วันพฤหัสบดี 27 พฤศจิกายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

วันนี้ ( 14 ก.พ.) นางพรพิมล ไชยนุรัตน์ พร้อมด้วยนายกิติ์ดนัย ไชยนุรัตน์ ภรรยาและบุตรชายนายอธิวัฒน์ ไชยนุรัตน์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชนประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งถูกคนร้ายฆ่าเสียชีวิตที่บ้านพัก ต.ไชยมนตรี อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 1ส.ค. 2551 เข้าพบพล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา สบ.10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เดินทางมาติดตามกรณีปัญหาการสร้างโรงพัก 396 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช 11 แห่ง เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้รื้อคดีฆ่าสามี

นางพรพิมล กล่าวว่า  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบ 5 ปีการดำเนินคดีในด้านกระบวนการยุติธรรมยังดำเนินต่อเนื่อง เหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายนัดฟังคำพิพากษาเท่านั้น ในขณะที่ตนเป็นพยานให้ผู้ต้องหาที่ถูกตำรวจจับกุม โดยยืนยันว่าบุคคลที่ตำรวจจับกุมไปทั้ง 2 คน ไม่ใช่คนลงมือสังหารสามี  โดยมีบุคคลที่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่ากลุ่มคนที่ลงมือสังหารตลอดถึงคนบงการและกระบวนการสังหารในครั้งนี้เป็นใคร ทุกวันนี้กลุ่มคนดังกล่าวยังคงเดินวนเวียนอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

“คนลงมือสังหาร มีฉายา “เชษฐ์ กำแพงเซา” ก็ถูกฆ่าปิดปากไปเมื่อเดือนก.ย.54 ยังเหลือคนที่ขับรถและเป็นเจ้าของอาวุธปืน พร้อมทีมสังเกตการณ์ รวมทั้งทีมบงการยังคงอยู่ในพื้นที่ การจับแพะ มารับเคราะห์แทนกลุ่มคนที่ทำความผิดจริง ๆ น่าจะหมดไปได้แล้ว  เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความสูญเสีย ความเจ็บปวดและความลำบากที่ไม่ได้เกิดกับครอบครัวของเราเท่านั้น แต่ครอบครัวของผู้ต้องหาแพะทั้ง 2 คนนี้ ก็ได้รับความเดือดร้อนไม่แพ้กัน ต้องถูกดูหมิ่นดูแคลนจากสังคม ถูกตำรวจหลอกข่มขู่เรียกร้องทรัพย์สินเงินทองเพื่อวิ่งเต้นคดีเป็นหลักหลายแสน  ถึงขึ้นต้องกู้หนี้ยืมสินด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ อยากเรียกร้องตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงหาทางรื้อคดีขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง” ภรรยาผู้เสียชีวิตกล่าว

ด้านพล.ต.อ.รชต ถึงกับอุทานว่า  เรื่องอย่างนี้มีด้วยหรือ หากเป็นจริง ต้องตรวจสอบขึ้นมาใหม่ พยานบุคคลก็สามารถที่จะนำไปสู่การรื้อคดีใหม่ได้ ตนจะให้ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ตรวจสอบเรื่องใหม่ ไม่อยากให้ตำรวจบกพร่องในเรื่องคดีต่าง ๆ หากผิดพลาดก็แก้ไขให้ถูกต้องเสีย ไม่อยากให้ดำเนินคดีผิดตัว เพราะความเดือดร้อนที่ตามมานั้นมันมากมาย ขอให้สบายใจหากมีช่องทางเราจะเร่งดำเนินการทันที

พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องนั้นตนเป็นหัวหน้าคณะดำเนินการสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้น ในครั้งนั้นยืนยันแล้วว่าไม่ใช่บุคคล 2 คนนี้ แต่ในขณะนั้นผู้มีอำนาจไม่มีใครฟัง กลับไปเชื่อพยานคนหนึ่งจงใจสร้างสถานการณ์ขึ้นมา  หลังจากนั้นตนก็ย้ายไปรับตำแหน่งที่อื่น อยากเรียนว่าบางครั้งการทำคดีบางคดีหากรีบ ๆ ทำให้สำนวนจบในเร็ววัน เพื่อลดกระแสกดดันจากสังคมมันคงไม่ได้ บางคดีต้องใช้เวลาสืบสวนสอบสวนนาน ๆ รวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนาที่สุดจึงจะสาวถึงต้นตอได้

“คดีฆ่านักข่าวมติชนคนนี้เป็นเรื่องของการนำเสนอข่าวการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดนครศรีธรรมราช ๆ จริง วันนี้คนที่บงการยังคงเดินลอยนวลอยู่จริง หากผู้เสียหายยืนยันว่ามีพยานหลักฐาน ก็พร้อมที่รื้อคดีขึ้นมาตรวจสอบใหม่อีกครั้งเพื่อเอาผิดกับคนที่บงการและสังหารให้ได้” พล.ต.ต.รณพงษ์ กล่าว.
 


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 4,698 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น