วันพฤหัสบดี 24 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 16 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท. พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีขอศาลอนุมัติหมายจับนายวิรพล ใน 2 ข้อหา คือความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำไปยื่นต่อศาลขอออกหมายจับและเมื่อได้หมายจับแล้วจะรีบดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดยประสานกับทางสถานทูตต่างประเทศที่นายวิรพลไปอาศัยอยู่ ล่าสุด ดีเอสไอทราบสถานที่พักพิงและพิกัดชัดเจนแล้ว ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงินนั้น ปปง. และ ป.ป.ส. อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกอยู่ รวมทั้งประเด็นการครอบครองรถยนต์อีกกว่า 70 คัน กำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียดด้วย

ผู้สื่อข่าวพิเศษ “เดลินิวส์” ประจำสหรัฐอเมริกา รายงานว่า หลังจากที่ทราบข้อมูลที่ตั้งบ้านพักของอดีตหลวงปู่เณรคำ 32140 Ortega Hwy. Lake Elsinore CA 92530 ได้มีการตั้งค่าพิกัดใน GPS, Google และ Mapquest แล้วทดสอบขับรถออกจากเมือง Fresno ผ่านไปทางเมือง Irvine เดินทางกว่า 3 ชั่วโมง ก็จะเข้าพื้นที่บ้านพักของอดีตพระดังโดยพื้นถนนค่อนข้างขรุขระแต่วิวสองข้างทางสวยงามเป็นเทือกเขาเล็ก ๆ สลับกับทุ่งหญ้าและโขดหินเหมือนกับภาพสมัยที่สมีคำเคยมาท่องเที่ยวกับบรรดาลูกศิษย์ก่อนหน้านี้ โดยบริเวณบ้านนั้นมีธงชาติและธงธรรมจักร และป้ายบอกสถานที่ว่าวัดป่าขันติบารมี (ภาษาไทย) และมีชื่อภาษาลาวและอังกฤษกำกับอีกด้วย

สำหรับบ้านหลังดังกล่าวปิดประตูเงียบไม่มีคนเดินเข้าออกบ้านแต่อย่างใด มีเพียงรถเบนซ์ อี 500 สีขาว จอดอยู่ โดยทราบว่ารถคันดังกล่าวเป็นของอดีตหลวงปู่เณรคำที่ใช้เป็นยานพาหนะโดยสารไปปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ทำให้เชื่อว่าในขณะนี้อดีตหลวงปู่เณรคำ หรือ สมีคำ หรือนายวิรพล ยังหลบซ่อนอยู่ในบ้านพักที่อ้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมในสหรัฐเพื่อหลบหนีคดีอยู่ ไม่ได้เดินทางออกไปจากสหรัฐไปยังฝรั่งเศสหรือเยอรมนีตามข่าวก่อนหน้านี้แต่อย่างใด โดยบ้านหลังดังกล่าวทราบว่ามีการซื้อต่อมาในราคา 230,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 7 ล้านบาท ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Lake Elsinore และมีการปั้นรูปเหมือนของพระภิกษุองค์ใหญ่ไว้ด้วย

ที่สำนักงาน ปปง. นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เดินทางมาเพื่อยื่นหลักฐานเพิ่มเติมในการตรวจสอบเส้นทางการเงินบัญชีทรัพย์สินนายวิรพล กับพวก มี ร.ต.อ.หญิงสุวนีย์ แสวงผล รองเลขาธิการ ปปง. ฝ่ายปฏิบัติการ รับหนังสือ โดยนายสงกรานต์ กล่าวว่า วันนี้ได้นำหลักฐานเพิ่มเติมมาส่งให้เป็นเอกสารรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ยังคงต้องขอปกปิดรายชื่อซึ่งเกี่ยวกับการอ้างว่าจะได้รับเครื่องราชฯในการบริจาคเงิน ยังยืนยันว่ามีการทำเป็นขบวนการและมีอดีตนักการเมืองระดับชาติอยู่เบื้องหลัง

ร.ต.อ.หญิงสุวนีย์ กล่าวว่า จะรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้าเข้าข่ายอำนาจหน้าที่ของปปง.เราจะดำเนินการทำในกรอบกฎหมายไม่มีการกลั่นแกล้งใคร จะมีการนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมในวันที่ 19 ก.ค.นี้เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดมูลฐานหรือไม่ ที่ผ่านมาตรวจสอบหลายบัญชีและส่งข้อมูล
ให้ทางกองปราบปรามไปแล้ว สำหรับที่มีข่าวโยกย้ายทรัพย์สินนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบและทองคำ 8,000 กิโลกรัมนั้นยังตรวจสอบไม่พบเช่นกัน

