เมื่อพิจารณาถึงความคุ้มค่ากับงบลงทุนที่มหาศาล มอเตอร์เวย์อาจจะไม่คุ้มค่า ข้อเสนอจากภาคเอกชนโคราชหลายคนมองว่า การขยายถนนมิตรภาพตลอดเส้นทางเพิ่มจากเดิม 6-8 เลนเป็น 12 เลน หรือฝั่งละ 6 เลน จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งสามารถดำเนินการได้เลยโดยไม่ต้องเวนคืนที่ดิน ขอให้กรมทางหลวงไปศึกษาแนวคิดนี้ เพราะมอเตอร์เวย์เป็นถนนที่ใช้ได้เฉพาะบางคนเท่านั้น ต้องมีการเก็บค่าผ่านทาง รถวิ่งด้วยความเร็วสูงตลอดทาง อาจจะต้องจ่ายค่าผ่านทางแพง ๆ คนรวยเท่านั้นที่จะใช้ได้ แต่คนจนอาจจะไม่ได้ใช้ และที่สำคัญต้องสิ้นเปลืองงบประมาณมหาศาล ในยามที่ประเทศกำลังประสบปัญหาเรื่องเงิน ประเทศยังยากจน มีหนี้สินมหาศาล จึงอยากให้ทบทวนโครงการอย่างละเอียดถี่ถ้วน คำนึงถึงความคุ้มค่า แนวคิดการขยายถนนมิตรภาพเป็น 12 ช่องจราจร น่าจะเป็นทางออกที่คุ้มค่ามากกว่ามอเตอร์เวย์.

มนัส กบขุนทด


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 34,493 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น