วันพุธ 23 เมษายน 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เมื่อเวลา 16.30 น. วันนี้ (9 เม.ย.)  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์เต็มยศจักรีไว้ทุกข์ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากโรงพยาบาลศิริราช ไปยังราชวัติพระเมรุ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ครั้นรถยนต์พระที่นั่งเทียบที่หลังพระที่นั่งทรงธรรม ทหารกองเกียรติยศ ถวายความเคารพ แตรวงบรรเลง เพลงสรรเสริญพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยลิฟท์พระที่นั่งขึ้นสู่พระที่นั่งทรงธรรม  ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ รศ.นพ.ประดิษฐ์  ปัญจวีณิน ผอ.โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ เป็นผู้ถวายการรถเข็นพระที่นั่ง นายทหารราชองครักษ์เชิญธงชัยครุฑพ่าห์ ธงชัยราชกระบี่ยุทธ์นำเสด็จ นายทหารราชองครักษ์ตามเสด็จ

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับพระราชอาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย สำหรับพระศพทรงธรรมที่พระเมรุ ทรงศีล สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศฯ ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ “อนัตตา” แล้ว พระสงฆ์ 50 รูปสวดศราทธพรตจบ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตรถวายพระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนาและพระสงฆ์ 50 รูปสวดศราทธพรตสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา  

เวลา 17.40 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินขึ้นพระเมรุโดยลิฟท์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงวางเครื่องราชสักการะพระศพ ทหารกองเกียรติยศพระศพ เป่าแตรเดี่ยวสัญญาณนอน จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหยิบกระทงข้าวตอกดอกไม้จากเจ้าพนักงานพระราชพิธี วางที่พระจิตกาธานพระโกศพระศพ ทรงหยิบธูปเทียนดอกไม้จันทน์จากเจ้าพนักงานพระราชพิธี จุดไฟที่ชนวนตำรวจวังชูถวายวางที่พระจิตกาธานข้างพระโกศทองใหญ่ทรงพระศพ พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี   

ขณะเดียวกัน ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ และปี่พาทย์ กองเกียรติยศ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงมหาชัย และยิงปืนเล็กยาวถวายพระเกียรติ 9 นัด พร้อมกันกับทหารปืนใหญ่ยิงปืนถวายพระเกียรติ 21 นัด จากนั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กระทงข้าวตอกดอกไม้ ทรงวางดอกไม้จันทน์ ต่อจากนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงวางดอกไม้จันทน์ที่พระจิตกาธานข้างพระโกศทองใหญ่ทรงพระศพ ทรงกราบ แล้วประทับยืนและทรงจับพระหัตถ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถไว้ จากนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงวางดอกไม้จันทน์และทรงกราบ ตามลำดับ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินจากพระเมรุโดยลิฟท์พระที่นั่งไปประทับ ณ มุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศฯ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช, สมเด็จพระราชาคณะ, พระบรมวงศานุวงศ์, ประธานองคมนตรี, องคมนตรี, นายกรัฐมนตรี, อดีตนายกรัฐมนตรี, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, ประธานศาลฎีกา,ประธานศาลวุฒิสภา, ผู้นำฝ่ายค้านประธานศาลรัฐธรรมนูญ, ประธานศาลปกครองสูงสุด, ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง, ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน, ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน, ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, คณะรัฐมนตรี, คณะทูตานุทูต, ผู้นำศาสนา, ข้าราชการทหาร, ตำรวจ, พลเรือน และผู้มีตำแหน่งเฝ้าฯ ได้ขึ้นถวายพระเพลิงพระศพ ตามลำดับ

กระทั่งเวลา 18.35 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินกลับโดยรถยนต์พระที่นั่ง ออกหลังพระที่นั่งทรงธรรม ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

ต่อมาเวลา 22.06 น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งทรงธรรม เพื่อทรงทอดผ้าไตร ถวายพระสงฆ์ 30 รูปสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา โดยมีพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสวมสวลี, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ, พระเจ้าหลานเธอ องค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ร่วมในพระราชพิธีดังกล่าว
 

เวลา 22.13 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากโรงพยาบาลศิริราช ยังพระเมรุ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาท เฝ้ารับเสด็จฯ เพื่อพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี


เจ้าพนักงานพระราชพิธีทูลเกล้าฯ ถวายมะพร้าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเทน้ำมันมะพร้าวแก้วลงในพระโกศพระศพ ก่อนทรงจุดไฟที่ชนวนตำรวจวังชูถวาย พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี จากนั้นทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงวางดอกไม้จันทน์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงวางดอกไม้จันทน์ ตามลำดับ

จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับบนพระเมรุสักครู่หนึ่ง แล้วลงจากพระเมรุ ประทับรถยนต์พระที่นั่ง หน้าพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ โรงพยาบาลศิริราช


ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เมื่อพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์เสด็จฯ ลงจากพระเมรุ เจ้าพนักงานเริ่มปฏิบัติการถวายพระเพลิงพระศพ ระหว่างนั้นนักแสดงจากกรมศิลปากร ทูลเกล้าฯ ถวายการแสดงโขนหน้าพระเมรุ เรื่องรามเกียรติ์ ชุด นางลอย เมื่อเจ้าพนักงานปฏิบัติการถวายพระเพลิงพระศพเสร็จสิ้นแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จขึ้นพระเมรุ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 10รูป  สดับปกรณ์ เสร็จแล้ว จึงเสด็จพระราชดำเนินกลับโดยรถยนต์พระที่นั่ง.

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 50,255 ครั้ง