ด้านนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า หลังจากที่คณะสงฆ์ จ.อุบลราชธานี ฝ่ายธรรมยุต มีมติขับอดีตพระวิรพล ออกจากสังกัดวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ขณะที่คณะสงฆ์จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต มีมติว่าอดีตพระวิรพลต้องอาบัติปาราชิก เนื่องจากมีการเสพเมถุนนั้น ในส่วนของการพิจารณาของคณะสงฆ์ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต หากดูตามระเบียบในกฎมหาเถรสมาคม มีขั้นตอนในการพิจารณา 3 ขั้นตอน คือ 1. ขั้นต้น  2. ขั้นอุทธรณ์ และ 3. ขั้นฎีกา โดยการพิจารณาลงโทษดังกล่าวเสร็จสิ้นการพิจารณาในขั้นต้นแล้ว

นายนพรัตน์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามกฎมหาเถรสมาคมดังกล่าวได้ระบุว่า ผู้ที่ถูกตัดสินไปแล้วในการพิจารณาขั้นต้น สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน โดยอดีตพระวิรพลจะต้องมายื่นอุทธรณ์ด้วยตัวเอง ทั้งนี้หากไม่มายื่นอุทธรณ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าการวินิจฉัยสิ้นสุด มีผลให้อดีตพระวิรพลขาดจากความเป็นสงฆ์อย่างสมบูรณ์ หากยังมีการแต่งกายแบบพระสงฆ์อีกก็จะมีความผิดฐานแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่าอดีตพระวิรพลมีการย้ายไปสังกัดวัดในต่างประเทศแล้วนั้น เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้

ด้าน พ.อ.ชัชนันท์ เมธีธรรมาภรณ์ รอง ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ พร้อมด้วย นายขจร มุกมีค่า ผอ.สำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลอง ที่สำนักสงฆ์ขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ โดย พ.อ.ชัชนันท์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลองนี้พบว่าวัสดุที่ใช้ไม่ใช่หยกตามที่มีการโฆษณากล่าวอ้าง ถือว่ามีความผิดในฐานหลอกลวงประชาชน อีกทั้งยังพบกระสอบบรรจุวัสดุคล้ายเศษหินสีเขียว จาก จ.สระบุรี หากถูกน้ำจะแข็งตัวคล้ายหิน อย่างไรก็ตามจะได้เก็บตัวอย่างวัสดุไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง ที่ ม.อุบลราชธานี เพื่อยืนยันต่อไป

นายขจร กล่าวว่า จากการตรวจสอบบริเวณใต้ฐานองค์พระแก้วพบรอยร้าวเป็นจำนวนมาก ทางวิศวกรรมจะเรียกว่า “วิบัติ” อาจมีโอกาสที่จะแตกหักลงมาได้ ถือว่าเข้าขั้นอันตรายมากหากพังถล่มลงมา เชื่อว่าคนที่สร้างต้องรู้ว่าเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น เขาจึงพยายามที่จะเสริมคานเหล็กและเพิ่มเสาขึ้นมาเพื่อรองรับน้ำหนักแต่คงทำไม่สำเร็จ แล้วได้หยุดชะงักไป ส่งผลให้เหล็กขึ้นสนิมเป็นบริเวณกว้าง อีกทั้งพบว่าองค์พระแก้วฯมีลักษณะเอียงไปด้านหลังด้วย ถือว่าเป็นอันตรายอย่างมากหากปล่อยทิ้งไว้เช่นนี้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งตรวจสอบซ่อมแซมแก้ไขโดยด่วน

ที่ จ.อุบลราชธานี ผศ.ประชุม ผงผ่าน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี กล่าวว่า กรณีมหาวิทยาลัยมอบปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาภูมิภาคให้นายวิรพล ประจำปีการศึกษา 2552 นั้น เมื่อผู้รับมอบทำเรื่องเสียหายส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย จึงได้เรียกประชุมคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย ลงมติถอนปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ดังกล่าวคืนอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 26 ก.ค.นี้.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 9,040 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น